ข้ามไปเนื้อหา

พระสุขวโรทัย (จง จตฺตมโล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระสุขวโรทัย

(จง จตฺตมโล)
ชื่ออื่นหลวงพ่อจง
ส่วนบุคคล
เกิด2 ตุลาคม พ.ศ. 2477 (90 ปี)
มรณภาพ12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.26 น.
นิกายมหานิกาย
การศึกษาน.ธ.เอก
ตำแหน่งชั้นสูง
ที่อยู่วัดสังฆาราม สุโขทัย
อุปสมบท22 เมษายน พ.ศ. 2497
พรรษา71 พรรษา
ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดจังหวัดสุโขทัย /เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม

พระสุขวโรทัย (จง จัตตมโล) วัดสังฆาราม และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ท่านยังเป็นเกจิย์คณาจารย์ที่มีวัตถุมงคลจำนวนมาก ท่านเป็นศิษย์สายพระครูสุวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อปี้ ทินฺโน) แห่งวัดลานหอย ที่มีผู้เคารพนับถืออย่างกว้างขวางในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนปริยัติสามัญวัดสังฆาราม อุทยานพระพุทธศาสนา และสร้างพระร่วงองค์ใหญ่ประจำจังหวัดสุโขทัย

ตำแหน่ง

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

หลวงพ่อจง หลวงพ่อจง จตฺตมโล วัดสังฆาราม (บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้ พระผู้ทรงอภิญญาญาณสูง อาบน้ำในขวด และย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ สุโขทัย..นามนี้มีเสน่ห์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เพราะนอกจากเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตสมัยเมื่อ 700 ปีก่อนแล้ว ทั้งยังได้ชื่อว่ามีพระมหากษัตริย์ผู้ริเริ่มอักษรไทยให้คนรุ่นหลังได้ศึกษามาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งพระมหากษัตริย์ผู้สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” นั่นเอง สิ่งปรักหักพังต่างๆ อาทิ เช่น เจดีย์และพระพุทธรูปที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบันของดินแดนพ่อขุน บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมที่หาประเทศใดในโลกมาเปรียบมิได้ เช่น ประเพณีเผาเทียน-เล่นไฟในเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้สืบสานกันต่อไปชั่วกาลนาน นอกจากความเจริญทางด้านวัตถุแล้ว ในทางพระพุทธศาสนาก็มีความเจริญควบคู่กันไปด้วย จะเห็นได้จากมีพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิธรรมความรู้สูงมีอยู่มากมาย อย่างเช่น “หลวงพ่อปี้” พระอาจารย์ผู้ปฏิบัติธรรมเคร่ง จนท่านบรรลุธรรมขั้นสูง สามารถย่อตัวให้เล็กแล้วลงไปอาบน้ำในขวดโหลได้ ทั้งยังย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญหลวงพ่อปี้ยังนั่งสมาธิบนก้อนเมฆให้เหล่าทหารที่ขับเครื่องบินผ่านไปให้ได้เห็นอีกด้วย

พระผู้มีอภิญญาสูง เรื่องที่หลวงพ่อปี้แสดงอภินิหาร เป็นที่กล่าวขานกันไม่รู้จบของชาวจังหวัดสุโขทัยและใกล้เคียงเป็นอย่างมาก คือสมัยเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่มีเรื่องเล่าว่า มีเหล่าทหารนักบินได้นำเครื่องบินบินไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจงานในแถบพื้นที่จังหวัดสุโขทัย-ตากและเชียงใหม่ ระหว่างบินอยู่บนท้องฟ้าได้มองเห็นหลวงพ่อปี้นั่งสมาธิอยู่บนก้อนเมฆ เห็นท่านนั่งอย่างสงบ เป็นที่อัศจรรย์แก่เหล่าทหารที่พบเห็นท่านอย่างยิ่ง นับเป็นปรากฏการณ์อภินิหารของหลวงพ่อปี้ พระผู้มากด้วยอภิญญาบารมีสูงที่หาพระอาจารย์องค์ใดเทียบท่านได้ยากในยุคนั้น ซึ่งถ้าจะนำมากล่าวในที่นี่คงไม่หมด ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงหลวงพ่อปี้อีกในโอกาสต่อไป ส่วนในโอกาสนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึง “ศิษย์เอก” ของหลวงพ่อปี้ก่อน เพราะพระอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาอาคม หรือการปฏิบัติ ตลอดจนปฏิปทาที่น่าเลื่อมใสของประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ท่านคือ… “พระครูวิชานวรวุฒิ หรือ หลวงพ่อจง จัตตมโล” ปัจจุบันหลวงพ่อจงเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม (บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย นับเป็น “เพชรน้ำเอก” ของเมืองสุโขทัยที่น่ากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจจริงๆ เพราะท่านได้ปฏิบัติตนตามแม่แบบคือหลวงพ่อปี้ทุกประการ คือไม่ว่าในด้านการปฏิบัติ-ปริยัติ ตลอดจนการพัฒนา ท่านมีความสามารถทุกๆด้าน จนเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ และประชาชนโดยทั่วไปอยู่ในขณะนี้ “หลวงพ่อจง เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2477 ที่บ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย โยมบิดาชื่อนายชื้น โยมมารดาชื่อนางมุด นามสกุล สุขอิ่ม มีพี่น้อง 7 คน หลวงพ่อจงเป็นคนโต” หลวงพ่อจงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (ตรงกับปีพ.ศ. 2497) ณ อุโบสถวัดสังฆาราม อันเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน โดยมีหลวงพ่อปี้ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชพระแล้วท่านได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อปี้มาตลอด

