ปิโตรเลียมเจลลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปิโตรเลียมเจลลี

ปิโตรเลียมเจลลี (อังกฤษ: petroleum jelly) หรือ ปิโตรลาทัม (petrolatum) เป็นเนื้อสารไฮโดรคาร์บอนกึ่งแข็ง มีเลขคาร์บอนสูงกว่า 25[1] ลักษณะไม่มีสีถึงสีเหลืองอ่อน ไม่มีกลิ่นและรส มีจุดหลอมเหลวระหว่าง 40–70 °ซ (105–160 °ฟ)[2] ติดไฟเมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว โดยส่วนที่ติดไฟคือไอระเหยไม่ใช่ตัวของเหลว ปิโตรเลียมเจลลีไม่ละลายน้ำ แต่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น ไดคลอโรมีเทน คลอโรฟอร์ม เบนซีน และน้ำมันสน[3] มีเลขอีคือ E905b[4]

วัตถุดิบของปิโตรเลียมเจลลีถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1859 ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันในเมืองไททัสวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐ โดยคนงานแท่นขุดเจาะใช้สารนี้ทาที่แผลเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น[5] ต่อมารอเบิร์ต เชสเซโบรห์ นักเคมีผู้เคยมีผลงานกลั่นเชื้อเพลิงจากน้ำมันจากวาฬหัวทุยมาที่เมืองนี้เพื่อศึกษาสารชนิดนี้ เขาเก็บตัวอย่างสารไปสกัดและกลั่นจนได้เจลสีอ่อนที่มีคุณสมบัติในการรักษาบาดแผล ในปี ค.ศ. 1870 เชสเซโบรห์ตั้งโรงงานผลิตปิโตรเลียมเจลลีในชื่อวาสลีน และจดสิทธิบัตรวิธีการผลิตในปี ค.ศ. 1872[5]

เดิมปิโตรเลียมเจลลีถูกวางตลาดในฐานะยาขี้ผึ้งสำหรับใช้ภายนอก แต่ต่อมามีการใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและผิวหนัง[6] นอกจากนี้ยังใช้ในการเคลือบผิว หล่อลื่น ป้องกันสนิม และเป็นตัวรักษาสภาพในวัตถุระเบิด[7][8] ปิโตรเลียมเจลลีได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย แต่อาจส่งผลข้างเคียงในรายที่มีอาการแพ้[9][10] ขณะที่หน่วยงานจัดการเคมีภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (European Chemicals Agency หรือ ECHA) ระบุว่าสารนี้อาจก่อให้เกิดมะเร็ง เนื่องจากในกระบวนการสกัดปิโตรเลียมเจลลีมีสารก่อมะเร็งผสมอยู่ และระดับความบริสุทธิ์ของสารที่แตกต่างกัน[11][12]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Petrolatum (white)". inchem.org. International Programme on Chemical Safety and the Commission of the European Communities. March 2002. สืบค้นเมื่อ August 5, 2011.
  2. Robert Leach (6 December 2012). The Printing Ink Manual. Springer Science & Business Media. pp. 254–. ISBN 978-94-011-7097-0.
  3. Vaseline (Petroleum Jelly) Material Safety Data Sheet (MSDS) Archived 2008-09-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (June 15, 2007). MakingCosmetics.com Inc. Retrieved August 5, 2011.
  4. "E905b - Petroleum jelly". Open Food Facts. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  5. 5.0 5.1 The History of Vaseline Petroleum Jelly began in the Pennsylvania Oil Fields!, Drake Well Museum pamphlet, copyright 1996 by Holigan Group Ltd, Dallas, Texas.
  6. Villines, Zawn (December 20, 2018). "6 Uses and Benefits of Petroleum Jelly". Medical News Today. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  7. "Petroleum jelly". Britannica. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  8. "Cordite". Britannica. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  9. Ginta, Daniela (March 7, 2019). "Everything You Need to Know About Petroleum Jelly". Healthline. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  10. "Petroleum Jelly Topical". WebMD. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  11. "Petrolatum - Substance Information". European Chemicals Agency. July 8, 2020. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  12. Adams, Rebecca (September 1, 2016). "Petroleum Jelly May Not Be As Harmless As You Think". HuffPost. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]