ยุทธการคอรัสซัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ยุทธการคอรัสซัง (สงครามโคลน)
300px
การต่อสู้เหนือน่านฟ้าของคอรัสซังในยุทธการคอรัสซัง
วันที่ 19 ปีก่อนยุทธการยาวิน
สถานที่ คอรัสซัง
ผลลัพธ์ สาธารณรัฐได้รับชัยชนะ
คู่ขัดแย้ง
* สาธารณรัฐกาแลกติก * สมาพันธ์ระบบดาวอิสระ
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
* นายพลขั้นสูงโยดา * ดาร์ธ ซีเดียส
กำลังพลสูญเสีย
* กองยานมากมายของสาธารณรัฐ * พลเอกเชวอสด้า

ยุทธการคอรัสซัง (Battle of Coruscant) เป็นการสู้รบในเรื่องแต่งชุดสตาร์ วอร์ส ปรากฏให้เห็นในฉากเปิดของภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3: ซิธชำระแค้น เกิดขึ้นตามเวลาในท้องเรื่องคือในปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน ช่วงท้ายของสงครามโคลน ซึ่งเป็นความพยายามของสหภาพพิภพอิสระที่จะลักพาตัวสมุหนายกพัลพาทีนและสร้างความเสียหายให้กับเมืองหลวงของสาธารณรัฐ

สาเหตุของการยุทธ์ในครั้งนี้เนื่องมาจากพัลพาทีนทราบข้อมูลว่าพวกเจไดใกล้จะสืบหาตัวจริงของดาร์ธ ซิเดียส ผู้เป็นต้นเหตุของสงครามโคลนครั้งนี้พบ จึงจัดฉากการลักพาตัวนี้ขึ้นเพื่อหันเหความสนใจ ในช่วงแรกของการลักพาตัวมีอัศวินเจไดจำนวนหนึ่งที่เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือสมุหนายก แต่ก็ล้มเหลวจนพัลพาทีนถูก "ลักพาตัว" ไปยังยานอวกาศของนายพลกรีวัสเป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นโอบีวัน เคโนบีและอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ จึงเข้ามาเป็นผู้นำภารกิจช่วยเหลือสมุหนายก สามารถสังหารเคานท์ดูกู และ "ช่วยเหลือ" พัลพาทีนได้เป็นผลสำเร็จ

การยุทธ์ครั้งนี้ทำลายความเชื่อของชาวคอรัสซังที่ว่าตนเองจะปลอดภัยและอยู่ห่างไกลจากสงคราม นอกจากนั้นยังมีส่วนสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินบนคอรัสซังอีกด้วย

การรบครั้งแรก[แก้]

ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนบุกดาว[แก้]

"ท่านนายพล ข้าแน่ใจว่าท่านยังจำแผนที่เราเคยคุยกันไว้ เกี่ยวกับขั้นสุดท้ายของสงคราม"
"
เกี่ยวกับคอรัสซัง"
"
ใช่ คอรัสซัง เราต้องเร่งแผนนั้น เตรียมตัวให้พร้อม ท่านนายพล สำหรับช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของท่าน"

ดาร์ธ ซีเดียสและนายพลกรีวัส ก่อนเริ่มยุทธการคอรัสซัง

ก่อนการโจมตี การยึดครองระบบนอกทำให้ยานของสาธารณรัฐและฝ่ายแบ่งแยกดินแดนนับพันล้านอยู่ในขณะทำภารกิจที่ปลายแขนของกาแลกซี่ ผลก็คือ เจไดของสาธารณรัฐถูกตรึงอยู่ในการรบที่ห่างไกลจากดาวส่วนกลาง และต้องขอบคุณการประชาสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง ประชาชนทั่วไปของสาธารณรัฐเชื่อว่า ชัยชนะนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว

ยานขนส่งกำลังลงจอดบนคอรัสซัง

เนื่องจากกองยานของสาธารณรัฐได้กระจายออกไปในดินแดนขอบนอก และกองยานคอรัสซังก็ว่างเปล่าและไร้การป้องกัน ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนจึงมีโอกาสที่จะโจมตีสาธารณรัฐอย่างหนักหน่วง ที่คอรัสซังนั่นเอง สมุหนายกพัลพาทีน ผู้นำของสาธารณรัฐ ก็รู้ดีว่าเจไดกำลังตามหาตัวดาร์ธ ซีเดียส ซิธลอร์ดลึกลับ ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนสร้างสงคราม ด้วยการที่ไม่มีใครรู้ว่าพัลพาทีนก็คือซีเดียส และเขาก็ควบคุมทั้งสองฝ่าย หวังที่จะบรรลุเป้าหมายที่แท้จริงของเขา—ควบคุมทั้งการแลกติกอย่างสมบูรณ์ พัลพาทีนวางแผนการบุกสายฟ้าแลบที่นำโดยนายพลกรีวัส นายพลแห่งกองทัพดรอยด์ กรีวัสรวบรวมกองยานนับพันที่เป็นยานพิฆาตและยานรบขนาดกลาง—lนำโดยยานพิฆาต โพรวิเดนส์-คลาสอินวิซิเบิลแฮนด์—เพื่อเข้าโจมตีคอรัสซัง

