พูดคุย:มหาวิทยาลัยเกริก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การวินาศกรรมจรรยาชีพ[แก้]

บทความยุคกระชับพื้นที่

            ผู้เขียนไม่เคยสนใจระบบการศึกษามาเป็นพิเศษเลย แต่ก็ยังได้มีโอกาสศึกษามาบ้างแม้ไม่สูงเกินไป แต่ก็ทำให้รู้และเข้าใจคุณความดีของการศึกษา อีกอย่างก็ทำให้เข้าใจและรู้ว่าคนเราต้องให้ความเคารพต่อการศึกษา เพราะความเคารพในการศึกษาของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพ ทำให้ตัวเองว่าง พร้อมจะรองรับ ก็จะสามารถรองรับคุณธรรม ความดี หรือความรู้ ความสามารถจากคนอื่นได้ แต่ถ้าตัวคิดว่าตัวเราเก่งแล้ว มีความรู้มากอยู่แล้ว คุณธรรมความดีของผู้อื่นก็ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดมาสู่เราได้ ชาวไทยนั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเคารพในการศึกษา ที่สังคมวุ่นวายเพราะเราขาดความเคารพ โดยเฉพาะพวกอำมาตย์ขาดความเคารพการศึกษา ขาดความเคารพในการเป็นมนุษย์ของทาส นอกจากนี้ จะเห็นว่าความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโบราณ เช่น อียิปต์มีพีระมิดที่น่าทึ่งทำไมความรู้ถึงเสื่อมหายไป เหตุผลหนึ่ง ก็คือ รุ่นหลัง ๆ ขาดความเคารพ ความรู้วิทยาการต่าง ๆ ก็เลยสูญหายไป ในวันนี้นอกจากเราจะส่งเสริมเรื่องการศึกษาแล้ว เราก็ต้องส่งเสริมเรื่องความเคารพให้เกิดขึ้น เหมือนพระอรหันต์ที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน ที่ท่านเกิดขึ้นเพราะท่านมีความใฝ่รู้ในการศึกษายกตัวอย่างเช่น ภิกษุณีท่านหนึ่งเมื่อก่อนเป็นปริพาชิกา ศึกษาคาถามาจนเก่ง ไปที่ไหนเอากิ่งหว้าปักทราย ถ้าใครสามารถโต้วาทีได้ให้ล้มกิ่งหว้า แล้วมาโต้วาทีกัน ไปที่ไหนไม่มีใครสามารถล้มนางได้ ไม่มีใครกล้า วันหนึ่งพระสารีบุตรให้เด็กล้มกองทราย นางก็เลยมาโต้วาทีกับท่าน ปรากฏว่านางถามคำถามตั้งพัน พระสารีบุตรก็ตอบได้หมด แต่พระสารีบุตรถามกลับแค่คำเดียว อะไรที่เรียกว่าหนึ่ง นางตอบไมได้ พระสารีบุตรตอบว่า พุทธมนต์พอนางได้ทราบคำตอบก็ทึ่งมาก อยากจะเรียนรู้ ท้ายที่สุดก็บวช แล้วสามารถบรรลุธรรมได้ นี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าเรามีความใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาในทางที่ดีท้ายที่สุดก็ย่อมได้รับผลแห่งความสุขพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราในชาติปัจจุบัน เราจะแปลกใจว่าทำไมเรียนจบความรู้ของอาจารย์ใน ๗ วัน ย้อนไปในอดีตชาติ พระองค์เป็นผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ ไม่ว่าอาจารย์จะยากดีมีจน ฐานะเป็นอย่างไร จะเกิดในตระกูลสูง ตระกูลปานกลาง หรือตระกูลตํ่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ตั้งใจเคารพในการศึกษาเสมอกัน ไม่มีดูถูกดูหมิ่น คนที่ดูถูกดูหมิ่นคนอื่นก็เหมือนคนที่ชาล้นถ้วย อาทิ ผู้ที่มีอำนาจในองค์กรอิสระบางองค์กรในปัจจุบัน ที่หาช่องทางที่ถูกที่ควรไม่ได้แต่ไปเปิดพจนานุกรมมาตัดสินคดี เพื่อเอาผิดให้ได้กับใครบางคน ขอถามว่าแล้วเรียนกฎหมายมาทำวิมานอะไร ในที่สุดความรู้ก็จะเสื่อมได้ ดังเช่นตัวอย่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง มีมนต์วิเศษเสกคาถาให้มะม่วงหอมหวานเป็นที่ถูกอกถูกใจคน ขนาดพระราชาชิมยังติดใจ เรียกไปรับใช้ใกล้ชิด และสอบถามว่า มนต์นี้ท่านได้แต่ใดมา ชายหนุ่มคนนี้เรียนมนต์มาจากคนในวรรณะจัณฑาล คือ วรรณะต่ำสุด พอพระราชาถามก็อาย เลยบอกว่าเรียนมาจากอาจารย์ ทิศาปาโมกข์ ด้วยความดูถูกดูหมิ่นอาจารย์ ในที่สุดมนต์ที่เคยเรียนมาก็เสื่อมอย่างไรก็ตาม การเรียนการศึกษานั้นเป็นเรื่องของปริยัติ เพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับสังคมไม่ได้เรียนเพื่อข่มหรือรังแกกัน บางคนเรียนจบได้ใบปริญญาบัตรมาแผ่นหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่านิสัยจะดีขึ้น แต่นิสัยจะดีขึ้นได้ต้องเกิดจากการเอาความรู้ที่ได้นั้นมาปฏิบัติให้เกิดผลจริง  การเคารพต่อตำรา หนังสือหรือคู่มือ ที่นักการศึกษาในด้านต่าง ๆ พยายามเขียนขึ้นมาเพื่อให้ผู้ศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจทั้งนี้เพื่อเอาศาสตร์และความรู้ในด้านต่าง ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมให้มากที่สุด และจรรยาบรรณที่ผู้ศึกษา ต้องรู้และเข้าใจโดยสัณชาติญานของผู้ที่ได้ศึกษาศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่ต้องมีเหมือนกันในทุกศาสตร์และทุกคน คือ ไม่ควรเอาศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามาและมีโอกาสได้ใช้ความรู้จากศาสตร์ที่ศึกษามา เอาไปใช้เพื่อสนองประโยชน์ของตัวเองเองหรือของบุคคลคณะหนึ่งคณะใด แต่ต้องเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนหมู่มาก  ซึ่งผู้ที่ผ่านการศึกษาในศาสตร์และศิลป์ต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ควรไปเสียเวลากับการตั้งคำถามว่า อะไรคือ ชนหมู่มาก ชนหมู่น้อยอะไรคือความเป็นธรรม อะไรคือความเหมาะหรือควร  และไม่ควรเอาสีข้างเข้าถูเพื่อคัดง้างกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจรรยาบรรณ เพราะนั่นเท่ากับว่า ที่ได้ศึกษามาสูญเปล่า เท่ากับเยาวชนที่เพิ่งเริ่มต้นตั้งเข็มทิศชีวิตเมื่อเรียนจบ ม.ปลายเท่านั่นเอง ทุกอาชีพ ทุกงาน ทุกระดับ ที่มีการศึกษาระดับ ป.ตรี ขึ้นไป จะต้อง ปฏิบัติหน้าที่ให้ตรง และอย่าให้สัมมาทิฐิ คิดเห็นผิด เมื่อทุกคนทำหน้าที่ได้ตรง ความทั่วถึงก็เกิดขึ้น ความดีงามก็ตามมา ความเท่าเทียม ความเสมอภาคเกิดขึ้น แต่ในสังคมปัจจุบันนี้ พฤติกรรมของคนที่เคยผ่านการเป็นบัณฑิตมาแล้วแทบทุกคน ที่อยู่ในอำนาจขณะนี้ กำลัง โยนตำราทิ้ง แตะตะกร้าจรรยาบรรณแตกละเอียด คนพวกนี้ทรยศต่อสถาบัน ทรยศต่อความดีงาม ทุกอย่าง แม้แต่พ่อแม่และญาติพี่น้องของของตัวเอง ส่วนคำว่าอุดมการณ์ แทบคิดไม่ถึงว่า พวกนี้เคยได้ผ่านมาแล้ว แต่อนิจจา น่าสงสาร นักคิดนักเขียนในอดีตที่ท่านต้องศึกษาค้นคว้าอย่างหนักที่จะเขียนตำราในแต่ละเล่มได้ เพราะผู้ที่เคยเอาไปใช้ เวลานี้ มันเอาศาสตร์และศิลป์เหล่านี้ ไปรับใช้ผู้กดขี่ โอ้...อนาคตชาวทาส ยังมืดมนอีกนานหรือนี่ คล้าย ๆ กับหมดที่พึ่งเสียแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่เราชาวทาส มีมากมายคณานับ และเราชาวทาส ยังสามารถปลอบใจกันเองได้ แม้ในช่วงหลับ เพราะเมื่อตื่นจากการนอนหลับ เราก็ต้องอยู่แบบทาสต่อไป ที่เป็นเช่นนี้ อดีตทาสพวกหนึ่ง มีโอกาสได้รับการศึกษาและได้นั่งในที่ ๆ มีอำนาจ กลับต้อนพวกเราให้จนตรอก เอ้อ..