มอธแมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาดมอธแมน
ประติมากรรมมอธแมนที่เมืองพอยต์เพลสเซนต์

มอธแมน หรือ มอธแมนแห่งพอยต์เพลสเซนต์ หรือ เบิร์ดแมน[1] (อังกฤษ: Mothman, The Mothman of Point Pleasant, Birdman) เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีผู้อ้างว่าพบเห็นที่เมืองพอยต์เพลสเซนต์ ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1967 โดยมอธแมนนั้นแปลว่า "มนุษย์ผีเสื้อกลางคืน" อ้างอิงตามลักษณะของผู้ที่อ้างว่าพบเห็น

ลักษณะ[แก้]

มอธแมนกล่าวว่ารูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีความสูงกว่า 6 ฟุต มีตาสีแดงสว่างไสวในความมืด มีปีกขนาดใหญ่ 2 ปีก มีคอสั้นมาก ศีรษะใหญ่ มอธแมนบินโฉบไปมาในหลายสถานที่บริเวณนั้นเพียง 2–3 วัน แต่จากนั้นมาก็ได้มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นมอธแมนนับกว่า 100 ราย โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนที่เรียกว่า "พื้นที่ทีเอ็นที" (TNT area) ซึ่งอยู่นอกตัวเมือง ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์แห่งชาติในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และมีทฤษฎีสมคบคิดว่ามอธแมนอาจจะเกี่ยวข้องกับจานบินและมนุษย์ต่างดาวด้วย รวมถึงมีผู้อ้างว่าพบเห็นชายในชุดดำด้วย เนื่องจากที่พอยต์เพลสเซนต์มีรายงานการพบจานบินอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้แล้ว ยังเชื่อว่า มอธแมนปรากฏตัวคล้ายกับจะมาเตือนถึงภัยพิบัติที่จะมาถึงล่วงหน้า คล้ายกับร็อด (Rods) เนื่องจากในตอนเย็นของวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1967 สะพานซิลเวอร์ ซึ่งเป็นสะพานเหล็กความยาว 700 ฟุต ที่เชื่อมต่อระหว่างพอยต์เพลสเซนต์ กับรัฐโอไฮโอ พังถล่มลงมาในขณะที่แบกรับการจราจรคับคั่งเอาไว้ ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ มีผู้เสียชีวิต 46 คนและสร้างความเสียหายให้รถจำนวนมากที่สัญจรอยู่ ชาวเมืองโทษว่ามอธแมนเป็นตัวการทำให้เกิดเหตุร้ายครั้งนี้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นมอธแมนอีกเลย จนกระทั่งอีกหลายปีต่อมา[2]

การพบเห็น[แก้]

