ปีกแห่งไฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปีกแห่งไฟ  
CatchingFire cvr.jpg
ผู้ประพันธ์ ซูซาน คอลลินส์
ชื่อต้นฉบับ Catching Fire
ผู้แปล นรา สุภัคโรจน์
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
ผู้เผยแพร่ สำนักพิมพ์สกอลาสติก
จำนวนหน้า สหรัฐ 391 หน้า
ฉบับก่อนหน้า เกมล่าชีวิต
ฉบับถัดมา ม็อกกิ้งเจย์

ปีกแห่งไฟ (อังกฤษ: Catching Fire) เป็นนวนิยายไซไฟ เสียดสีสังคม เขียนโดยซูซาน คอลลินส์ เป็นเล่มที่ 2 ในนวนิยายชุดเกมล่าชีวิต ซึ่งเล่าเรื่องราวหลังจบเกมล่าชีวิต เกือบ 1 ปี ซึ่งแคตนิสและพีต้าต้องออกทัวร์ผู้พิชิตเพื่อพบปะกับประชาชนทั้ง 12 เขต แต่ภายหลังจบเกมล่าชีวิต ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว ชัยชนะของแคตนิสและพีต้าได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการขัดขืนต่อแคปปิตอล ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติ ดังนั้นประธานาธิบดีสโนว์ ของแคปปิตอล ไม่สามารถยอมให้เกิดการปฏิวัติขึ้นได้ สโนว์จัดการแข่งขันควอเตอร์เควล เกมล่าชีวิตปีพิเศษซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 25 ปี โดยกติกาคือให้ผู้ที่เคยชนะการแข่งขันเกมล่าชีวิต เขตละ 2 คน ลงแข่งขันควอเตอร์เควล ทำให้แคตนิสและพีต้าต้องลงแข่งอีกครั้ง

ปีกแห่งไฟ ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 โดยสำนักพิมพ์สกอลาสติก โดยได้มีการนำไปดัดแปลงในรูปแบบภาพยนตร์ ในชื่อไทยว่า เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์ (The Hunger Games: Catching Fire) เข้าถายในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


เนื้อเรื่อง[แก้]

หลังจากเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 จบลง ด้วยชัยชนะของแคตนิสและพีต้า ทั้งสองเดินทางกลับเขต 12 ใช้ชีวิตของผู้พิชิตอย่างสุขสบาย แต่แคตนิสก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือย เธอยังคงล่าสัตว์กับ เกล ฮอว์ธอร์น เหมือนแต่ก่อน เกือบ 1 ปีให้หลังที่แคตนิสและพีต้ากลับเขต 12 ทั้งสองต้องออกทัวร์ผู้พิชิต ซึ่งเป็นการพบปะประชาชนแต่ละเขต โดยก่อนการทัวร์ผู้พิชิตจะเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีสโนว์ได้มาเยี่ยมบ้านแคตนิส โดยเปิดเผยว่าขณะนี้เริ่มมีการคิดขัดขืนต่อแคปปิตอลในหลายๆเขต ซึ่งผลพวงก็มาจากการที่แคตนิสและพีต้ากลายเป็นผู้ชนะ โดยการใช้ลูกเบอรร์รี่พิษขู่ผู้คุมเกม ซึ่งเหตุนี้ทำให้ผู้คนในเขตต่างๆเริ่มคิดว่า แคปปิตอลไม่ใช่เจ้าชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป สโนว์ขอให้แคตนิสจัดการให้ผู้คนเชื่อว่า เธอและพีต้าเป็นคู่รักกันจริงๆ โดยขู่ว่าหากเธอล้มเหลว ครอบครัวและคนใกล้ตัวเธอจะต้องถูกฆ่าตาย ซึ่งแคตนิสเองก็ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ การทัวร์ผู้พิชิตครั้งนี้จึงสำคัญกับเธอและทั้งพาเน็มเป็นอย่างมาก