ด้วยการใช้ช่องทางไฮเปอร์สเปซลับผ่านเข้ามา ซึ่งสนับสนุนโดยดาร์ธ ซีเดียส ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนจึงโจนออกมาจากไฮเปอร์สเปซอยู่เหนือกองยานคอรัสซังพอดี ยานของสาธารณรัฐส่วนมาก ไร้การป้องกันจากการเอาเกราะสะท้อนลง ถูกทำลายในทันที ด้วยการใช้เครื่องรบกวนสัญญาณค้ลายกับที่ใช้ในยุทธการเพรซิทลีน กองยานฝ่ายแบ่งแยกดินแดนทำให้ระบบสื่อสารทั้งดาวล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม เมื่อรู้ตัว กองยานของสาธารณรัฐก็เข้าประจำตำแหน่งเพื่อป้องกันดาว กรีวัสโจมตีอย่างไม่เลือกที่ เขาสุ่มยิงไปที่ดาวเบื้องล่างอย่างไม่สนใจ

จำนวนที่น้อยกว่าของกองยานได้เรียกกองยานกลับมาจากเขตรอบนอก ผู้บัญชาการกองทัพเรือของสาธารณรัฐสู้อย่างไม่ถอยขณะรอให้กำลังเสริมมาถึงจากสมรภูมิที่ห่างไกลออกไป ด้วยการรอคอยอย่างคาดหวังนี้ กรีวัสได้ใช้มันอย่างชั่วร้าย เขาวางกับระเบิดหลุมดำไว้ตามจุดที่ยานจะออกจากไฮเปอร์สเปซ เพื่อชะลอการมาถึงของกองยานที่จะมาเสริม

สาธารณรัฐล่วงรู้อย่างรวดเร็วว่าฝ่ายแบ่งแยกดินแดนได้ใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ และสามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติได้ พวกเขาเริ่มสร้างความเสียหายให้กับกองยานของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน ถึงขั้นทำลายยานประจัญบานได้หลายลำ เพื่อแก้เผ็ด กรีวัสสั่งการดรอยด์แร้งให้โจมตีแบบพลีชีพใส่ลานจอดยาน, เส้นทางอากาศ, และบริเวณที่มีผู้คนบนคอรัสซัง ทำให้มีทหารและประชาชนเสียชีวิตมากมาย ยานขนส่งของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนได้ลงจอดบนคอรัสซัง ปล่อยดรอยด์รบนับพันเพื่อหลอกล่อ ขณะที่กรีวัสเตรียมการเข้าจับตัวสมุหนายก ความวุ่นวายกระจายไปทั่วเมือง ทำให้เกิดความเสียหายอย่างทั่วถึง

สาธารณรัฐเคลื่อนไหว[แก้]

ทิอินและกองกำลังของเขาเตรียมเข้ายึดยานพรอสเพอรัส

ด้วยความสิ้นหวังในการขับไล่สมาพันธ์แบ่งแยกฯ เจไดต้องกระโดดเขาไปทำการร่วมสงครามกับกองทัพแห่งสาธารณรัฐ อาจารย์เจไดโยดาและเมซ วินดูนำกองกำลังรักษาความปลอดภัยทำการป้องกันเขตรัฐสภา หลังจากที่สั่งให้ชาค ทิและสตาสส์ อัลลีให้ค้นพาและปกป้องสมุหนายก วินดูและเซซี ทิอินได้ขั้นยานขับไล่ความเร็วสูงของเจไดและเข้าปะทะกับยานขับไล่ของข้าศึกในน่านฟ้าเหนือเมืองกาแลกติก ยานขับไล่ของวินดูถูกห้อมล้อมด้วยยานของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนในที่สุด ถึงแม้ว่าปีกของเขาจะถูกดึงออก ทำให้ยานของเขาควงส่วานลงพื้น เขาก็สามารถกระโดดออกมาและควบคุมยานดรอยด์แร้งลำหนึ่ง ซึ่งเขาใช้มันช่วยเหลือฝูงบินของยานขับไล่ อาร์ค-170