ได้วิชามาครบครัน

พร้อมกันนั้น หลวงพ่อปี้ก็ได้ถ่ายทอดในการปฏิบัติและการศึกษาวิชาอาคมต่างๆให้หลวงพ่อจงจนหมดสิ้น จนถือได้ว่าหลวงพ่อจงเป็นศิษย์เอกผู้มีความเชี่ยวชาญทุกๆด้านอย่างแท้จริง นอกจากมีความรู้ความสามารถในทางการศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติกับหลวงพ่อปี้แล้ว หลวงพ่อจงยังมีความสามารถในเชิงช่างอีกด้วย กล่าวคือไม่ว่าจะเป็นการทำตู้โบาณ, ทำโต๊ะเรียน ทำเก้าอี้ หรือสร้างศาลาการเปรียญ หลวงพ่อจงท่านทำเป็นหมด นับได้ว่าท่านมีพรสวรรค์ในทางช่างโดยแท้ ที่สำคัญในการเย็บปักถักร้อยนั้น หลวงพ่อจงท่านก็มีความสามารถเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากเมื่อผ้าจีวรผ้าสบง ผ้าอังสะหรือผ้าสังฆาฏิขาด ท่านก็ตัดเย็บเพื่อห่มเองเป็นประจำ ด้วยผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ในปีพ.ศ. 2501 หลวงพ่อจงท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม ซึ่งเมื่อท่านได้รับมอบหมายและความไว้วางใจจากพระผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็พัฒนาปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดสังฆารามเป็นการใหญ่ ด้วยการสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิ-วิหาร และอุโบสถ ตลอดจนดูแลวัดในเขตการปกครองของท่านอย่างเสมอต้นเสมอปลาย อาทิเช่น วัดหนองจิกตีนเนิน, วัดเชิงคีรี, วัดวังลึก และวัดวังแดด

เป็นต้น ต่อมาหลวงพ่อจงก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย ทำให้ท่านยิ่งดูแลในการพัฒนาวัดต่างๆที่อยู่ในความดูแลของท่านเพิ่มมากขั้น ด้วยการให้การศึกษา และการพัฒนาเป็นหลักใหญ่ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา หลวงพ่อจงท่านทำงานหนักมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัด และพัฒนาชาวบ้าน ท่านได้มุ่งเน้นให้วัดกับบ้านอยู่คู่กันไปตลอด ทั้งยังอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อให้ทุกคนเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ตามสภาพแห่งธรรมของตนอย่างแท้จริง

ดึงเยาวชนให้พ้นภัย หลวงพ่อจงท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อให้พระพุทธศาสนาและประชาชนอย่างไม่ท้อถอย จะเห็นได้จากในแต่ละปีท่านจะส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ด้วยการจัดโครงการพัฒนาเยาวชนภาคฤดูร้อน มีการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน อบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่เยาวชน พร้อมกับจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา มุ่งเน้นในการปฏิบัติธรรม พร้อมกับให้เยาวชนศึกษานักธรรม เรียนธรรมศึกษาและบาลี ตลอดจนเรียนคอมพิวเตอร์ และเรียนดนตรีไทย เป็นต้น “จุดประสงค์หลักที่หลวงพ่อจงท่านทำงานเพื่อสังคมนี้ ก็เพื่อให้เยาวชนไม่ให้ติดยาเสพติด เพราะยาเสพติดมีอิทธิพลมากเหลือเกิน แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดปราบปรามก็ยังไม่หมดไปจากสังคมนี้ไปได้เลย เสมือนกับต้นหญ้าที่ต้องลม มันโอนเอนไปมาตามกระแสลมที่พัดผ่านเท่านั้น นอกจากจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปเท่านั้น” หลวงพ่อจง จัดตมโล พระผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ใครได้ไปกราบท่านแล้วต้องกลับไปกราบท่านอีก เพราะท่านเป็นพระที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจประการใดเมื่อไปหาท่านรับรองได้รับความสุขกายสุขใจกันถ้วนหน้าอย่างแน่นอน “เส้นทางพระเครื่อง” ฉบับหน้า ผู้เขียนจะนำเรื่องราวอภินิหารอันเกิดจากผู้นำวัตถุมงคลของหลวงพ่อจงไปไว้บูชาติดตัวแล้วเกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์หลายอย่าง จะเป็นเรื่องอะไรนั้น โปรดได้ติดตามอ่านในตอนต่อไปนะครับ.

วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากท่านพระครูปลัดปัญญาวัฒน์ (พระอาจารย์ถนอม ปัญญาอักโข) เลขานุการท่านเจ้าคุณพระราชรัตนาภรณ์ (หลวงพ่อทองสืบ) เจ้าอาวาสวัดอินทร- วิหาร พระอาจารย์ถนอมได้รวบรวมภาพพระเครื่องแต่ละรุ่นของหลวงพ่อจงมาให้เผยแพร่ ซึ่งบางพิมพ์ได้บรรดาศิษยานุศิษย์ได้บูชากันไปหมดแล้ว “วัตถุมงคลของหลวงพ่อจงได้รับความนิยมจากญาติโยมเป็นอย่างมาก เพราะเกิดอภินิหารแก่ผู้บูชาไปทุกรุ่น ขณะนี้ยังมีเหลืออยู่แต่เพียงรุ่นที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น แต่ในด้านพุทธคุณนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ เช่นกัน“ ท่านพระครูถนอมกล่าว พร้อมกับเล่าถึงความเป็นมาของวัตถุมงคลหลวงพ่อจงในแต่ละรุ่นว่า หลวงพ่อจงท่านมีความตั้งใจจริงที่จะให้วัตถุมงคลของท่านในแต่ละรุ่นแต่ละพิมพ์มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันหมด ท่านจึงทุ่มเทในการเจริญภาวนาแผ่พลังจิตปลุกเสกเดี่ยวทุกคืน จนท่านมีความเชื่อมั่นแล้วว่าวัตถุมงคลของท่านมีความสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว ท่านจึงจะนำออกมาให้ประชาชนได้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป “วัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อจงเป็นรูปหล่อเหมือนขนาดเล็ก สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2529 ขณะนี้หายากมากเพราะมีประสบการณ์มากมายจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง” ในปีพ.ศ. 2529 นอกจากมีรูปหล่อเหมือนขนาดเล็กหลวงพ่อจงที่หายากแล้ว ยังมี “แหวนเนื้ออัลปาก้า” ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ใครมีไว้มีความปลอดภัยกันทุกคน จึงเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป ขณะนี้ไม่มีแล้วและหายากมากใครมีไว้ถือว่าโชคดีที่สุด “หลวงพ่อจงท่านได้สร้างแหวนขึ้นมาอีกตามคำเรียกร้องของบรรดาศิษยานุศิษย์ คือท่านสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2540 วัตถุประสงค์ของท่านก็เพื่อนำเงินไปสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม โดยให้บูชาวงละ 99 บาท เท่านั้น ซึ่งขณะนี้พอมีให้บูชาไม่มากและไม่มีขนาดให้เลือกมากนัก ใครต้องการก็ให้รีบจดหมายไปขอบูชาที่วัดสังฆารามได้” ดังทุกรุ่นทุกพิมพ์ วัตถุมงคลของหลวงพ่อจง จัตตมโลเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม (วัดบ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย (ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้) นี้มีไม่มากนัก ซึ่งในปี พ.ศ. 2540 ท่านสร้างไว้มีดังนี้คือ 1. เหรียญฉีดสร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อให้พระภิกษุ-สามาเณรได้เล่าเรียนกัน โดยให้บูชาเหรียญละ 129 บาท ขณะนี้ยังพอมีเหลืออยู่บ้างไม่มากนัก 2. รูปหล่อจิ๋วหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 100 บาท เพื่อนำเงินสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน (พอมีให้บูชาอยู่บ้างที่วัด) 3. รูปหล่อหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 159 บาท สร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารเรียน พระปริยัติธรรมแด่พระภิกษุ-สามเณร (พอเหลืออยู่บ้างที่วัด) 4. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ “พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ในกรอบและมีเครื่องหมายยันต์เหมือนเลขไทย ส่วนด้านหลังมีรูปยันต์และรูปสิงห์อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยชื่อวัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย และที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์อุปัชฌาย์ วันที่ 29 มีนาคม 29” 5. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ “ครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ส่วนด้าน หลังมีลักษณะเช่นเดียวกับเหรียญแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ไม่มีกรอบและเลขยันต์เท่านั้น 6. ล็อกเก็ตหลวงพ่อจง สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2539 สร้างจำนวน 1,000 เหรียญ หลวงพ่อจงท่านปลุกเสกในวันเสาร์ห้า รุ่นนี้จึงมีความโด่งดังมากเพราะมีพุทธคุณสูงในหลายๆ ด้านเช่น ดีทางด้านเมตตามหานิยมและป้องกันภัย ซึ่งมีผู้ประสบการณ์มากเป็นพิเศษจึงเป็นที่กล่าวขานของคนในอำเภอบ้านด่านลานหอยกันมาก เนื่องจากมีผู้ถูกลอบยิงที่ท่ารถเมล์โดยสารในอำเภอแต่ยิงไม่เข้า ทำให้มีผู้ขอบูชาสูงถึงเหรียญละ 4,000 ถึง 5,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีใครอยากปล่อยกัน จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง 7. พระผงหลวงพ่อจง เป็นวัตถุมงคลอีกพิมพ์หนึ่งที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2540 เช่นกัน ท่านได้นำเอามวลสารใบลานเก่าแก่มาผสมกับผงดอกมะลิกับของสิ่งที่เป็นมงคลอื่นๆ อีกมากมาย โดยให้บูชาเพียงองค์ละ 99 บาท เท่านั้น เพื่อนำเงินสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน ขณะนี้ยังพอมีเหลือให้บูชาบ้างเล็กน้อย ถ้าท่านผู้อ่านต้องการทำบุญร่วมสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมกับหลวงพ่อจงพระอาจารย์ผู้มีแต่ให้ในครั้งนี้ด้วยการบูชาวัตถุมงคลของท่านกรุณาติดต่อไปได้ที่พระปลัดเชวง สัจจวโร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย วัดสังฆาราม ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64140 หรือโทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (055) 689-036, (055) 634-212 และ 0-9270-1559 รับรองท่านผู้อ่านได้รับ “ของดีที่เป็นมงคล” อย่างแน่นอน สืบสานพระพุทธศาสนา พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง จัตตมโล) พระเกจิอาจารย์ผู้ไม่ประสงค์จะมีชื่อเสียงและไม่ต้องการอวดโอ้ผลงานในการพัฒนาและวิชาคาถาอาคม สมแล้วที่ท่านเป็นพระแท้ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง “พระแท้ คือ พระไม่พูด พระที่พูด คือ พระไม่แท้” เป็นคำเปรียบเปรยที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง เพราะครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านมีดีอยู่ในตัวท่านจะไม่พูดให้ใครฟังเพราะจะเป็นการ “อวดอุตริ” ท่านจึงสำรวมเป็นที่สุด แต่ถ้าเป็นพระที่ต้องการอยากเด่นอยากดัง มักเป็นข่าวอยู่เสมอเพราะความดังไม่คงทนแต่ “ความดี” คงทนยั่งยืนตลอดไป ในด้านการพัฒนาเสนาสนะของหลวงพ่อจงนั้น ได้รับความร่วมมือจากญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่เคารพศรัทธาท่านส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุญบารมีที่ท่านได้สั่งสมสร้างมาด้วยตัวของท่านเอง จึงทำให้ประกอบกิจการงานสำเร็จไปได้ด้วยดี ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยทีวัตถุมงคลของหลวงพ่อจง ไม่ว่าท่านจะออกมารุ่นไหนก็หมดไปโดยรวดเร็วเพราะความศรัทธาจากสาธุชนที่มีต่อหลวงพ่อจงท่านมากเหลือเกิน ถ้าท่านผู้อ่านได้ไปทางจังหวัดสุโขทัยก็อย่าลืมแวะกราบพระแท้ของเมืองสุโขทัยที่วัดสังฆาราม (วัดบ้านด่าน) อ.บ้านด่านลานหอย แล้วท่านจะมีความภูมิใจและดีใจที่ได้กราบ “พระแท้” อย่างแน่นอนครับ.

  1. [ลิงก์เสียถาวร]ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2548[ลิงก์เสียถาวร]
  2. เก็บถาวร 2022-08-08 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 25/2557 วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน 2557 เก็บถาวร 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน