อาสนวิหารนักบุญเปาโล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มหาวิหารเซนต์พอล)
Jump to navigation Jump to search
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เซนต์พอล (แก้ความกำกวม)
อาสนวิหารนักบุญเปาโล
อาสนวิหารนักบุญเปาโล
อาสนวิหารนักบุญเปาโล
สิ่งก่อสร้าง
นิกาย แองกลิคัน
เสก 1300; 718 ปีที่แล้ว (1300)
หลังเดิม
1697; 321 ปีที่แล้ว (1697)
หลังปัจจุบัน
ที่ตั้ง ลอนดอน
ประเทศ Flag of the United Kingdom.svg สหราชอาณาจักร
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 604
ผู้สร้างแรก นักบุญออกัสตินแห่งแคนเทอร์เบอรี
ปัจจุบัน ค.ศ. 1677
สร้างเสร็จ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1708
แบบสถาปัตยกรรม บาโรก
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
สถาปนิก เซอร์คริสโตเฟอร์ เรน
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
เว็บไซต์ อาสนวิหารนักบุญเปาโล
“อาสนวิหารนักบุญเปาโลเดิม” ก่อน ค.ศ. 1561 ที่ยังมีมณฑป

อาสนวิหารนักบุญเปาโล (อังกฤษ: St Paul's Cathedral) เป็นอาสนวิหารของคริสตจักรแห่งอังกฤษ และเป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งบิชอปแห่งลอนดอน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่นักบุญเปาโลอัครทูต ตั้งอยู่ในนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ อาสนวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 และเชื่อกันว่าเป็นอาสนวิหารที่ 5 ตั้งแต่สร้างอาสนวิหารกันมา ณ ที่ตั้งนี้แต่อาจจะสูงกว่านั้นถ้านับการบูรณะเข้าไปด้วย

อาสนวิหารเดิม[แก้]

สมัยก่อนนอร์มัน[แก้]

(หมายเหตุ: สมัยก่อนนอร์มันหมายถึงสมัยก่อนที่อังกฤษจะถูกรุกรานโดยวิลเลียม ดยุกแห่งนอร์ม็องดีเมื่อปี ค.ศ. 1066—คือก่อนปี ค.ศ. 1066)

สมัยโรมันตอนปลายลอนดอนมีฐานะเป็นมุขมณฑล แต่อาสนวิหารแซกซันที่สร้างเป็นโบสถ์ไม้ ซึ่งอาจจะสร้างโดยเมลลิทัส (Mellitus) หรือนักบุญออกัสตินแห่งแคนเทอร์เบอรี ที่เนินลัทเกท (Ludgate Hill) ของมุขมณฑลที่ก่อตั้งใหม่เมื่อ ค.ศ. 604 ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมืองลอนดอนโรมัน และตะวันออกของลันเดนวิค (Lundenwic) การสร้างอาสนวิหารภายในกำแพงเมืองโรมันเป็นประเพณีที่นักสอนศาสนาทำกันมาตั้งแต่ยุโรปภาคพื้นทวีป

ที่ตั้งของอาสนวิหารปัจจุบันกล่าวกันว่าเคยเป็นที่ตั้งของวงหิน (stone circle) เป็นโบสถ์ที่อุทิศให้เทพีไดแอนนา ซึ่งตั้งตรงกันข้ามกับวิหารอพอลโลที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ แต่คริสโตเฟอร์ เรน (Christopher Wren) ผู้เป็นสถาปนิกไม่พบสิ่งใดที่เป็นหลักฐานตามที่กล่าว[1] แต่ก็อาจจะเป็นได้ว่าโบสถ์เดิมเป็นเพียงโบสถ์น้อยเล็ก ๆ และอาจจะถูกทำลายหลังจากที่เมลลิทุสถูกไล่ออกจากเมืองไปชั่วคราวโดยผู้นอกศาสนาที่สืบเชื้อสายมาจากแซร์เบิร์ธ (Saeberht) และตัวโบสถ์เองก็ถูกเผาเมื่อปี ค.ศ. 675 โบสถ์ที่สร้างแทนที่เป็นหิน (ค.ศ. 685) ภายในโบสถ์เป็นที่ฝังพระเจ้า/นักบุญเซ็บบีแห่งเอสเซ็กซ์ ต่อมาโบสถ์นี้ก็ถูกไวกิงปล้นทำลายเมื่อปี ค.ศ. 961 ตามที่กล่าวใน “บันทึกเหตุการณ์ของชาวแองโกล-แซกซัน

