โรคสะเก็ดเงิน
| โรคสะเก็ดเงิน | |
|---|---|
| แผ่นหลังและแขนของผู้ป่วยที่มีอาการโรคสะเก็ดเงินรุนแรง | |
| การออกเสียง | |
| สาขาวิชา | ตจวิทยา, ภูมิคุ้มกันวิทยา, อายุรศาสตร์โรคข้อ |
| อาการ | ผื่นผิวหนังเป็นปื้นสีแดง (หรือสีม่วงในผู้ที่มีสีผิวเข้ม) มีอาการคัน และมีสะเก็ดลอก[3] |
| ภาวะแทรกซ้อน | โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน[4] |
| การตั้งต้น | วัยผู้ใหญ่[5] |
| ระยะดำเนินโรค | เรื้อรัง (ระยะยาว)[4] |
| สาเหตุ | โรคทางพันธุกรรมที่ถูกกระตุ้นโดยปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม[3] |
| วิธีวินิจฉัย | วินิจฉัยจากอาการที่แสดงออก[4] |
| การรักษา | ครีมสเตียรอยด์, ครีมวิตามินดี3, การบำบัดด้วยแสงยูวี, ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น เมโธเทร็กเซต และยาชีววัตถุ[5] |
| ความชุก | 79.7 ล้านคน[6] / 2–4%[7] |
โรคสะเก็ดเงิน (อังกฤษ: psoriasis) เป็นโรคเรื้อรังและโรคภูมิต้านตนเองชนิดหนึ่งที่ไม่ติดต่อ มีลักษณะเด่นคือเกิดปื้นบนผิวหนังที่ผิดปกติ[4][5] ผิวหนังบริเวณที่เป็นโรคจะมีลักษณะแดง ชมพู หรือม่วง มีอาการแห้ง คัน และเป็นสะเก็ดลอก[3][8] ความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงินมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ปื้นขนาดเล็กเฉพาะจุด ไปจนถึงการแพร่กระจายทั่วทั้งร่างกาย[3] การได้รับบาดแผลที่ผิวหนังสามารถกระตุ้นให้เกิดรอยโรคสะเก็ดเงิน ณ บริเวณนั้นได้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ปรากฏการณ์เกิบเนอร์ (Koebner phenomenon)[9]
โรคสะเก็ดเงินแบ่งออกเป็น 5 ชนิดหลัก ได้แก่ ชนิดปื้นหนา (plaque), ชนิดผื่นหยดน้ำ (guttate), ชนิดตามข้อพับ (inverse), ชนิดตุ่มหนอง (pustular) และชนิดผื่นแดงทั่วตัว (erythrodermic)[5] โดยโรคสะเก็ดเงินชนิดปื้นหนา หรือ "Psoriasis vulgaris" เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณร้อยละ 90 ของผู้ป่วยทั้งหมด[4] มักแสดงอาการเป็นปื้นสีแดงที่มีสะเก็ดสีขาวเงินปกคลุมอยู่ด้านบน[4] บริเวณร่างกายที่พบบ่อยที่สุดคือ หลังแขนท่อนล่าง, หน้าแข้ง, บริเวณสะดือ และหนังศีรษะ[4] สำหรับชนิดผื่นหยดน้ำจะมีรอยโรคคล้ายรูปหยดน้ำขนาดเล็ก[5] ชนิดตุ่มหนองจะมีลักษณะเป็นตุ่มพองขนาดเล็กที่มีหนองอยู่ภายในและไม่มีการติดเชื้อ[10] ชนิดตามข้อพับจะเกิดเป็นปื้นแดงตามรอยพับของผิวหนัง[5] และชนิดผื่นแดงทั่วตัวจะเกิดขึ้นเมื่อผื่นมีการแพร่กระจายเป็นวงกว้างมาก ซึ่งอาจพัฒนามาจากโรคสะเก็ดเงินชนิดอื่น ๆ ก่อนหน้า[4] นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินส่วนใหญ่จะพบความผิดปกติที่เล็บมือและเล็บเท้าในช่วงใดช่วงหนึ่งของโรค[4] ซึ่งอาจรวมถึงการเกิดหลุมเล็ก ๆ บนเล็บ หรือสีของเล็บที่เปลี่ยนไป[4]
โดยทั่วไปเชื่อว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้น[3] หากฝาแฝดคนหนึ่งเป็นโรคสะเก็ดเงิน แฝดอีกคนจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าถึง 3 เท่าหากเป็นแฝดแท้ (Identical twins) เมื่อเทียบกับแฝดเทียม (Fraternal twins)[4] สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนทำให้อัตราเสี่ยงเพิ่มขึ้น[4] อาการของโรคมักจะแย่ลงในช่วงฤดูหนาวและเมื่อได้รับยาบางชนิด เช่น เบตา บล็อกเกอร์ หรือยาในกลุ่ม NSAIDs[4] นอกเหนือจากนี้ การติดเชื้อและความเครียดก็สามารถมีส่วนร่วมในการกระตุ้นโรคได้เช่นกัน[3][5] กลไกพื้นฐานของโรคเกี่ยวข้องกับการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเซลล์ผิวหนังไวเกินปกติ[4] การวินิจฉัยมักพิจารณาจากอาการและอาการแสดงทางคลินิกเป็นหลัก[4]
ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินให้หายขาด แต่การรักษาในรูปแบบต่าง ๆ สามารถช่วยควบคุมอาการได้[4] วิธีการรักษาเหล่านี้รวมถึงการใช้ครีมสเตียรอยด์, ครีมวิตามินดี3, การบำบัดด้วยแสงยูวี, ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น เมโธเทร็กเซต และการบำบัดด้วยยาชีววัตถุ (Biologic therapies) ที่มุ่งเป้าไปยังวิถีทางภูมิคุ้มกันที่เฉพาะเจาะจง[5] ประมาณร้อยละ 75 ของผู้ป่วยที่มีอาการทางผิวหนังสามารถดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาทาภายนอกเพียงอย่างเดียว[4] โรคนี้ส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณร้อยละ 2–4[7] พบในเพศชายและเพศหญิงในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน[5] โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ แต่มักจะเริ่มต้นในช่วงวัยผู้ใหญ่[5] นอกจากนี้ โรคสะเก็ดเงินยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด, โรคโครห์น และโรคซึมเศร้า โดยภาวะโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินสามารถพบร่วมได้มากถึงร้อยละ 30 ของบุคคลที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน[10]
