ข้ามไปเนื้อหา

มัธยมกะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นักคิดมัธยมกะในอินเดียยุคคลาสสิก ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: นาคารชุนะ (ผู้ก่อตั้ง), ภาวิเวกะกับจันทรกีรติ (ผู้อธิบาย), Śāntarakṣita (สังเคราะห์สำนักกับโยคาจาร)

มัธยมกะ หรือ มาธยมิกะ (สันสกฤต: माध्यमक, อักษรโรมัน: Mādhyamika, แปลตรงตัว'สายกลาง'; จีน: 中觀見; พินอิน: Zhōngguān jiàn; เวียดนาม: Trung quán tông, จื๋อโนม: 中觀宗; ทิเบต: དབུ་མ་པ་, ไวลี: dbu ma pa) สื่อถึงธรรมเนียมและการปฏิบัติแนวปรัชญาพุทธที่ก่อตั้งโดยนาคารชุนะ (ป.ค.ศ. 150 250) พระสงฆ์พุทธอินเดีย และนักปรัชญา[1][2][3] ตำราพื้นฐานของสายมัธยมกะคือ มูลมัธยมกการิกา ("โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง") ของนาคารชุนะ มัธยมกะในความหมายที่กว้างกว่ายังหมายถึงธรรมชาติที่แท้จริงของปรากฏการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการตระหนักรู้ถึงความจริงสูงสุดโดยไม่ใช้แนวคิด ซึ่งสัมผัสได้จากการทำสมาธิ[4]

ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 เป็นต้นมา ปรัชญามัธยมกะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาศาสนาพุทธนิกายมหายานในเวลาต่อมา[5] โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเผยแพร่พุทธศาสนาไปทั่วเอเชีย[5][6] ปรัชญามัธยมกะเป็นการตีความปรัชญาพุทธศาสนาที่โดดเด่นในศาสนาพุทธแบบทิเบต และยังมีอิทธิพลต่อแนวคิดทางศาสนาพุทธในเอเชียตะวันออกอีกด้วย[5][7]

ตามความคิดของนักคิดมัธยมกะในอินเดียสมัยคลาสสิก ปรากฏการณ์ทั้งหมด (ธรรม) ล้วนว่างเปล่า (ศูนย) จาก "ธรรมชาติ"[8] จาก "สาระสำคัญ" หรือ "แก่นแท้" (สวภาวะ) ใด ๆ ที่จะทำให้สิ่งเหล่านั้น "ดำรงอยู่อย่างมั่นคงและเป็นอิสระ" ได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นร่วมกันโดยอาศัยกันและกัน[9] แต่ "ความว่างเปล่า" นี้เองก็ "ว่างเปล่า" เช่นกัน เนื่องจากมันไม่มีอยู่จริงด้วยตัวของมันเอง และมันไม่ได้อ้างถึงความเป็นจริงเหนือธรรมชาติที่อยู่นอกเหนือ หรือเหนือกว่าความเป็นจริงของปรากฏการณ์[10][11][12]

คัมภีร์

[แก้]

คัมภีร์ที่สำคัญของสำนักนี้มีหลายเล่ม ที่เขียนโดยท่านนาคารชุนะได้แก่ มาธยมิกศาสตร์ ทวาทศนิกายศาสตร์ ปรัชญาปารมิตาศาสตร์ และที่เขียนโดยลูกศิษย์ของท่าน เช่น ศตศาสตร์ของท่านเทวะ กรกาลรัตนศาสตร์ของท่านภาววิเวก

หลักธรรม

[แก้]