โดยการพบเห็นมอธแมนครั้งแรกเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ชาย 5 คนที่กำลังขุดหลุมฝังศพที่สุสานใกล้เมืองเคลนเดนิน เวสต์เวอร์จิเนีย พวกเขาอ้างว่าเห็นอะไรบางอย่างรูปร่างคล้ายมนุษย์บินโฉบจากต้นไม้ในระดับเหนือศีรษะของพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกของการพบเห็นสิ่งที่ต่อมาเรียกกันว่า มอธแมน ต่อมาในวันคืนที่ 15 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังขับรถไปบนเส้นทางของถนนในพอยต์เพลสเซนต์ ทั้งคู่ก็ได้เจอกับสิ่งลึกลับบางอย่างขนาดใหญ่ข้างทาง และพวกเขานำเรื่องนี้ไปแจ้งกับตำรวจ และมันได้ปรากฏเป็นข่าว ถัดจากนั้นเพียงไม่กี่วัน หญิงสาวท้องถิ่น เฟย์ เดวิตต์ พร้อมกับพี่ชายได้ออกตามหาสิ่งนี้ ในตอนแรกเธอเชื่อว่ามันอาจเป็นคนที่ใส่ชุดสัตว์ประหลาดเพื่อหลอกคนอื่นให้ตกใจเล่น เนื่องจากในขณะนั้นอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งตรงกบเทศกาลฮาโลวีน ขณะที่พี่ชายของเธอกำลังขับรถอยู่นั้น เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างตามมา และบอกกับเธอว่าอย่าหันไปมองด้านซ้าย แต่เมื่อเธอมองไป ก็เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ไล่ตามรถของทั้งคู่มา พวกเขาขับรถหนีไปจนกระทั่งเจอทางตัน สัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ได้กระโดดขึ้นมาบนฝากระโปรงด้านหน้ารถ ตาของมันเป็นสีแดงก่ำมันมองทั้งเธอและพี่ชายสลับกันไป ก่อนจะกระโดดขึ้นไปเกาะยังยอดตึกที่มีความสูงถึง 5 ชั้น ณ ตอนนี้เดวิตต์ไม่เชื่อแล้วว่า มันเป็นคนใส่ชุดสัตว์ประหลาด พี่ชายของเธอลงจากรถและปาหินใส่มัน มันกระโดดหลบก่อนจะสยายปีกออกทั้งสองข้างและบินหายไปในความมืด ถัดจากนั้นไม่กี่วัน ทอม อูรี ชายท้องถิ่นคนหนึ่งก็เล่าว่าพบเห็นมอธแมนบินผ่านรถของเขาในเวลากลางวัน เขาบอกว่าตัวของมันมีขนสีน้ำตาลด้วย [1]

นอกจากที่พอยต์เพลสเซนต์แล้ว ยังมีรายงานการพบเห็นมอธแมนในที่อื่น ๆ อีกทั่วโลก เช่น ก่อนการระเบิดของโรงไฟฟ้าเชียร์โนบีล ในรัสเซีย ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1986 ก็มีข่าวทำนองว่า คนงานในโรงไฟฟ้าบอกว่าได้ถูกอะไรบางอย่างที่ลึกลับติดตามมาระยะหนึ่ง บางคนก็ได้รับโทรศัพท์ขู่มาด้วยเสียงแปลก ๆ บางคนก็ฝันร้ายติดต่อกันหลายคืน และมีอย่างน้อย 4 คนที่กล่าวว่าได้เห็นผู้ชายรูปร่างใหญ่ มีปีกขนาดใหญ่ติดอยู่ด้านหลัง แต่ไม่มีช่วงคอหรือศีรษะ มีดวงตาสีแดงเหมือนไฟ รวมถึงผู้ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้นก็อ้างว่าเห็นสิ่งบินได้คล้ายนกขนาดใหญ่ถึง 20 ฟุต บินอยู่ในกลุ่มควันหลังเหนือโรงงานหลังเกิดเหตุ และยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดก่อนหรือหลังในช่วงยุคสมัยนั้น เช่น เหตุการณ์เขื่อนขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแตก ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1926 มีผู้เสียชีวิตกว่า 15,000 รายและสาบสูญจำนวนมาก ก็มีผู้อ้างว่าพบเห็นมนุษย์มังกร ปรากฏตัวใกล้กับผู้ที่ประสบเหตุ, ในปี ค.ศ. 1951 ที่เมืองชิคาโก มีผู้พบเห็นมอธแมนบินอยู่เหนือทะเลสาบมิชิแกน ในวันที่เกิดแผ่นดินไหว รวมถึงมีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่งเห็นร่างสีเทาขนาดใหญ่เมื่อเปิดประตูบ้านออกมา และจากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปโดยไม่รู้ตัวไปที่สวนสาธารณะเหมือนกับถูกสิ่งนั้นสะกดจิตด้วยดวงตา หลังจากนั้นไม่นานอพาร์ตเมนต์ที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ก็ถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย หรือในช่วงสงครามไครเมีย ก็มีทหารรัสเซียบันทึกว่าได้พบเห็นนกยักษ์บินวนเวียนอยู่เหนือหัวพวกเขาทั้งหมด 5 คน เมื่อรู้สึกตัวทั้งหมดก็ตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกหมดแล้ว และรอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หรือในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1978 ที่เมืองไฟรบูร์กอิมไบรส์เกา ประเทศเยอรมนี คนงานเหมืองถ่านหินอ้างว่าพบเห็นร่างลึกลับสีดำขนาดใหญ่ ที่มีปีกอยู่ด้านหลัง คนงานทั้งหมดพายามจะเข้าไปใกล้เพราะเจ้าสิ่งนั้นมันยืนปิดทางเข้าเหมืองอยู่ แต่แล้วมันก็ร้องกรีดด้วยเสียงแหลมสูง ดังเหมือนคน 5 คน หรือเสียงหวูดรถไฟ ทั้งหมดจึงวิ่งหนีออกมา และหลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง เหมืองถ่านหินก็ระเบิดและถล่มลงมา[3]

