ผ่าพิภพดงผีดิบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ซากศพแดนปราการ
Kabaneri of the Iron Fortress promotional image.jpg.jpg
ชื่อ ซากศพแดนปราการ
โรมาจิ Kōtetsujō no Kabaneri
ชื่ออังกฤษ Kabaneri of the Iron Fortress
แนว Post-apocalyptic, Steampunk
อนิเมะ
กำกับเทะสึโระ อะระกิ
อำนวยการYuka Okayasu
Yōhei Shintaku
เขียนบทIchirō Ōkouchi
ดนตรีฮิโระยุกิ ซะวะโนะ
สตูดิโอWit Studio
ฉาย April 8, 2016 – ปัจจุบัน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ผ่าพิภพดงผีดิบ หรือ ซากศพเดนปราการ ในชื่อภาษาญี่ปุ่นญี่ปุ่น: Kabaneri of the Iron Fortress โรมาจิ甲鉄城のカバネリ ทับศัพท์Kōtetsujō no Kabaneri เป็นอนิเมะออกแบบโดยWit Studio.โดยผู้กำกับ เทะสึโระ อะระกิ ซึ่งเป้นผู้กำกับผ่าพิภพไททัน [1]และผู้เขียนบท Ichirō Ōkouchi จากโค้ดกีอัซ,[2] และออกแบบเสียงประกอบโดย ฮิโระยุกิ ซะวะโนะ จากเรื่องAldnoah.Zeroและผ่าพิภพไททัน โดยการออกแบบตัวละครใหม่ทั้งหมดโดย Haruhiko Mikimotoจากเรื่องMacross 7และ Gunbuster โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์Fuji TV's

ทางช่อง Noitamina เริ่มออกอากาศในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559.โดยการเปิดเผยตัวอย่างและการโฆษณาเริ่มมากตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559[3][4] และการออกอากาศทางAmazon สำหรับผู้เป็นสมาชิก Amazon Prime Instant Video [5]

เนื้อเรื่อง[แก้]

โลกที่ล่มสลายด้วยไวรัสที่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนไปเป็นปีศาจและเกิดหัวใจที่แข็งแรงเรียกว่า"คาบาเนะ" ได้ออกอาละวาดและทำลายล้างอาณานิคมต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การเดินทางไปในแต่ละสถานที่นั้นจำเป็นต้องมีรถจักรเหล็ก"ฮาบาจิโระ"เพื่อการขนย้ายใช้เพื่อการเดินทางเป็นหลัก แต่แล้วยุคหลังจากการแพร่ระบาดอย่างหนักมีกลุ่มคนที่คิดจะใช้พลังของไวรัสกำจัดไวรัสเองและได้ค้นพบความลับในการจำกัดการระบาดในตัวคน่วยนั้นคือสมอง ต้องยังไม่ได้ไวรัสไปด้วย นั้นเองโดยการหยุดการเต้นของหัวใจและใช้ไคโรที่จะบังคับให้ไวรัสเข้าไปอยู่ในหัวใจเท่านั้น ชื่อของผู้รอดชีวิตจากไวรัส "คาบาเนะริ" ผู้อยู่ระหว่างความเป็นมนุษย์และสัตว์ประหลาดแต่ยังคงมีสติและความเร็มขึ้นทั้งยัง ทนทานต่อความร้อนและมีกำลังมหาศาลอีกด้วย

ตัวละคร[แก้]

ให้เสียงโดย Tasuku Hatanaka[3]


ให้เสียงโดย Sayaka Senbongi[3]


ให้เสียงโดย Maaya Uchida[3]


ให้เสียงโดย Toshiki Masuda[3]
ซามูไรเด็กน้อยของครอบครัวโยโมกาวะ.


ให้เสียงโดย Yūki Kaji[3]
เพื่อนรักของอิโคมะ


ให้เสียงโดย |Kanae Oki[3]
เพื่อนของคิโคมะและทาคูมิ


ให้เสียงโดย Mariya Ise[3]


ให้เสียงโดย Ryōta Ōsaka[3]
ผู้นำจากสถานีอารากาเนะ


ให้เสียงโดย Kensuke Satou[3]
หัวหน้าผู้นำครอบครัวของโยโมกาว่า


ให้เสียงโดย Mamoru Miyano[3]


อนิเมะ[แก้]

ใช้เพลงเปิด "KABANERI OF THE IRON FORTRESS" โดยวงEGOIST และใช้เพลงปิด "ninelie" โดยวง Aimer × chelly.[6]

ตอนที่ออกฉาย[แก้]