ที่หนึ่งบนดาว โยดาใช้พลังเพื่อโยนดรอยด์เดก้าใส่ยานขับไล่ของศัตรูและดึงยานลำเลียงพลชนเข้ากับอีกลำ หลังจากนั้น เขาเคลื่อนที่เข้าช่วยเหลือกองกำลังโคลนที่ถูกบุกโดยดรอยด์และซูเปอร์แบทเทิลดรอยด์ในเขตที่สี่ โคลนทรูปเปอร์ได้รับการช่วยเหลือจากวินดู ผู้ซึ่งใช้ยานดรอยด์แร้งของเขาลงจอดกลางกองทหารดรอยด์

ด้วยหวังที่จะได้รับกำลังเสริมมาช่วยเหลือ โยดาทำการติดต่อกับเจไดเอย์ล่า ซีคูร่า ที่อยู่ไกลออกไปบนฟีลูเซีย แต่ซีคูร่าเห็นว่าเธออยู่ไกลเกินไปและจึงวางแผนเข้าจับตัวชู ไม หนึ่งในสมาชิกของสภาแบ่งแยกดินแดน

กองพลน้อยปฏิบัติการพิเศษของสาธารณรัฐได้เริ่มเคลื่อนไหวและหน่วยยาแยกซ์ได้ถูกส่งไปป้องกันศูนย์ข่าวเพื่อสมทบกับเหล่าปืนใหญ่ที่ตั้งฐานอยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อรับประกันว่ามันจะยังคงทำการกระจายข่าวได้อยู่ อาจารย์เจไดอาร์ลิกัน เซย์ ผู้บัญชาการกองพลน้อย ได้ทำการล่าถอยเพื่อรักษาที่มั่นตรงศูนย์บัญชาการและส่งสัญญาณรหัสห้าไปที่ทุกคนในกองพลน้อยปฏิบัติการพิเศษที่อยู่ในส่วนกลางของจักรวาล เรียกพวกเขาให้กลับมาที่คอรัสซัง หน่วยโอเมก้าได้ทำการตอบรับและมาถึงพร้อมยานของสาธารณรัฐ พวกเขาทำการติดต่อกับเซย์ ผู้ซึ่งสั่งให้พวกเขาให้ตรงไปที่ศูนย์หลักของคอรัสซังและทำการสนับสนุนปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานเคลื่อนที่ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะทำมัน พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยยานรบของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนและถูกบังคับให้ตกลงบนพื้นดินอีกครั้ง พวกเขาได้รับคำสั่งใหม่ให้ไปที่ศูนย์ยุทธการของกองทัพและสามารถอาศัยยานของกองกำลังรักษาความปลอดภัยเพื่อดำเนินภารกิจต่อ ยานจู่โจมถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังรักษาความปลอดภัยคอรัสซังเพื่อทำให้พลเมืองอยู่ห่างจากสมรภูมิ ในที่สุดพวกเขาก็ถูกวางพลที่ศูนย์ข่าวและต่อสู้เคียงข้างกับหน่วยยาแยกซ์ที่นั่น ภายใต้การบัญชาการของอาร์คทรูปเปอร์ ผู้หมวดอเวน ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนพยายามจะยึดมันอย่างไม่ได้รับความเสียหาย พวกเขาจึงส่งทหารราบไป ซึ่งทำให้เกิดการต่อสู้กัน กองซูเปอร์แบทเทิลดรอยด์เข้าโจมตีพวกเขา แต่ก็ถูกเอาชนะอย่างง่ายดายเพราะพวกมันไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องมาจากการก่อวินาศกรรมของโรงงานสร้างดรอยด์ทำให้พวกที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นด้อยคุณภาพ พวกเขายังได้รับการสนับสนุนทางอากาศ โดยยานขนส่งจู่โจมระดับความสูงต่ำ ซึ่งจัดการดรอยด์เกือบทั้งหมด หลังจากนั้น ศูนย์พนักงานพลเมืองได้เตรียมพร้อมที่จะย้ายไปในตำแหน่งที่ปลอดภัยกว่า ขณะที่อเวนได้รับข้อความผ่านทางคอมลิงก์ของเขาว่าการปิดระบบดาวของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนได้ถูกอ้อมและยานของสาธารณรัฐนับพันได้เข้าร่วมการรบแล้ว

ชาวแมนดาลอเรียนนามว่าคัล สคิราต้าได้ตัดสินใจใช้การรบให้เป็นโอกาสในการเข้าจับกุมนักวิทยาศาตร์ของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนชื่อโอโวลอท เคล อูธานในศูนย์วาโลรัม สคิราต้าต้องการตัวอูธาน เพราะเขาเชื่อว่าเขาอยากให้เธอช่วยสร้างยารักษาที่จะหยุดการเร่งเจริญเติบโตของโคลนทรูปเปอร์ เขาเข้าไปในศูนย์พร้อมกับบาร์แดน จูสิค ออร์โด สคิราต้า และไฟ สคิราต้า คัลและจูสิคปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากที่ทำงานของสมุหนายก ขณะที่ฟิแต่งตัวเป็นโคลนทรูปเปอร์ทั่วไป พวกเขาโน้มน้าวพนักงานของศูนย์ว่าพวกเขาได้รับคำสั่งให้นำตัวอูธานไปในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเป็นอิสระโดยฝ่ายแบ่งแยกดินแดน พวกเขายังพาอาร์ลา เฟทท์ไปด้วย ผู้ซึ่งพวกเขาไม่คาดหวังที่จะพบตัว พวกเขาจากไปด้วยยานแอลเอเอที/ไอที่ขับโดยวาลูน วาอูและถอยกลับสู่ที่ปลอดภัยในชั้นล่างของดาว