อาสนวิหารที่สามสร้างด้วยหินเมื่อปี ค.ศ. 962 และใช้เป็นที่ฝังพระศพของพระเจ้าเอเธลเรดที่ 2 (Ethelred the Unready) แต่ก็มาถูกเผาอีกเมื่อปี ค.ศ. 1087 ตามที่บันทึกใน “บันทึกเหตุการณ์ของชาวแองโกล-แซกซัน”

“อาสนวิหารนักบุญเปาโลเดิม”[แก้]

อาสนวิหารนักบุญเปาโลที่ 4 เรียกว่า “อาสนวิหารนักบุญเปาโลเดิม” หรือ “อาสนวิหารนักบุญเปาโลก่อนไฟไหม้” (ก่อนมหาอัคคีภัยแห่งลอนดอน ค.ศ. 1666) ชาวนอร์มันเริ่มสร้างขึ้นหลังจากไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1087 ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างก็ร่วม 200 ปีจึงเสร็จ แต่ก็มาเสียหายจากเพลิงไหม้ไปมากเมื่อปี ค.ศ. 1136 หลังคาที่สร้างแทนก็ยังเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี เมื่อปี ค.ศ. 1240 จึงมีพิธีเสกโบสถ์อย่างเป็นทางการ

แต่หลังจากเสกโบสถ์ได้เพียง 16 ปีโบสถ์ก็มีโครงการขยายเพิ่มอีกเมื่อปี ค.ศ. 1256 “งานใหม่” ครั้งนี้เสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1314 แต่มีพิธีเสกโบสถ์อีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1300—14 ปีก่อนการขยายเพิ่มเติมจะเสร็จ อาสนวิหารนักบุญเปาโลในขณะนั้นเป็นอาสนวิหารที่ลึกเป็นที่สามของยุโรป เมื่อมีการขุดค้นทางโบราณคดีโดยฟรานซิส เพ็นโรส (Francis Penrose) ก็พบว่าตัวอาสนวิหารนักบุญเปาโลเดิมลึก 585 ฟุต กว้าง 100 ฟุตจากแขนกางเขนเหนือถึงใต้กว้าง 290 ฟุตและมีมณฑปที่สูงที่สุดในยุโรปสูงประมาณ 489 ฟุต

พอมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 อาสนวิหารก็อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมมาก ในสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากผลของการยุบอารามและ “พระราชกฤษฎีกาเวนคืนทรัพย์ของอารามเป็นของหลวง” (Chantries Act) โดยมีการทำลายเครื่องตกแต่งภายในของโบสถ์ ระเบียงฉันนบถ ห้องใต้ดินภายในโบสถ์ คูหาสวดมนต์ และบริเวณประกอบพิธี รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ของโบสถ์ อสังหาริมทรัพย์บางส่วนของอาสนวิหารที่ไม่ถูกทำลายก็ถูกยึดเป็นของหลวง หรือไม่ก็ถูกขาย หรือถูกบังคับให้เช่าโดยเฉพาะให้กับโรงพิมพ์และร้านหนังสือโปรเตสแตนต์ วัสดุจากสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายก็กลายเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับสิ่งก่อสร้างใหม่เช่น วังซัมเมอร์เซต (Somerset House) ของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ - “เจ้าผู้พิทักษ์