คำสอนของสำนักนี้เน้นที่หลักปฏิจสมุปบาทและศูนยตา โดยถือว่าสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีความอยู่ด้วยตัวเอง (สวภาวะ) แต่เกิดได้เพราะอาศัยเหตุปัจจัยอิงกันเกิด ปฏิเสธทั้งทิฐิข้างที่กล่าวอ้างว่าสรรพสิ่งมีอยู่จริง (สัสสตทิฐิ) และที่ถือว่าขาดศูนย์ (อุจเฉททิฐิ) คำสอนของสำนักนี้ขัดแย้งกับสำนักโยคาจารอย่างรุนแรง ในแง่ที่ว่าสำนักโยคาจารยอมรับการมีอยู่ของสวภาวะแต่สำนักมัธยมกะไม่ยอมรับ มีการโจมตีกันว่าเป็นมิจฉาทิฐิในพุทธศาสนาทั้งสองฝ่าย

การปฏิเสธคำสอน

[แก้]

สำนักมัธยมกะ เป็นคำสอนแนวปฏิเสธ และเป็นเพียงปรัชญา ที่ทำให้หลุดพ้นไปไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีตามสำนักอื่น ๆ ที่โจมตี[ต้องการอ้างอิง] โดยสำนักที่ต่อยอดให้มัธยมกะ คือสำนักเทนได ที่พยายามต่อความคิด

สำนักมาธยมิกในประเทศต่าง ๆ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]

อ้างอิงตีพิมพ์

[แก้]
  1. Williams 2000, p. 140.
  2. Thakchoe, Sonam (ร้อน 2022). "The Theory of Two Truths in Tibet". ใน Zalta, Edward N. (บ.ก.). Stanford Encyclopedia of Philosophy. The Metaphysics Research Lab, Center for the Study of Language and Information, Stanford University. ISSN 1095-5054. OCLC 643092515. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 พฤษภาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2022.{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Wynne, Alexander (2015) Early Buddhist Teaching as Proto-śūnyavāda. Journal of the Oxford Centre for Buddhist Studies, 6. pp. 213-241.
  4. Brunnhölzl 2004, p. 29-30.
  5. 1 2 3 Donnelly, Paul B. (25 มกราคม 2017). "Madhyamaka". Oxford Research Encyclopedia of Religion. Oxford: Oxford University Press. doi:10.1093/acrefore/9780199340378.013.191. ISBN 9780199340378.{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Acri, Andrea (20 ธันวาคม 2018). "Maritime Buddhism". Oxford Research Encyclopedia of Religion. Oxford: Oxford University Press. doi:10.1093/acrefore/9780199340378.013.638. ISBN 9780199340378. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2021.{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Hugon, Pascale (ใบไม้ผลิ 2020). "Tibetan Epistemology and Philosophy of Language". ใน Zalta, Edward N. (บ.ก.). Stanford Encyclopedia of Philosophy. The Metaphysics Research Lab, Center for the Study of Language and Information, Stanford University. ISSN 1095-5054. OCLC 643092515. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 มิถุนายน 2022. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2022.{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. Brunnhölzl 2004, p. 70.
  9. Brunnhölzl 2004, p. 590.
  10. Cheng 1981.
  11. Garfield 1994.
  12. Garfield 2012.

อ้างอิงเว็บ

[แก้]

ข้อมูล

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • Della Santina, Peter (1986), Madhyamaka Schools in India, New Delhi: Motilal Banarsidass
  • Harris, Ian Charles (1991), The Continuity of Madhyamaka and Yogacara in Indian Mahayana Buddhism, New York: E. J.Brill
  • His Holiness the Fourteenth Dalai Lama (Tenzin Gyatso) (2009), The Middle Way: Faith Grounded in Reason, Boston: Wisdom Publications
  • Huntington, C. W., Jr. (1989). The Emptiness of Emptiness: An Introduction to Early Madhyamika. Honolulu: University of Hawaii Press
  • Jones, Richard H. (2014), Nagarjuna: Buddhism's Most Important Philosopher, New York: Jackson Square Books
  • Jones, Richard H. (2012), Indian Madhyamaka Buddhist Philosophy After Nagarjuna, 2 vols., New York: Jackson Square Books
  • Narain, Harsh. The Mādhyamika mind. Motilal Banarsidass Publishers, 1997.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]