ขณะนั้นเอง อมิดาล่าได้นำการอพยพออกจากอพาร์ทเมนท์ของวุฒิสภาพร้อมกับกัปตันไทโฟและดรอย์ของเธอซี-ทรีพีโอ เมื่อเธอพบกับเพื่อนวุฒิสมาชิกเบล ออร์กานาและมอน มอทมา ในตอนที่พวกเขาออกไป พวกเขาตรงเข้าหาเจไดชาค ทิและสตาสส์ อัลลี ผู้ซึ่งรายงานพวกเขาว่าพวกเขากำลังตามหาสมุหนายก เจไดให้ยืมเอาสปีดเดอร์แก่วุฒิสมาชิกและพาพวกเขาไปยังที่หลบภัย ขณะที่ออร์กาน่าบินยานอย่างปลอดภัย พวกเขาก็ถูกยิงตกโดยดรอยด์แร้งและตกลงในตลาดนัด โชคร้ายสำหรับพวกเขา ดรอยด์ได้ตามพวกเขามาและพร้อมที่จะสังหารมนุษย์ทั้งสามคน อมิดาล่าและออร์กาน่าพบบลาสเตอร์ในบริเวณใกล้เคียงและเริ่มหลอกล่อให้พวกดรอยด์อยู่ในตำแหน่งที่ยานขนส่งจู่โจมทางอากาศจะเข้าโจมตี อย่างไรก็ตาม ดรอยด์ได้หยุดลง และบินขึ้นไปในอากาศ

ในอวกาศ อาจารย์เจไดเซซี ทิอินได้นำกลุ่มเจไดยี่สิบสองคนในอีทา-2 แอคติส-คลาสเล็ดลอกออกจากการปิดกั้นของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนเพื่อส่งต่อสัญญาณฉุกเฉินให้กับเจได ทิอินได้นำกองกำลังเข้าปกป้องคอรัสซังหลังจากนั้น เขาลงจอดในโรงเก็บยานของยานพิฆาตดารา วีเนเตอร์-คลาสอิมพาวิด ตัวยานได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการยิงเทอร์โบเลเซอร์ของศัตรู และทิอินและทหารของเขาก็เข้ายึดยานพิฆาต/บรรทุกเครื่องบิน โพรวิเดนซ์-คลาสพรอสเพอรัส ควบคุมมันและใช้ป้อมปืนของยานยิงใส่ยานของข้าศึก

กองทหารที่ 501ได้รับภารกิจในทันทีให้ขึ้นยานขับไล่ของพวกเขาในโรงเก็บยานของยานพิฆาตดารา วีเนเตอร์-คลาสและมุ่งหน้าเข้าประจัญบานกับยานขับไล่ของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนอย่างดุเดือด จุดมุ่งหมายของพวกเขาคือเคลียร์ทางให้กับนายพลเจไดอนาคิน สกายวอล์คเกอร์และโอบีวัน เคโนบี

นักบนิสามารถทำลายยานลาดตระเวนดารา มูนิฟิเซียน-คลาส และรวมทั้งเกราะและการสื่อสารของยานพิฆาต/บรทุกเครื่องบิน โพรวิเดนซ์-คลาส ยานรบมากมายของกองทหารที่ 501 ลงจอดในโรงเก็บยานของศัตรู และทำลายเครื่องยนต์ภายในของยาน กลับขั้นยานรบของพวกเขา และทำลายสะพานเดินเรือของยาน

ถึงแม้ว่าจะประสบผลสำเร็จ เจไดก็รู้แล้วว่ามันสายเกินไปที่สาธารณรัฐถูกล่อให้ติดกับของนายพลกรีวัสที่ได้เล่นนอกบทบาทเพื่อบรรลุเป้าหมายของพวกเขา—สมุหนายกพัลพาทีน

การไล่ล่าสมุหนายก[แก้]

การรบครั้งที่สอง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  • ยุทธการคอรัสซังครั้งนี้จะถือว่าเป็นครั้งที่ 1 ตามในภาพยนตร์ ถ้าไม่ได้นับส่วนจักรวาลขยายเข้าไปด้วย