มะลิลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มะลิลา
Arabian jasmin, Tunisia 2010.jpg
สายพันธุ์ 'Maid of Orleans' จาก ตูนีเซีย.
Jasmine lifecycle.jpg
ดอกมะลิลาระยะต่างๆ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ถูกจัดอันดับ: Angiosperms
ไม่ถูกจัดอันดับ: Eudicots
ไม่ถูกจัดอันดับ: Asterids
อันดับ: Lamiales
วงศ์: Oleaceae
สกุล: Jasminum
สปีชีส์: J.  sambac
ชื่อพ้อง[1][2]

มะลิลา หรือ มะลิซ้อน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Jasminum sambac) เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย สูง 15-25 ซม. ใบออกตรงข้าม รูปไข่กว้าง 3.5 - 4.5 ซม. ยาว 4-7 ซม. ปลายแหลม โคนมน ก้านใบสั้น มี 3 ใบใน 1 ข้อ ดอกสีขาว กลิ่นหอมแรง ออกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ใช้ทำเป็นน้ำลอยมะลิ ใช้ทำเป็นขนมไทย[3]มะลิลาและมะลิซ้อนเป็นพืชชนิดเดียวกันแต่เป็นคนละรูปแบบ สังเกตได้จากดอกที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน[4]

มะลิลามีชื่อพื้นเมืองอื่นอีกดังนี้: ข้าวแตก (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน) เตียมูน (ละว้า เชียงใหม่) มะลิ (กลาง) มะลิขี้ไก่ (เชียงใหม่) มะลิซ้อน (กลาง) มะลิป้อม (เหนือ) มะลิลา (กทม., กลาง) และ มะลิหลวง (แม่ฮ่องสอน) [4]

ชาวโอรังอัสลี ในรัฐเประก์ ประเทศมาเลเซีย นำใบอ่อนแช่ในน้ำเย็น ใช้ดื่มแก้นิ่วในถุงน้ำดี รากนำไปต้ม แล้วดื่มน้ำแก้เบาหวาน[5]เป็นดอกไม้ประจำชาติของฟิลิปปินส์ เรียกว่าซัมปากีตา (sampaguita) และเป็นดอกไม้ประจำชาติหนึ่งในสามชนิดของอินโดนีเซีย ซึ่งเรียกว่าเมอลาตี ปูติห์ (melati putih)

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Jasminum sambac (L.) Aiton". Germplasm Resources Information Network (GRIN) online database. สืบค้นเมื่อ March 8, 2011. 
  2. Ginés López González (2006). Los árboles y arbustos de la Península Ibérica e Islas Baleares: especies silvestres y las principales cultivadas (ใน Spanish) (2 ed.). Mundi-Prensa Libros. p. 1295. ISBN 978-84-8476-272-0. 
  3. เสาวลักษณ์ สุขสมัย. เสน่ห์ไม้ไทย. กทม. มติชน.2539
  4. 4.0 4.1 เต็ม สมิตินันทน์ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พ.ศ. 2549
  5. Samuel, A.J.S.J., Kalusalingam, A., Chellappan, D.K., Gopinath, R., Radhamani, S., Husain, H. A., Muruganandham, V., Promwichit, P. 2010. Ethnomedical survey of plants used by the orang asli in kampong bawong, Perak, West Malaysia. Joutnal of Ethnobiology and Ethnomedicine. 6:5

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]