มหาบุรุษซามูไร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาบุรุษซามูไร
(The Last Samurai)
นำแสดง ทอม ครูซ รับบทเป็น กัปตันอัลเกรน
เคน วาตาเนเบ้ รับบทเป็น คัตซูโมโตะ
มาซาโตะ ฮาระดะ รับบทเป็น โอมุระ
ชิชิโนซูเกะ นาคามุระ รับบทเป็น จักพรรดิเมจิ
ฉาย 5 ธันวาคม พ.ศ. 2546 (สหรัฐอเมริกา)
21 มกราคม พ.ศ. 2547 (ประเทศไทย)
ความยาว 154 นาที
ภาษา อังกฤษ
ญี่ปุ่น
ฝรั่งเศส
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

มหาบุรุษซามูไร (อังกฤษ: The Last Samurai) หรือซามูไรคนสุดท้าย เป็นประเภทผจญภัย สงคราม-ดราม่า ซึ่งออกฉายครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 2003

เนื้อเรื่อง[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องราวของร้อยเอกเนธาน อัลเกร็น ซึ่งเป็นคนไร้จุดหมาย บรรดาศึกสงครามที่เขาได้ร่วมรบมาก่อนนั้นดูเหมือนช่างห่างไกลและไร้ผล เขาเคยเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อเกียรติยศและประเทศชาติ ทว่า หลายปีนับแต่สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา โลกได้เปลี่ยนไปมาก พลการเข้ามาแทนที่ความกล้าหาญ ประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาแทนที่ความเสียสละ และไม่มีเกียรติยศหลงเหลืออีกต่อไปโดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตก เมื่อหน้าที่ของเขาในปฏิบัติการอินเดียนแดงได้จบลง ตามสภาวะแห่งความเป็นจริงที่แสนเศร้า ณ ทุ่งกว้างที่ไร้ซึ่งการให้อภัย ใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำวาชิตะ อัลเกร็นสูญเสียกำลังใจจนหมดสิ้น ห่างออกไปอีกซีกโลก ทหารหาญอีกนายมองเห็นวันข้างหน้าของชีวิตตนที่มีแต่จะถูกกัดกร่อนไป เขาคือ คัตสึโมโต้ หัวหน้าคนสุดท้ายของนักรบรุ่นเก่า เหล่าซามูไรที่เป็นที่นับถือ ผู้อุทิศชีวิตพวกเขาให้กับองค์จักรพรรดิและประเทศชาติ และเช่นเดียวกันกับการบุกรุกสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในอเมริกาฝั่งตะวันตก ที่ชนพื้นเมืองอเมริกันถูกต้อนให้จนมุมและถูกบีบบังคับ สิ่งเดียวกันที่เกิดขึ้นกับประเพณีของญี่ปุ่น สายโทรเลขและทางรถไฟนำมาซึ่งความเจริญ แต่กลับคุกคามสิ่งที่มีคุณค่า และกฎเกณฑ์ที่เหล่าซามูไรได้เคยมีชีวิตอยู่ และสละชีพเพื่อมันมานับศตวรรษ แต่คัตสึโมโต้ไม่มีวันลาไปโดยปราศจากการต่อสู้ เส้นทางของทั้งสองนักรบทั้งสอง มาบรรจบกันเมื่อองค์จักรพรรดิหนุ่มแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกเชื้อเชิญโดยความสนใจของอเมริกัน ผู้ปรารถนาในตลาดที่กำลังเติบโตของญี่ปุ่น ตกลงว่าจ้างให้อัลเกร็นมาเป็นผู้ฝึกให้กับกองทัพทหารเกณฑ์ที่ทันสมัยกองทัพแรกแห่งญี่ปุ่น แต่ในขณะที่บรรดาที่ปรึกษาของจักรพรรดิ พยายามจะ กำจัดเหล่าซามูไรอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแบบตะวันตก ที่เป็นมิตรทางการค้าขึ้นนั้น อัลเกร็นกลับได้พบว่า ตัวเขาประทับใจและมีความโน้มเอียง เมื่อได้พบกับพวกซามูไร ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาทำให้เขาระลึกได้ถึงตัวตนที่เขาเคยเป็นมาก่อน เมื่อถูกผลักเข้าสู่แดนโหดห้าวและไม่คุ้นเคย โดยมีชีวิต และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น จิตวิญญาณของเขา นายทหารชาวอเมริกันผู้ตกที่นั่งลำบาก ได้พบว่าเขากำลังอยู่ท่ามกลางความรุนแรง และตำนานที่ต้องต่อสู้ระหว่างสองโลก โดย มีเพียงเหตุผลแห่งเกียรติยศเท่านั้นที่จะนำทางให้กับเขา

นักแสดงนำ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Polak, Christian. (2001). Soie et lumières: L'âge d'or des échanges franco-japonais (des origines aux années 1950). Tokyo: Chambre de Commerce et d'Industrie Française du Japon, Hachette Fujin Gahōsha (アシェット婦人画報社).
  • __________. (2002). 絹と光: 知られざる日仏交流100年の歴史 (江戸時代-1950年代) Kinu to hikariō: shirarezaru Nichi-Futsu kōryū 100-nen no rekishi (Edo jidai-1950-nendai). Tokyo: Ashetto Fujin Gahōsha, 2002. 10-ISBN 4-573-06210-6; 13-ISBN 978-4-573-06210-8; OCLC 50875162

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]