มุนาฟิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับซูเราะฮ์ในอัลกุรอาน ดู อัลมุนาฟิกูน

ในศาสนาอิสลาม มุนาฟิกูน ('พวกหน้าไหว้หลังหลอก', อาหรับ: منافقون‎, เอกพจน์ منافق มุนาฟิก) หรือ มุสลิมจอมปลอม เป็นกลุ่มคนในอัลกุรอานที่ถูกกล่าวว่าเป็นมุสลิมแค่ภายนอก แต่ภายในใจนั้นปฏิเสธและวางแผนทำลายสังคมมุสลิม. มุนาฟิกเป็นบุคคลที่สาธารณะและสังคมมองว่าเขาเป็นมุสลิม แต่ปฏิเสธอิสลาม หรือเผยแพร่ความเกลียดชังต่ออิสลามทั้งในใจและศัตรูของอิสลาม. การเสแสร้งถูกเรียกว่า นิฟาก (نفاق).

ประเภทของการเสแสร้ง[แก้]

  • เสแสร้งต่อพระเจ้าตามหลักศรัทธาที่แท้จริง ตามรายงานในอัลกุรอานซูเราะฮ์ที่ 2:8 และ 2:14
  • เสแสร้งต่อหลักคำสอนของหลักศรัทธา: ตัวอย่างเช่น บางคนอาจศรัทธาต่อพระเจ้า, วันพิพากษา, การสอบสวน, ตาชั่งความดีความชั่ว และนรก (ด้วยความคลุมเครือและสงสัย) แต่ (ในความจริงแล้ว) ไม่กลัวเลยหรือหยุดทำบาปเพราะมัน แต่ยังคงอ้างว่า "ฉันกลัวพระเจ้า"
  • เสแสร้งต่อผู้อื่น: บางคนที่เป็นพวกสองหน้าและลิ้นสองแฉก. เขาสรรเสริญใครสักคนต่อหน้า แต่ลับหลังเขาประณามและสร้างความเจ็บปวดแก่พวกเขา"

มุนาฟิกในอัลกุรอาน[แก้]

ในอัลกุรอาน หลายอายะฮ์ได้กล่าวถึง มุนาฟิกูน ไว้ว่า พวกมันอันตรายต่อมุสลิมยิ่งกว่าผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ชั่วร้ายที่สุด

พฤติกรรมของพวกมุนาฟิกตามรายงานฮะดีษ[แก้]

ฮะดีษในอิสลามคือบันทึกคำพูด, การกระทำ และการยอมรับของศาสดามุฮัมมัด ฮะดีษถูกกล่าวว่าเป็น "กระดูกสันหลัง" ของอารยธรรมอิสลาม[1] ศาสดามุฮัมมัดได้กล่าวถึงพฤติกรรมบางประการของพวกหน้าไหว้หลังหลอกทั้งการกระทำและอีมาน/หลักศรัทธาไว้ว่า

