ฟาฏิมะฮ์ อัชชะรีฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระราชินีฟาฏิมะฮ์
Queen Fatima of Libya.jpg
พระอิสริยยศสมเด็จพระราชินีแห่งลิเบีย
ราชวงศ์ซานูซี
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพประมาณ ค.ศ. 1911
โอเอซิสแห่งคูฟรา ลิเบียของอิตาลี
สวรรคต3 ตุลาคม ค.ศ. 2009 (98 ปี)
ไคโร ประเทศอียิปต์
พระราชบิดาอะฮ์มัด ชะรีฟ อัซซานูซี
พระราชมารดาเคาะดีญะฮ์ บินต์ อะฮ์มัด อัลริฟี
พระราชสวามีพระเจ้าอิดริสที่ 1 แห่งลิเบีย
พระราชบุตรพระโอรส 1 พระองค์

ซัยยิดาฟาฏิมะฮ์ อัชชะรีฟ (อาหรับ: فاطمة الشريف‎) หรือ ฟาฏิมะฮ์ อัซซานูซี (อาหรับ: فاطمة السنوسي‎;[1] ค.ศ. 1911 – 3 ตุลาคม ค.ศ. 2009) เป็นพระราชินีในพระเจ้าอิดริสที่ 1 แห่งลิเบีย เป็นสมเด็จพระราชินีเพียงพระองค์เดียวของลิเบียก่อนการปฏิวัติโดยพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ในปี ค.ศ. 1969 พระองค์จึงเป็นสมเด็จพระราชินีองค์สุดท้ายในแอฟริกาเหนือ[2]

พระราชประวัติ[แก้]

ฟาฏิมะฮ์ อัชชะรีฟพระราชสมภพในปี ค.ศ. 1911 ที่โอเอซิสแห่งคูฟรา (ประเทศลิเบียในปัจจุบัน) เป็นพระธิดาเพียงคนเดียวในซัยยิดอะฮ์มัด ชะรีฟ อัซซานูซี อดีตผู้นำทางศาสนาของราชวงศ์ซานูซี กับเคาะดีญะฮ์ บินต์ อะฮ์มัด อัลริฟี ภรรยาคนที่สอง พระบิดาของพระองค์ได้ทำการต่อต้านกองกำลังของเหล่าอาณานิคม จนในปี ค.ศ. 1929 พระองค์ได้รับคำสั่งให้หนีออกจากลิเบียไปยังเขตแดนอียิปต์โดยใช้อูฐ

ในปี ค.ศ. 1931 ฟาฏิมะฮ์ได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าอิดริสที่ 1 แห่งลิเบีย ซึ่งเป็นพระประยูรญาติ[3] และผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำราชวงศ์ต่อจากบิดาของพระองค์ พระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นที่เมืองซีวา พระองค์เคยประสูติกาลพระบุตรพระองค์แรกและพระองค์เดียวของพระองค์ ซึ่งสิ้นพระชนม์เสียขณะที่มีอายุได้เพียง 1 วันเมื่อปี ค.ศ. 1953

ในตำแหน่งพระราชินี[แก้]

สมเด็จพระราชินีและตาฮียะฮ์ นาศิร ภรรยาญะมาล อับดุนนาศิร ประธานาธิบดีของอียิปต์

เมื่อพระเจ้าอีดริสเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งลิเบียในปี ค.ศ. 1951 กระทั่งปี ค.ศ. 1954 พระภาคิไนยคนหนึ่งของพระองค์ได้ลอบสังหารอิบราฮิม เชลฮี ที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของพระราชสวามี เนื่องจากข่าวลือว่านายเชลฮีมั่นใจว่ากษัตริย์อิดริสจะทรงหย่ากับพระราชินี และกษัตริย์จะทรงสนพระทัยที่จะอภิเษกสมรสกับบุตรสาวของตนแทน หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวกษัตริย์อิดริสจึงดำเนินการลงโทษต่อพระภาคิไนยของสมเด็จพระราชินี[4]