ตอนที.    ชื่อตอน วันที่ออกอากาศ
1 Obieru Shikabane In English, Frightened Corpse (脅える屍) วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559
ไวรัสโบราณที่กัดกินร่างกายของมนุษย์จนกลายเป็นปีศาจ เรียกขานกันต่อมาว่า "คาบาเนะ"หรือ'ซากศพ' ทำให้จิตใจความนึกคิดมีแต่ต้องการล่ามนุษย์ด้วยกันเอง โดยมนุษย์เริ่มก่อสร้างกำแพงเหล็กและอาวุธเพื่อกำจัดคาบาเนะออกไป แต่แล้ว ป้องปราการก็ไม่สามารถต้านทานได้ จึงสร้าง "ฮาบาจิโระ" เพื่อไว้หลบหนีและขนย้ายผู้คนออกจากป้อมปราการที่พังทลายเรียกขานว่า ป้อมปราการเหล็กเคลื่อนที่ อิโคมะ ได้เข้าร่วมเป็นพนักงานป้องกันและแอบพัฒนาอาวุธเพื่อกำจัดพร้อมทั้งแอบเก็บชิ้นส่วนของคาบาเนะไปวิจัยเพื่อหาทางรับมือจนกระทั่งพลาดท่าในการทดสอบอาวุธครั้งสุดท้ายและลองเสี่ยง ใช้วีธีหยุดชีวิตตนเองจนไวรัสสะสมในหัวใจและร่างเท่านั้นไม่ได้กัดกินไปยังสมอง 
2 Akenu Yoru In English, Endless Night (明けぬ夜) วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559
ระหว่างการหลบหนีออกจากป้อมที่ถูกคาบาเนะโจมตี ขุนนางระดับสูงได้เสียถูกคาบาเนะโจมตี จนเหลือแต่ลูกสาวผู้ถือกุญแจขับ "ฮาบาจิโระ" ไว้เท่านั้น เมือเริ่มออกเดินทาง อิโคมะ ถูกจับได้ว่าเป็นคาบาเนะแต่ก็ยังเดินได้และเข้าใจความต้องการของตนเองและช่วยเหลือ ผู้อพยบออกมาจนได้ 
3 Sasageru Inori In English, Prayer Offer (捧げる祈り) วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559
ความจริงถูกเปิดเผย การรักษาขั้นตนเองการเป็นคาบาเนะ ที่ไม่ได้เป็นคาบาเนะ และไม่ใช้มนุษย์นั้นคือ คาบาเนะริ มีร่างกายและทนทานต่อความร้อน พร้อมพลังในการรักษา แต่ยังคงต้องการเลือกเนื้อของมนุษย์แทนอาหารปกติ ถือเป็นอาวุธชิ้นสำคัญ ที่ขุนนางระดับสูงยังคงปิดบังไว้ 
4 Nagaru Chishio In English, Flowing Blood (流る血潮) วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อิโคมะ ต้องการอาหารและ ผู้อพยพต้องการกำจัด คาบาเนะ ในขบวนออกไป 
5 Nigerarenu Yami In English, Inescapable Darkness (逃げられぬ闇) วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อิโคมะช่วยคูรุซึพัฒนาอาวุธที่จะใช้ฆ่าคาบาเนะและอายูมิประกาศว่าคาบาเนะริคือบอดี้การ์ดของโคเทตสึโจ รถไฟมาถึงสถานียาชิโระซึ่งถูกโจมตีโดยคาบาเนะที่อยู่ใกล้ๆ อารากาเนะช่วยเหลือผู้รอดชีวิตบางคน ซึ่งพวกเขาได้พูดถึง "ควันสีดำ" ก่อนที่จะโจมตี มูเมย์เจอกับอีโนกุ ผู้ต่อสู้ที่ยังจงรักภักดีต่อพี่ชายของเธอ เขาเตือนมูเมย์ว่าพวกโชกุนกำลังทำตัวน่าสงสัยโดยการสะสมอาวุธและแนะนำว่าให้รีบทำภารกิจให้สำเร็จ ซากหอคอยปิดเส้นทางและกลุ่มคนในโคเทตสึโจตัดสินใจว่าจะใช้เครนเพื่อเอามันออกไป อิโคมะแนะนำให้ใช้เส้นทางที่จะไปถึงเครน แต่มูเมย์กลับเข้าปะทะกับคาบาเนะตรงๆ ระหว่างที่อิโคมะนำกลุ่มวิศวกรไปที่เครน มูเมย์โจมตีรังคาบาเนะโดยคนเดียว ประมาณว่าเธอมีพลังงานเหลือ 90 วินาที เธอชนะพวกมัน แต่ก่อนที่ผู้ทำงานจะเริ่มเครน คาบาเนะโผล่มามากกว่าเดิม คนอื่นหนี เหลือแต่เพียงอิโคมะที่เริ่มยกซากหอคอยด้วยเครนระหว่างที่มูเมย์ใช้พลังงานที่เหลือโจมตีฝูงคาบาเนะ มูเมย์ผู้ซึ่งอ่อนกำลังถูกโจมตีโดยวาซาโตริ และ อิโคมะวิ่งไปหาเธอก่อนที่จะยกซากหอคอยสำเร็จ ในขณะนั้น รูปเงาที่ใหญ่มากก็หันไปทางรถไฟ 
6 Tsudou Hikari In English, Gathering Light (集う光) วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
The Black Smoke is revealed to be a colony of Kabane fused into one giant beast. Unable to leave, the Kotetsujo retreats to the station workshop and they seal the door. Ikoma finds Mumei trapped under rubble and tries to release her. The committee discuss their options of whether to leave or stay. Unable to free Mumei, Ikoma leads the Kabane away from her and kills as many as he can before succumbing. Kurusu and some others rescue Mumei via an underground tunnel. She runs to find Ikoma who is badly wounded, and they all return to the train together. While the Black Smoke beast is distracted, feeding on the bodies of the dead Kabane, Ikoma removes the wreckage from the tracks. Mumei suggests a plan to kill the beast using everyone working together. The Kotetsujo leaves the workshop with the beast in pursuit. At the last possible moment, they shoot the beast with the train's cannon, and Mumei kills the woman controlling it, who, much to her surprise, was a Kabaneri like her who turned rogue. With the beast defeated, the Kotetsujo leaves Yashiro Station. 
7 Ten ni Negau In English, Begging The Heavens (天に願う) วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
The Kotetsujo arrives at Shitori Station, which is still occupied by humans, but are only allowed to stay for a couple of days. Ayame exchanges something of value to purchase bamboo for the Tanabata ceremony so people can hang their wishes on it. They are then offered food and other provisions in exchange for the jet bullets technology invented by Ikoma. Mumei reveals to Ikoma that her name was Hozumi before she became a Kabaneri, and he promises that he will make her human again. The next day they all share their wishes, hoping for a better life. The following day the Hayajiro Kokujou arrives with the Hunter squad. It is an elite team that hunts Kabane, led by Biba, the shogun's son, who Mumei calls her brother. However, Ikoma is suspicious of Biba's past and whether he is really a hero, or something else. 
8 Mokusu Karibito In English, The Silent Hunter (黙す狩人) วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559
Biba Amatori is introduced to Ayame, and reveals that he is Mumei’s 'older brother' in name only and has been disowned by the Shogun. The Kabane attack Shitori Station and Biba takes his Hunter squad and destroys them all, and kills one of his own men who he accuses of betrayal. He then offers to accompany Ayane’s Kotetsujo to Kongokaku and she accepts. Ikoma suspects that Biba turned Mumei into a Kabaneri and gave her the name Mumei for his own purposes. Biba asks Mumei to get the Kotetsujo master key for him, but she is tricked and given the wrong key. Ikoma discovers that Biba is transporting Kabane on his train, but Biba uses Mumei to prevent him from entering the carriage. Ikoma is convinced that Biba is not a hero. 