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาสนวิหารที่เรียกว่า “St Paul's Cross” กลายมาเป็นที่เทศนากลางแจ้ง เมื่อปี ค.ศ. 1561 มณฑปของอาสนวิหารก็ถูกฟ้าผ่าและไม่มีการสร้างแทน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งชาวโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ถือกันว่าเป็นสัญญาณจากพระเป็นเจ้าที่แสดงความไม่พอใจในความแตกแยกของนิกายทั้งสอง

เมื่อราวปี ค.ศ. 1630 อินิโก โจนส์ (Inigo Jones) สถาปนิกแบบคลาสสิกก็สร้างด้านหน้าใหม่ แต่มาถูกทำลายเสียหายไปมากระหว่างสงครามกลางเมืองอังกฤษ พร้อมกับเอกสารต่าง ๆ ของโบสถ์ด้วย[2] “อาสนวิหารนักบุญเปาโลเดิม” มาถูกทำลายหมดระหว่างมหาอัคคีภัยแห่งลอนดอน ถึงแม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะซ่อมแซมจากสิ่งที่หลงเหลือจากไฟไหม้ แต่ก็มีการตัดสินใจให้สร้างโบสถ์ใหม่ทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของสมัยนั้น ที่ในปัจจุบันเรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบบาโรก อันที่จริงแล้วความคิดที่จะสร้างอาสนวิหารใหม่ก็เริ่มมาตั้งแต่ก่อนที่ไฟจะไหม้แล้ว

“อาสนวิหารนักบุญเปาโลเรน”[แก้]

การออกแบบและการก่อสร้าง[แก้]

คริสโตเฟอร์ เรน เป็นสถาปนิกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกแบบอาสนวิหารนักบุญเปาโลใหม่ พร้อมกับวัดอื่น ๆ ในกรุงลอนดอนอีกราว 50 โบสถ์ในขณะเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 1668 แบบแรกที่เร็นออกเป็นการสร้างอาสนวิหารใหม่บนฐานเดิม แต่แผนนี้ไม่ได้รับการอนุมัติในปี ค.ศ. 1669 ผังที่สองเป็นทรงกากะบาด (Greek cross) ออกแบบราว ค.ศ. 1670-1672 ก็ไม่ได้รับอนุมัติอีกเพราะทรงสมัยใหม่เกินไป เช่นเดียวกับผังที่เอามาแก้ไขที่สร้างเป็นรูปย่อส่วน 1:24 “Great Model” ที่ตั้งแสดงอยู่ในห้องใต้ดินของอาสนวิหารในปัจจุบัน [3] ผังที่ในที่สุดได้รับการ “ยอมรับ” ก็คือผังที่ออกแบบเมื่อ ค.ศ. 1675 แบบที่ “ยอมรับ” ประกอบด้วยโดมเล็กมียอดแหลมข้างบน แต่พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงอนุญาตให้เร็นแก้ไข “สิ่งตกแต่ง” ของผังที่ “ยอมรับ” ได้ เร็นก็เลยถือโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปจากแบบเดิมเป็นอันมาก รวมทั้งขยายขนาดโดมให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มหอสองหอทางด้านตะวันตก ตัวอาคารเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมิถุนายน โดยมีทอมัส สตรองผู้เป็นหัวหน้าช่างหินของเร็นเป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อปี ค.ศ. 1677[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. ครูเกอร์ (Kruger) , ค.ศ. 1943
  2. Kelly 2004 (เคลลี ค.ศ. 2004)
  3. pages 12 to 26, Sir Christopher Wren: The Design of St Paul's Cathedral, Kerry Downes Trefoil Press 1988 (การออกแบบอาสนวิหารนักบุญเปาโล โดยเคอร์รี ดาวนส)
  4. The Worshipful Company of Masons: Company History

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 51°30′50″N 0°05′53″W / 51.514°N 0.098°W / 51.514; -0.098