กษัตริย์อิดริสทรงตัดสินพระทัยที่จะอภิเษกสมรสใหม่เพราะมีพระราชประสงค์ที่จะมีองค์รัชทายาทไว้สืบทอดราชบัลลังก์ สมเด็จพระราชินีเองก็ทรงหาสตรีให้กษัตริย์อิดริสเลือกไว้สองคนไปถวายสำหรับอภิเษกสมรส แต่กษัตริย์อิดริสกลับทรงอภิเษกสมรสกับสตรีชั้นสูงชาวอียิปต์ชื่อ อาลียา อับเดล กอดีร์ ลัมลุม (Alia Abdel Kader Lamloum)[5] แล้วอภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1955 กระนั้นสมเด็จพระราชินีฟาฏิมะฮ์ก็ยังรักษาสถานภาพของการเป็นสมเด็จพระราชินีและมิได้หย่าร้างหรือถูกขับออกจากพระราชวังโตบรุก พระเจ้าอิดริสและพระราชินีฟาฏิมะฮ์ทรงรับอุปการะเหล่าโอรส-ธิดาของพระประยูรญาติหลายพระองค์ รวมทั้งสุไลมา เด็กหญิงชาวแอลจีเรียที่บิดาของเธอเสียชีวิตจากการต่อสู้กับฝรั่งเศส[4]

สมเด็จพระราชินีมีพระอารมณ์ขัน ปฏิภาณไหวพริบ และพระปรีชาสามารถที่จะทำให้ผู้อื่นผ่อนคลาย โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มผู้ที่สนับสนุนกษัตริย์อิดริส ด้วยวิธีการอันแลดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม พระองค์จึงกลายเป็นแบบอย่างที่ดีของสตรียุคใหม่ชาวลิเบีย ด้วยบทบาทพระราชินีของพระองค์[4] ขณะที่ยังทรงดำรงตำแหน่งพระราชินี พระองค์ปราศจากเครื่องทรงฮิญาบ แต่ทรงมีบทบาทในการเข้าร่วมพระกรณียกิจกับสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ[4]

หลังการปฏิวัติ[แก้]

สมเด็จพระราชินีฟาฏิมะฮ์ (ซ้าย) ในปี ค.ศ. 1995

ในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของลิเบียเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1969 พระองค์และพระสวามีประทับอยู่ในประเทศตุรกี ต่อมาทั้งสองพระองค์ได้พำนักอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่งในไคโร ประเทศอียิปต์ ภายใต้การคุ้มครองของญะมาล อับดุนนาศิรผู้นำอียิปต์ในขณะนั้น[2] ซึ่งมาจากการที่เขายึดทรัพย์สินจากฝ่ายตรงข้าม[2] ซึ่งในพระตำหนักมีราชองครักษ์ และทั้งสองพระองค์จะมีรายได้ 10,000 ปอนด์อียิปต์ต่อปี[3]

หลังจากการปฏิวัติล้มล้างระบอบกษัตริย์ในลิเบีย พระองค์ได้พยายามขึ้นฟ้องต่อศาลประชาชนของลิเบียในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1971 แต่กลับถูกพิพากษาให้ถูกจำคุก 5 ปี และทรัพย์สมบัติของพระองค์ก็ถูกยึดเป็นของรัฐ ต่อมาภายหลังได้มีการส่งมอบพระตำหนักส่วนพระองค์ในกรุงตรีโปลีคืนแก่พระองค์ในปี ค.ศ. 2007

อดีตสมเด็จพระราชินีฟาฏิมะฮ์ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2009 ณ ไคโร ประเทศอียิปต์ สิริรวมพระชนมายุได้ 98 พรรษา[6] และพระศพถูกฝังไว้ที่สุสานฮัมซะฮ์ อัลมะดีนะฮ์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

อ้างอิง[แก้]

  1. Biodata Archived 2009-10-06 at the Wayback Machine.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Queen of Libya". The Washington Post. October 14, 2009. สืบค้นเมื่อ 2011-10-26.
  3. 3.0 3.1 "Lives Remembered". The Telegraph. 13 Oct 2009. สืบค้นเมื่อ 2011-10-26.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 Fatima al-Sanussi, Queen of Libya | Times Online Obituary
  5. 00.html LIBYA: Family Troubles - TIME
  6. Life In Legacy - Week ending October 3, 2009

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ฟาฏิมะฮ์ อัชชะรีฟ ถัดไป
ตำแหน่งใหม่ 2leftarrow.png สมเด็จพระราชินีแห่งลิเบีย
(24 ธันวาคม ค.ศ. 1951 – 1 กันยายน ค.ศ. 1969)
2rightarrow.png ยกเลิกตำแหน่ง