นี้เป็นความสำเร็จในอีกประเด็นที่ผู้กดขี่ต้องการ เวรกรรมของชาวทาส ที่ทาสพวกเดียวกันได้กลับมาเป็นผู้กดขี่ทาสพวกเดียวกันอย่างน่าละอาย พวกนี้มีหลายคนในวันนี้ อาทิ นักกฎหมายที่อยู่ในองค์กรอิสระต่าง ๆ ใจคอพวกเขาทำด้วยอะไร ทำไมพวกเขาใจดำอำมหิตถึงเพียงนี้ เขารังแกพวกเราอย่างหน้าด้านที่สุด ทำไมพวกเขาไม่ประกาศไปเลยว่า พวกทาสคือสมบัติของพวกเขา อย่าคิดเรียกร้องอิสระ อย่าแม้แต่จะคิด เพราะนั่นหมายถึงการสิ้นเผ่าพันธุ์ของพวกมึง หรือ เขาคงไม่กลัวว่าวิญญาณบรรพบุรุษของพวกเขาจะสาปแช่งพวกเขาหรือ ทำไมพวกเขาทรยศหักหลัง วิชาชีพ หักหลังจรรยาบรรณ หรือเขาคิดว่า การกระทำของพวกเขาจะไม่สร้างรอยด่างให้แก่คนรุ่นใหม่ที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนพวกเขาในอนาคตหรอกหรือ หรือว่าตำราวิชาการต่าง ๆ ที่สร้างเขามาควรจะถูกเผาหรือถูกทำลาย เพราะว่าหากตำราเหล่าสร้างพวกเขาขึ้นมาเป็นคนแบบนี้ ก็ไม่ควรจะเก็บเอาไว้ เพราะสุดท้ายคนพวกนี้ กลับไปใช้วิชาโจร แล้วตำราเหล่านี้ทรงคุณค่าอะไร หรือว่าคนพวกนี้เป็นมะพร้าวยอดด้วน ถ้าเป็นเช่นนั้นแปลว่าคนพวกนี้เกิดมาเสียทีเปล่า นอกจากเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณค่าต่อสังคม ทั้งไม่ควรต่อการทรงจำแก่คนรุ่นใหม่ หรือเราจะอยู่กับแบบไร้ศักดิ์ศรีกันแบบนี้ต่อไป แต่สำหรับสังคม พอกันที แล้วคิดว่าชีวิตหลังความตายของพวกเขา จะต้องถูกจองจำในมหานรกอย่างนานแสนนาน ทีนี้จึงเป็นคำถามสำหรับคนในสังคมนี้ว่า วันหน้าว่าเราควรจะทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้มีพวกนี้กลับชาติมาเกิดบนพืนดินนี้ได้อีก หรือว่าพวกเขาอาจมีทายาทอยู่บ้างที่อาจจะกำเริบเสิบสานขึ้นมาทำลายความสงบสุขของสังคมไทยเราอีก และเราจะใช้วิธีการอย่างไรไม่ให้ทายาทอสูรพวกนี้มาสำแดงฤทธิ์เดชขึ้นอีกได้ในอนาคต ทั้งขอเสเสนอว่า เราควรจะโยนทิ้งงานวิชาการทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วฟื้นฟูบูรณะศาสตร์ต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ ที่พระพุทธเจ้าให้มาแล้ว เอามาศึกษากันอย่างจริงจังเสียที ศาสตร์ทุกอย่างทุกแขนง มีอยู่ในพระไตรปิฎกหมดแล้ว เริ่มตั้งแต่ วิชาว่าด้วยชีวิต วิชาสุขภาพ วิชาการเมืองการปกครอง  วิชาเกษตรกรรม วิชากฎหมาย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาว่าด้วยประชาธิปไตย วิชาสังคมศาสตร์ และพัฒนา หรือสาขา     อื่น ๆ ที่ยกมาทั้งหมด เป็นศาสตร์ที่พระพุทธเจ้าเราใช้ได้ผลมาแล้วทั้งสิ้น และเกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มากทั้งสิ้น และเรามาข้ามเรื่องที่ชาวอันธพาลปล้นเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบันไปสักที   วันนี้เราเริ่มต้นใหม่ สังคายนาใหม่หมดทุกส่วน ทุกสถาบันต้องเข้าสู่ที่ตั้งใหม่อย่างมั่นคง และจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครอีกแล้ว ทุกองค์กร คือเครื่องมือของความถูกต้องและความดีงามมีความเสมอต้นเสมอปลาย ผู้ทำผิดจะถูกลงโทษ ผู้ที่ทำถูกจะถูกคุ้มครอง ผู้มีหน้าที่และทำผิดเสียเองจะต้องถูกลงโทษเพิ่มเป็น ๒ เท่า และอาจจะนับหนึ่งที่ ผู้ปกครองจะต้องควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจและก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ ตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว   ในขณะเดียวกันต้องส่งเสริมและสนับสนุนคนดีให้เข้ามามีส่วนร่วมต่อการปกครองบ้านเมือง และเข้ามาบริหารการศึกษา และต้องเป็นการศึกษาแบบไทย ๆ ต่อไปโดยยึดหลักการศึกษาของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางในทุกระดับ หากเราทำได้เช่นนี้ ในอนาคตคงไม่มีใครมาก่อวินาศกรรมการศึกษาหรือจรรยาบรรณ และสุดท้ายจะส่งผลไปยังความเดือดร้อนวุ่นวายต่อสังคมในอนาคตอีกด้วย......

--ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย  49.231.97.103 (พูดคุยตรวจ) 20:20, 19 สิงหาคม 2556 (ICT)