9 Horobi no Kiba In English, Fang of Ruin (滅びの牙) วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559
The Kokujo with the Hunters is refused entry to Iwato Station, the last before Kongokaku, by the Shogun's samurai. Ayame decides to part company with the Hunters and asks Ikoma to get Mumei. Lord Maeda, leader of the fortress agrees to a meeting with Biba on the condition that only women and children accompany him. During the meeting, Mumei leaves the meeting saying that she needs to go to the toilet and lowers the Iwato Station's drawbridge to let Biba’s Kabane into the station. Biba then kills Lord Maeda. When Mumei sees the Kabane attack the station she is horrified by the consequences of her actions. Meanwhile Biba’s men take Ayame hostage and kill the Shogun's samurai for what Biba says is retribution for the shogunate’s cowardice for the past 10 years. He believes that only the strong should survive. Biba injects his Kabaneri Horobi with a fluid so that she can become the heart of another Black Smoke beast, gathering all the Kabane into a single colony, a Nue. The Nue is defeated, but Horobi survives and continues to fight. When she reaches Biba, he kills her since she has served her purpose. In the aftermath, Biba and his men control a devastated Iwato Station. Mumei then realizes that everything Biba had told her was a lie. 
10 Semeagu Jakusha In English, The Attacking Weak (攻め上ぐ弱者) June 16, 2016
Biba and his troops are now in control of the Hayajiro and its passengers, using their blood to feed his Kabane. Biba offers a deal to Ayame that if she can open the gates to Kongokaku, and arrange a meeting with his father, he will guarantee the safety of her people. He tells her of the time when his father sent him with 400,000 troops to Kyushu to fight the Kabane, but when replacement supplies failed to arrive they were overrun and wiped out, for which he blames his father. Meanwhile Ikoma hatches a daring plan with some of the passengers to retake control of the Hayajiro. Biba offers Mumei a chance to join his troops but she refuses and is force to taken captive vaccine and sedated. Ikoma's group starts their attack to take control of the Kotetsujo, but Biba had anticipated a counter-attack and confronts Ikoma, killing Takumi who sacrifices himself to save Ikoma. Biba then calls on Mumei to kill Ikoma. She obeys his order due to Biba's captive vaccine, stabbing Ikoma who falls from the Hayajiro into a river far below. 
11 Moeru Inochi In English, Burning Life (燃える命) June 23, 2016
Ikoma is still alive, washed up on the shore and is found by Kurusu. Biba injects Mumei with the same liquid that he used on Horobi to turn her into a Nue. The Kōtetsujō arrives at Kongokaku and announces that they have captured the men who destroyed Iwato Station so they are allowed entry. Ayame pretends to have Biba prisoner because her crew are being held hostage, and they are taken to meet the Shogun. Biba tricks the Shogun into holding a sword tainted with the Kabane virus which turns him into a Kabane. Biba then kills him and announces to everyone that Kabane are among them, which creates a panic and people start killing each other out of fear. The Karikatashu take the Kōtetsujō into the city and release the Kabane, while Ayame escapes with the help of her uncle. Kurusu has one of Biba's scientists prisoner with knowledge about the Kabane virus. He says that Mumei can be saved once she becomes a Nue by injecting white plasma into her heart. Ikoma insists on being injected by black plasma to give him additional strength, although it will accelerate the Kabane virus and shorten his life. Mumei begins her transformation into a Nue to fulfill Biba's dream of destruction. 
12 Kōtetsujō In English, Iron Fortress (甲鉄城) June 30, 2016
Ikoma and Kurusu enter Kongokaku, drawing the Kabane towards them. Ayame appeals to the humans to stop attacking each other in fear, and entreats them to leave Kongokaku with her people in the Kōtetsujō. With Kurusu's help, Ikoma is able to reach the Mumei Nue. He destroys the hayajiro Kokujou in the process when the Hunters try to drive it into him with his additional powers since taking the black serum. Mumei seems to be unaware of what she's become, recalling memories from the past and imagining herself surrounded by butterflies. Ikoma reaches the Mumei Nue, but is intercepted by Biba who is revealed as a Kabaneri. Biba stabs Ikoma with his sword, but this does not kill him, and as he is about to try again, Ikoma recovers and blasts him with his bolt gun. Mumei appears to understand that Ikoma is near, and she allows him to inject her with the white serum, destroying the Nue and returning her to her previous form. Ayame and her people leave the smouldering city of Kongokaku in the hayajiro Kōtetsujō with Kurusu, Mumei and injured Ikoma and on board. Ikoma starts to recover thanks to a serum secretly given by Biba and the effects of the black serum seem to diminish. As an afterthought, Mumei hands him back his green stone. 