การทัวร์ผู้พิชิตเริ่มต้นขึ้นที่เขต 11 ซึ่งเป็นเขตของ ริว เด็กหญิงวัย 12 ที่ร่วมมือกับแคตนิสแต่ก็ถูกฆ่าในสนามประลอง พีต้าและแคตนิสได้กล่าวสุนทรพจน์และคำไว้อาลัยให้แก่ครอบครัวที่สูญเสีย โดยแคตนิสได้กล่าวให้ไว้อาลัยอย่างซาบซึ้ง หลังคำไว้อาลัยของแคตนิสจบ ผู้คนเขต 11 ได้ชูสัญญลักษณ์ 3 นิ้ว เหมือนที่แคตนิสชูในตอนที่ริวตาย คำไว้อาลัยของแคตนิสกลายเป็นการปลุกระดมให้เกิดจลาจล ซึ่งภายหลังมีคนบาดเจ็บและตายมากมาย แคตนิสและพีต้าออกเดินทางทัวร์ต่อ ซึ่งสถานการณ์แต่ละเขตก็เลวร้ายมากขึ้นทุกที ทั้งสองจึงหมดทาเลือก พีต้าจึงขอแคตนิสแต่งงานเพื่อให้ทั้ง 12 เขตเชื่อว่าพวกเขารักกันจริงๆและจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแคปปิตอลในไม่ช้า ซึ่งก็ไม่ได้ผลแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าความพยายามของแคตนิสล้มเหลวและในตอนนี้ชีวิตเธออยู่ในมือของสโนว์แล้ว

ทั้งสองกลับเขต 12 ในวันหนึ่งระหว่างล่าสัตว์ แคตนิสพบผู้หลบหนีสองคนจากเขต 8 พวกเธอเล่าให้แคตนิสฟังว่าพวกเธอหลบหนีเพื่อไปยังเขต 13 ซึ่งถูกแคปปิตอลระบุว่าถูกทำลายล้างไปแล้ว แต่ที่จริงมันยังมีอยู่ โดยเขต 13 มีกองบัญชากองอยู่ใต้ดิน และตอนนี้แคตนิสได้กลายมาเป็นความหวังของทั้ง 13 เขต ในฐานะ ม็อกกิ้งเจย์ ไปแล้ว แคตนิสครุ่นคิดเรื่องที่ทั้งสองเล่าให้ฟังอยู่นาน จนกระทั่งแคปปิตอลถ่ายทอดสดการประกาศกฎพิเศษของเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 หรือ ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นทุก 25 ปี ซึ่งกติกาพิเศษครั้งนี้คือ ผู้พิชิตเกมล่าชีวิตชายหญิง อย่างละคนจากปีก่อนๆของแต่ละเขต จะต้องลงแข่งเกมล่าชีวิต ครั้งที่ 75 ซึ่งหมายถึงพีต้าและแคตนิสต้องลงแข่งอีกครั้ง ทั้งสองถูกพาตัวไปยังแคปปิตอลโดยทันที แคตนิสรู้ดีว่าครั้งนี้เธอไม่มีทางชนะเพราะสโนว์ต้องการกำจัดเธออยู่แล้ว เธอจึงต้องการให้พีต้าชนะเพื่อทดแทนบุญคุญที่พต้าเคยช่วยเธอไว้ ส่วนพีต้าก็สัญญาที่จะปกป้องคตนิส ก่อนการแข่งจะเริ่มเฮย์มิชแนะนำให้แคตนิสผูกมิตรกับผู้พิชิตที่ไว้ใจได้และให้จำไว้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง

เกมเริ่มต้น บรรณาการทั้ง 24 คน ถูกปล่อยลงในสนามประลองที่ถูกออกแบบให้เป็นป่าทึบมีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง แคตนิสและพีต้าจับกลุ่มกับบรรณาการจากเขต 4 ซึ่งก็คือ แม็ก หญิงชราวัย 80 ปี และฟินนิค โอแดร์ หนุ่มพราวสเน่ห์ ผู้ถนัดการใช้ฉมวก ทั้ง 4 หนีพวกมืออาชีพเข้าป่า จนกระทั่งถูกหมอกพิษเล่นงานในช่วงดึก พีต้าได้รับบาดเจ็บจากหมอกพิษ แม็กจึงสละชีวิตตนเองเพื่อให้ฟินนิคแบกพีต้าแทนตนเอง ทั้ง 3 หนีรอดหมอกพิษไปได้แต่ก็ถูกมัตต์เล่นงาน แคตนิสและพีต้าเกือบพลาดท่า แต่ขี้ยาจากเขต 6 สละชีวิตช่วยพวกเขาไว้ ทั้ง 3 หนีไปที่ทะเลสาบและพบกับโจแฮนด์นา เมสัน หญิงสาวผู้ถนัดการใช้ขวานจากเขต 7 บีทีและไวเลส สามีภรรยาผู้ช่ำชองเทคโนโลยีจากเขต 3 ไวเลสบอกใบ้แคตนิสให้รู้ว่าสนามประลองถูกออกแบบให้เหมือนนาฬิกา ทุก 1 ชั่วโมง จะมีอุปสรรคเกิดขึ้นตามเวลาของมัน แต่ไม่ทันไรพวกเขาก็ถูกมืออาชีพเข้าเล่นงาน ไวเลสถูกฆ่าตาย แต่แคตนิสและโจแฮนด์นาก็ช่วยกันฆ่าบรรณาการเขต 1 ทั้ง 2 คนได้ มืออาชีพจึงเหลือเพียงแค่แอนโนบาเรียและบรูตัสจากเขต 2

บีทีเสนอแผนให้ใช้สายฟ้าซึ่งจะผ่าทุก 12 ชั่วโมง โดยมันลวดไว้กับต้นไม้เพื่อช็อตบรูตัสและแอนโนบาเรีย โดยให้แคตนิสและโจแฮนด์นาเป็นคนเอาลวดไปไว้ที่ทะเลสาบ แต่แล้วแคตนิสกลับถูกโจแฮนด์นาเล่นงาน และหนีหายไป แคตนิสรู้สึกกลัวว่าพีต้าจะถูกหักหลัง จึงรีบกลับไปยังต้นไม้ แต่ก็ไม่พบพีต้า มีเพียงแค่บีทีที่พยายามทำลายสนามพลัง ซึ่งแคตนิสก็นึกถึงคำพูดของเฮย์มิชว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง สำหรับเธอแน่นอนมันคือแคปปิตอล แคตนิสใช้ลวดผูกกับธนูและยิงขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับช่วงที่ฟ้าผ่าลงมา ทำให้สนามประลองถูกทำลาย แต่เธอก็หมดสติไป แคตนิสฟื้นขึ้นมาพบกับเฮย์มิช บีที และฟินนิค เฮย์มิชเล่าให้ฟังว่าทั้งหมดเป็นแผนของการก่อกบฏ โดยให้บรรณาการทุกคนที่เห็นชอบทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องแคตนิส และการทำลายสนามประลองก็คือการเปิดช่องให้ยานโฮเวอร์คราฟต์เข้าไปช่วยรับบรรณาการที่ทั้งหมดก่อนแคปปิตอลได้ แต่การช่วยเหลือไม่อาจรีรอได้ ทำให้ พีต้า โจแฮนด์นา และแอนโนบาเรีย ถูกแคปปิตอลจับตัวไป แคตนิสได้ยินดังนั้นก็โกรธมากที่เฮย์มิชไม่อาจช่วยเหลือพีต้าไว้ได้

ปีกแห่งไฟจบลงในฉากที่ แคตนิสตื่นขึ้นหลังจากถูกฉีดยาสลบ เธอพบเกลอยู่ข้างๆ และเกลบอกกับเธอว่าในตอนนี้เธออยู่ที่เขต 13 ซึ่งเป็นฐานของกองกำลังกบฏ เมื่อแคตนิสถามถึงเขต 12 เกลจึงตอบไปว่า ไม่มีเขต 12 อีกต่อไป เนื่องจากมันได้ถูกแคปปิตอลทำลายจนสิ้นซากเสียแล้ว