มอธแมน มีรายงานการพบเห็นอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2007 ก่อนที่สะพานข้ามแม่น้ำมิสซิสซิปปี I-35W จะถล่มลงมาในวันที่ 1 สิงหาคม ปีเดียวกัน มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ในชั่วโมงเร่งด่วน[3]

การพบเห็นมอธแมนครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2009 จอห์น ไฮปส์ บุรุษพยาบาลพร้อมกับภรรยา ได้ขับรถไปในถนนสายหนึ่งก่อนถึงสะพานในพอยต์เพลสเซนต์ และทั้งคู่ก็เห็นอะไรบางอย่างสีดำข้างถนน ทีแรกเขาคิดว่าคงเป็นกวางหรือสุนัขจรจัดที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อรถของทั้งคู่เข้าใกล้ มันกลับไม่หนี แต่ได้ลุกขึ้น เมื่อนั้นไฮปส์เห็นว่ามันสูงได้ถึง 6.7–6.10 ฟุต และมันมีดวงตาสีแดงก่ำ และกางปีกข้างซ้ายออกซึ่งกว้างได้ถึง 15 ฟุต จากนั้นมันได้กระโดดหนีไป การปรากฏตัวของมันทำให้ภรรยาของเขากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว มีผู้เชื่อว่าพวกเขาอาจเห็นภาพหลอนหรือเป็นอาการทางจิต แต่ไฮปส์ยืนยันว่าไม่ใช่เพราะว่าทั้งเขาและภรรยาต่างก็เป็นพยาบาลในแผนกจิตเวชทั้งคู่ จึงรู้จักและคุ้นเคยกับอาการทางจิตเป็นอย่างดี[1]

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

เรื่องของมอธแมนกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น เมื่อนักเขียนคนหนึ่งชื่อ จอห์น คีล ได้เดินทางมายังพอยต์เพลสเซนต์ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับมอธแมน เขาได้แต่งหนังสือชื่อ The Mothman Prophecies ขึ้นในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือที่ขายดีเล่มหนึ่ง ต่อมาทางฮอลลีวู้ดก็ได้สร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมอธแมนขึ้นด้วยในปี ค.ศ. 2002 ในชื่อเดียวกัน (ในชื่อภาษาไทยใช้ชื่อว่า ลางหลอน ทูตมรณะ) โดยบทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มนี้ นำแสดงโดย ริชาร์ด เกียร์ และลอร่า ลินนีย์ กำกับการแสดงโดย มาร์ก เพลลิงตัน โดยริชาร์ด เกียร์ รับบทเป็น จอห์น ไคลน์ (ดัดแปลงชื่อจาก จอห์น คีล[4])

นอกจากนี้แล้วยังถูกกล่าวถึง ในปี ค.ศ. 2009 สารคดีของดิสคัฟเวอรี่ แชนนอลชุด Lost Tapes (ในประเทศไทยออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ในกลางปีเดียวกัน[5]) รวมถึงในสารคดีชุด The Unexplained Files ในปี ค.ศ. 2013–14 ทางช่องเดียวกัน (ในประเทศไทยออกอากาศทางพีพีทีวีในเดือนเมษายน ค.ศ. 2018) เป็นต้น[1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]