อ้างอิง[แก้]

  1. http://akibatan.com/2015/12/koutetsujou-no-kabaneri-original-anime-by-attack-on-titan-production-team/
  2. "Attack on Titan Team, Code Geass Writer Make Kōtetsujō no Kabaneri Anime". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ November 27, 2014.
  3. 3.00 3.01 3.02 3.03 3.04 3.05 3.06 3.07 3.08 3.09 3.10 "Attack on Titan Team's Kōtetsujō no Kabaneri Anime Trailers Reveal Premise, April Premiere". Anime News Network. December 17, 2015. สืบค้นเมื่อ January 25, 2016.
  4. Chapman, Paul (December 18, 2015). "VIDEO: It's Trains vs. Zombies in "Kabaneri of the Iron Fortress" Trailer". Crunchyroll. สืบค้นเมื่อ January 25, 2016.
  5. "Amazon Prime to Stream Kabaneri of the Iron Fortress Anime From Attack on Titan Team". Anime News Network. March 14, 2016. สืบค้นเมื่อ March 14, 2016.
  6. "Theme song in Kabaneri of the Iron Fortress 「甲鉄城のカバネリ」公式サイト" (in Japanese). สืบค้นเมื่อ June 3, 2016.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:Noitamina แม่แบบ:Wit Studio

แม่แบบ:Anime-tv-series-stub