คำว่า "psoriasis" มาจากภาษากรีก ψωρίασις หมายถึง 'ภาวะอาการคัน' หรือ 'การมีอาการคัน'[11] ซึ่งมาจากคำว่า psora 'อาการคัน' และประสมกับปัจจัย -iasis 'กระบวนการ, อาการ หรือภาวะของโรค'
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Jones D (2003) [1917]. Roach P, Hartmann J, Setter J (บ.ก.). English Pronouncing Dictionary. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 978-3-12-539683-8.
- ↑ "Psoriasis". Merriam-Webster Dictionary.
- 1 2 3 4 5 6 Menter, Alan; Gottlieb, Alice; Feldman, Steven R.; Van Voorhees, Abby S.; Leonardi, Craig L.; Gordon, Kenneth B.; Lebwohl, Mark; Koo, John Y.M.; Elmets, Craig A.; Korman, Neil J.; Beutner, Karl R.; Bhushan, Reva (2008). "Guidelines of care for the management of psoriasis and psoriatic arthritis". Journal of the American Academy of Dermatology (ภาษาอังกฤษ). 58 (5): 826–850. doi:10.1016/j.jaad.2008.02.039. PMID 18423260.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 Boehncke WH, Schön MP (กันยายน 2015). "Psoriasis". Lancet. 386 (9997): 983–94. Bibcode:2015Lanc..386..983B. doi:10.1016/S0140-6736(14)61909-7. PMID 26025581. S2CID 208793879.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "Questions and Answers About Psoriasis". National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases. 12 เมษายน 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 เมษายน 2017. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2017.
- ↑ GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence Collaborators (ตุลาคม 2016). "Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015". Lancet. 388 (10053): 1545–1602. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6. PMC 5055577. PMID 27733282.
- 1 2 Parisi R, Symmons DP, Griffiths CE, Ashcroft DM (กุมภาพันธ์ 2013). "Global epidemiology of psoriasis: a systematic review of incidence and prevalence". The Journal of Investigative Dermatology. 133 (2). Identification and Management of Psoriasis and Associated ComorbidiTy (IMPACT) project team: 377–85. doi:10.1038/jid.2012.339. PMID 23014338.
- ↑ LeMone P, Burke K, Dwyer T, Levett-Jones T, Moxham L, Reid-Searl K (2015). Medical-Surgical Nursing. Pearson Higher Education AU. น. 454. ISBN 978-1-4860-1440-8. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2020.
- ↑ Ely JW, Seabury Stone M (มีนาคม 2010). "The generalized rash: part II. Diagnostic approach". American Family Physician. 81 (6): 735–9. PMID 20229972. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2014.
- 1 2 Jain S (2012). Dermatology: illustrated study guide and comprehensive board review. Springer. น. 83–87. ISBN 978-1-4419-0524-6. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 กันยายน 2017.
- ↑ Ritchlin C, Fitzgerald I (2007). Psoriatic and Reactive Arthritis: A Companion to Rheumatology (พิมพ์ครั้งที่ 1st). Maryland Heights, MI: Mosby. น. 4. ISBN 978-0-323-03622-1. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 มกราคม 2017.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Baker BS (2008). From Arsenic to Biologicals: A 200 Year History of Psoriasis. Beckenham UK: Garner. ISBN 978-0-9551603-2-5.
- "Guidelines for the assessment and management of psoriasis". U.S. National Guideline Clearinghouse. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 กันยายน 2013. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Global report on psoriasis. World Health Organization (WHO). 2016. hdl:10665/204417. ISBN 978-92-4-156518-9. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2016.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- "Psoriatic arthritis". Genetics Home Reference.
- "Psoriasis". MedlinePlus. U.S. National Library of Medicine.