  • อับดุลลอฮ์ อิบน์ อัมร์ อิบน์ อัลอาส รายงานว่าศาสนทูตของอัลลอฮ์ได้กล่าวว่า: สี่พฤติกรรมนี้ใครที่ทำอยู่ จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกหน้าไหว้หลังหลอก (มุนาฟิก) และใครก็ตามที่มีหนึ่งในพฤติกรรมเหล่านั้น จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของพวกหน้าไหว้หลังหลอก จนกว่าเขาจะละทิ้งมัน:
  1. เมื่อเขาพูด เขาก็จะโกหก
  2. เมื่อเขาสัญญา เขาก็จะละเมิดสัญญา
  3. เมื่อเขาทำข้อตกลง เขาจะหักหลัง และ
  4. เมื่อเขาถกเถียง เขาจะเบี่ยงเบนออกจากความจริง[2][3][4][5][6][7]
  • รายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์: ท่านศาสดาได้กล่าวว่า "สัญลักษณ์ของพวกมุนาฟิกมีสามข้อ:
  1. เมื่อใดที่เขาพูด เขาก็จะโกหก.
  2. เมื่อใดที่เขาสัญญา เขาจะละเมิดสัญญา
  3. ถ้าคุณเชื่อเขา เขาจะถูกยืนยันว่าไม่สุจริต. (ถ้าคุณฝากบางอย่างแก่เขา เขาจะไม่ให้คุณกลับ)" ในบางรายงานได้เพิ่มเติมว่า: "ถึงแม้ว่าเขาจะถือศีลอด ละหมาด และกล่าวว่าตนเองเป็นมุสลิมก็ตาม"[8][9]
  • รายงานจากอับดุลเลาะฮ์ อิบน์ อุมัร: ศาสนทูตของอัลลอฮ์ได้กล่าวว่า "ผู้ศรัทธากินแค่ลำไส้เดียว (พอใจกับอาหารเพียงเล็กน้อย) และกาฟิร (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) หรือมุนาฟิกกินถึงเจ็ดลำไส้ (กินมากเกินไป).[10]
  • มันถูกรายงานว่า ซิรร์กล่าวว่า: อะลีได้กล่าวว่า: "ท่านศาสดาผู้ไม่รู้หนังสือ (มุฮัมมัด) ได้ให้ข้อตกลงว่า ไม่มีใครรักฉันเว้นแต่จะเป็นผู้ศรัทธา และไม่มีใครเกลียดฉันเว้นแต่จะเป็นมุนาฟิก"[13][14][15][16]
  • รายงานจากอะนัส บิน มาลิก: ท่านศาสดาได้กล่าวว่า "ความรักของชาวอันซอรเป็นสัญญาณแห่งความศรัทธา และความเกลียดชังของชาวอันซอรเป็นสัญญาณแห่งความเสแสร้ง"[17][18][19]
  • รายงานจากอิบน์อุมัรว่า :ศาสนทูตของอัลลอฮ์ได้กล่าวว่า: "อุปมาของพวกมุนาฟิกนั้น คือแกะที่ลังเลอยู่ระหว่างฝูงแกะสองฝูง บางครั้งมันตามฝูงหนึ่ง และบางครั้งมันก็ตามอีกฝูงหนึ่ง โดยมันไม่รู้ว่าจะตามฝูงไหนกันแน่"[20]
  • อบูฮุร็อยเราะฮ์รายงานว่า ศาสนทูตของอัลลอฮ์ได้กล่าวว่า: อุปมาของผู้ศรัทธาคือรวงข้าว (ที่ยืนต้น) ซึ่งโน้มลงตามลมที่พัดจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง... ส่วนอุปมาของมุนาฟิกคือต้นไซเปรสที่ไม่ยอมขยับจนกระทั่งมันล้มแบบถอนรากถอนโคน[21][22]
  • มีรายงานว่าท่านศาสดาได้กล่าวว่า: "หญิงใดก็ตามที่แสวงหาการหย่าร้างและคุลอ์ เธอก็จะเหมือนกับมุนาฟิกหญิง" [23][24]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. J.A.C. Brown, Misquoting Muhammad, 2014: p.6
  2. สุนัน อบูดาวูด 4688 In-book reference : Book 42, Hadith 93 English translation : Book 41, Hadith 4671
  3. รียาด อัสซาลีฮีน Book 2, Hadith 690
  4. รียาด อัสซาลีฮีน Book 18, Hadith 1584
  5. ญามิอ์ อัตติรมีซี In-book reference : Book 40, Hadith 27 English translation : Vol. 5, Book 38, Hadith 2632
  6. ซอฮิฮ์ มุสลิม 58 In-book reference : Book 1, Hadith 116 USC-MSA web (English) reference : Book 1, Hadith 111 (deprecated numbering scheme)
  7. ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี 34 In-book reference : Book 2, Hadith 27 USC-MSA web (English) reference : Vol. 1, Book 2, Hadith 34 (deprecated numbering scheme)
  8. ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี 33 In-book reference : Book 2, Hadith 26 USC-MSA web (English) reference : Vol. 1, Book 2, Hadith 33 (deprecated numbering scheme)
  9. รียาด อัสซาลีฮีน Book 2, Hadith 689 ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี และซอฮิฮ์ มุสลิม
  10. ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี 5394 In-book reference : Book 70, Hadith 22 USC-MSA web (English) reference : Vol. 7, Book 65, Hadith 306 (deprecated numbering scheme)
  11. ญามิอ์ อัตติรมีซี 2027 In-book reference : Book 27, Hadith 133 English translation : Vol. 4, Book 1, Hadith 2027
  12. มิชกัต อัลมะซาบิฮ์ 4796
  13. สุนัน อันนาซาอี 5018 In-book reference : Book 47, Hadith 34 English translation : Vol. 6, Book 47, Hadith 5021
  14. ซอฮิฮ์ มุสลิม 78 In-book reference : Book 1, Hadith 146 USC-MSA web (English) reference : Book 1, Hadith 141 (deprecated numbering scheme)
  15. สุนัน อัตติรมีซี English reference : Vol. 1, Book 46, Hadith 3736 Arabic reference : Book 49, Hadith 4101
  16. สุนัน อิบน์มาญะฮ์ English reference : Vol. 1, Book 1, Hadith 114 Arabic reference : Book 1, Hadith 119
  17. ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี 17 In-book reference : Book 2, Hadith 10 USC-MSA web (English) reference : Vol. 1, Book 2, Hadith 17 (deprecated numbering scheme)
  18. ซอฮิฮ์ อัล-บุคอรี 3784 In-book reference : Book 63, Hadith 9 USC-MSA web (English) reference : Vol. 5, Book 58, Hadith 128 (deprecated numbering scheme)
  19. ซอฮิฮ์ มุสลิม 74 b In-book reference : Book 1, Hadith 142 USC-MSA web (English) reference : Book 1, Hadith 137 (deprecated numbering scheme)
  20. สุนัน อันนาซาอี 5037 In-book reference : Book 47, Hadith 53 English translation : Vol. 6, Book 47, Hadith 5040
  21. ซอฮิฮ์ มุสลิม 2809 a In-book reference : Book 52, Hadith 46 USC-MSA web (English) reference : Book 39, Hadith 6742 (deprecated numbering scheme)
  22. ซอฮิฮ์ มุสลิม 2810 b In-book reference : Book 52, Hadith 49 USC-MSA web (English) reference : Book 39, Hadith 6745 (deprecated numbering scheme)
  23. สุนัน อันนาซาอี จากอัยยูบ, จากอัลฮะซัน, จากอบูฮุร็อยเราะฮ์, 3461 In-book reference : Book 27, Hadith 73 English translation : Vol. 4, Book 27, Hadith 3491
  24. สุนัน อัตติรมีซี from Thawban 1186 In-book reference : Book 13, Hadith 13 English translation : Vol. 2, Book 8, Hadith 1186