พระปทุมเทวาภิบาล (ราชบุตร)
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
พระปทุมเทวาภิบาล (ราชบุตร) | |
|---|---|
| เจ้าเมืองหนองคาย | |
| ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2397 – พ.ศ. 2400 | |
| ก่อนหน้า | พระปทุมเทวาภิบาล (บุญมา ณ หนองคาย) |
| ถัดไป | พระยาวุฒาธิคุณ (เคน ณ หนองคาย) |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เสียชีวิต | พ.ศ. 2400 |
พระปทุมเทวาภิบาล (ราชบุตร) (ถึงแก่อนิจกรรม พ.ศ. 2400) เป็นเจ้าเมืองหนองคายคนที่ 2 ถัดจาก พระปทุมเทวาภิบาล (บุญมา ณ หนองคาย) เจ้าเมืองหนองคายคนแรก
ประวัติ
[แก้]พระปทุมเทวาภิบาล (ราชบุตร) เจ้าเมืองหนองคายคนที่ 2 มีนามเดิมว่า ท้าวหน้า ในพงศาวดารเมืองยโสธรกล่าวว่ารับราชการเป็นกรมการเมืองยโสธรในตำแหน่ง ราชบุตรเมืองยโสธร ในสมัยที่พระสุนทรราชวงศา (สีชา) เป็นเจ้าเมืองยโสธร[1] ซึ่งในเอกสารเรียกว่า ราชบุตรบ้านสิงโคก ภายหลังปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ ได้ตามเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์) เมื่อครั้งเป็นเจ้าพระยาราชสุภาวดีไปราชการทัพเมืองเวียงจันทน์ พร้อมด้วยท้าวสุวอธรรมา (บุญมา) เมื่อปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์สำเร็จ เจ้าพระยาราชสุภาวดีได้ให้ราชบุตร (หน้า) ทำราชการ ณ เมืองหนองคาย โดยรับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น พระอุปฮาด (หน้า) อุปฮาดเมืองหนองคาย โดยปรากฏตามเอกสาร ประวัติท้าวสุวอเจ้าเมืองหนองคาย ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 70 เรื่อง เมืองนครจำปาศักดิ์[2] ซึ่งเป็นคณะอาญาสี่ กรมการเมืองหนองคายชุดแรก ประกอบด้วย
- ท้าวสุวอธรรมา (ท้าวบุญมา) เป็น พระปทุมเทวาภิบาล เจ้าเมืองหนองคาย
- ราชบุตร (ท้าวหน้า) เมืองยโสธร เป็น อุปฮาด
- ท้าวพิมพ์ น้องชายพระปทุมเทวาภิบาล (บุญมา) เป็น ราชวงศ์
- ท้าวปิตา หลานพระปทุมเทวาภิบาล (บุญมา) เป็น ราชบุตร
ในปี พ.ศ. 2395 พระปทุมเทวาภิบาล (บุญมา) เจ้าเมืองหนองคาย ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2397 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระอุปฮาด ดำรงตำแหน่งเป็น พระปทุมเทวาภิบาล เจ้าเมืองหนองคายคนที่ 2 โดยปรากฏในพงศาวดารย่อเมืองเวียงจันทร์ ระบุว่า พระอุปฮาด (ราชบุตรเมืองสิงโคก) ขึ้นเป็นเจ้าเมืองหนองคาย เมื่อวันอังคาร ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 จุลศักราช 1216 ตรงกับปีขาล พ.ศ. 2397 ความว่า
"...ศักราชได้ 1214 ตัว ปีเต้าไจ้ เดือน 5 ขึ้น 11 ค่ำ วันอาทิตย์ มื้อฮวยเส็ด ยามกองงาย ท้าวสุวอรวงศา ผู้เป็นพระปทุมเทวาเจ้าเมืองหนองคายนิพพาน มื้อนั้นแล ศักราชได้ 1215 ตัว ปีกาเป้า เดือน 3 แรม 4 ค่ำ วันพฤหัสบดี จึงให้เผาศพเจ้าเมืองแล ศักราชได้ 1216 ปีกาบยี เดือน 5 ขึ้น 11 ค่ำ วันอังคาร ราชบุตรบ้านสิงโคก ผู้เป็นอุปฮาด ขึ้นนั่งเมืองหนองคาย มื้อนั้น..."[3]
ถึงแก่กรรม
[แก้]พระปทุมเทวาภิบาล (ราชบุตร) เป็นเจ้าเมืองหนองคาย อยู่ 3 ปี ได้ถึงแก่กรรมในปีมะเส็ง พ.ศ. 2400 ตามข้อความในพงศาวดารย่อเมืองเวียงจันทร์ ความว่า
"...ศักราชได้ 1219 ตัว ปีมะเส็ง นพศก...เดือน 10 แรม 7 ค่ำ ราชบุตรบ้านสิงโคกผู้เป็นพระปทุมเทวาธิบาลเจ้าเมืองหนองคายนิพพาน มื้อนั้นแล..."[3]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ พงศาวดารเมืองยโสธร
- ↑ ประวัติท้าวสุวอเจ้าเมืองหนองคาย, ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗๐ เรื่อง เมืองนครจำปาศักดิ์ ระบุว่า "...เจ้าคุณพระยาบดินทรเดชาฯ ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์ เอาท้าวสุวอไปด้วย แล้วตั้งท้าวสุวอเป็นที่พระปทุมเทวาฯ เจ้าเมืองหนองคาย แล้วเอาราชบุตรเมืองยโสธร เป็นอุปฮาดเมืองหนองคายท้าวพิมพ์น้องชายพระปทุมฯ เป็นที่ราชวงศ์ท้าวบิตา หลานพระปทุมฯ เป็นราชบุตร..."
- 1 2 พงศาวดารย่อเมืองเวียงจันทน์, ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 70 โรงพิมพ์พระจันทร์ พ.ศ. 2484