ข้ามไปเนื้อหา

ปลาไหลนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปลาไหลนา
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: สัตว์
Animalia
ไฟลัม: สัตว์มีแกนสันหลัง
Chordata
ชั้น: ปลาที่มีก้านครีบ
Actinopterygii
อันดับ: ปลาไหลนา
Synbranchiformes
วงศ์: ปลาไหลนา
Synbranchidae
สกุล: สกุลปลาไหลนา
Monopterus
(Zuiew, 1793)
สปีชีส์: M.  albus
ชื่อทวินาม
Monopterus albus
(Zuiew, 1793)
ชื่อพ้อง[2]
  • Muraena alba Zuiew, 1793
  • Fluta alba (Zuiew, 1793)
  • Synbranchus grammicus Cantor, 1842
  • Gymnotus albus Zuiew, 1789
  • Monopterus javanensis Lacepède, 1800
  • Unibranchapertura laevis Lacepède, 1803
  • Monopterus laevis (Lacepède, 1803)
  • Ophicardia phayriana McClelland, 1844
  • Pneumabranchus cinereus McClelland, 1844
  • Monopterus cinereus (McClelland, 1844)
  • Synbranchus xanthognathus Richardson, 1845
  • Monopterus xanthognathus (Richardson, 1845)
  • Ophicardia xanthognatha (Richardson, 1845)
  • Monopterus helvolus Richardson, 1846
  • Monopterus marmoratus Richardson, 1846
  • Apterigia saccogularis Basilewsky, 1855
  • Apterigia nigromaculata Basilewsky, 1855
  • Apterigia immaculata Basilewsky, 1855

ปลาไหลนา หรือ ปลาไหลบึง เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monopterus albus อยู่ในวงศ์ปลาไหลนา (Synbranchidae) มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู ตามีขนาดเล็ก คอป่องออก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ในคอหอยเป็นเส้นเลือดฝอย ซึ่งช่วยให้หายใจได้โดยไม่ต้องผ่านซี่กรองเหงือกเหมือนปลาทั่วไป และยังสามารถขุดรูในดินเพื่อจำศีลในช่วงฤดูร้อนได้ด้วย ไม่มีครีบใด ๆ ยกเว้นบริเวณปลายหางแบนยาวคล้ายใบพาย เมื่อยังเล็กมีครีบอก แต่โตขึ้นจะหายไป กระดูกเหงือกมีทั้งหมด 3 คู่

ลำตัวลื่นมาก สีลำตัวปกติเป็นสีเหลืองทอง ใต้ท้องสีขาว ในบางตัวอาจมีจุดกระสีน้ำตาล แต่ก็มีพบมากที่สีจะกลายไป เป็นสีเผือก สีทองทั้งตัว หรือสีด่าง มีความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 1.01 เมตร

ปลาไหลนา จัดเป็นปลาในวงศ์ปลาไหลนาที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย โดยพบได้ทุกภาค ทุกแหล่งน้ำ พบชุกชุมทั่วไป สำหรับในต่างประเทศพบกว้างขวางมาก ตั้งแต่อเมริกากลาง, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปแอฟริกา, ประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย ไปจนถึงโอเชียเนีย เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร โดยกินได้แม้กระทั่งซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย มีพฤติกรรมชอบรวมตัวกันหาอาหาร

เมื่อยังเล็กจะเป็นตัวเมีย และจะกลายเป็นตัวผู้เมื่อโตขึ้น ผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน และมีความสมบูรณ์สูงสุดในการวางไข่ คือ เดือนสิงหาคม โดยไข่จะมีเพียง 1 ฝัก เป็นลักษณะไข่จมไม่สัมผัสกับวัสสุใด ๆ ใต้น้ำ เมื่อสัมผัส จะมีความยืดหยุ่นมาก มีลักษณะสีเหลืองสดใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.3 เซนติเมตร ไข่ที่ได้รับการผสมมีลักษณะกลม สีเหลืองทอง ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะมีสีขาวใส ไข่จะใช้เวลาในการฟักประมาณ 3 วัน ลูกปลาเมื่อฟักออกใหม่ ๆ มีความยาว 2.5 เซนติเมตร มีถุงไข่แดง 2 ใน 3 ส่วน และมีครีบอกเมื่ออายุได้ 5 - 6 วัน ถุงไข่แดงยุบพร้อมครีบอกหายไป และเริ่มกินอาหารได้

เป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนิยมบริโภคกันมาแต่โบราณ อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกว่า หากปล่อยปลาไหลนาแล้วจะช่วยให้ทุกข์โศกไหลไปตามชื่อ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันในเชิงพาณิชย์ โดยนิยมเลี้ยงในบ่อปูน ในปลาที่มีสีกลายออกไป นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

อ้างอิง

[แก้]
  1. Ame, E.C.; Ballad, E.L. & Kesner-Reyes, K. (2021). "Monopterus albus". IUCN Red List of Threatened Species. 2021: e.T166148A162163341. doi:10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T166148A162163341.en. สืบค้นเมื่อ 6 August 2023.
  2. Froese, Rainer and Pauly, Daniel, eds. (2019). "Monopterus albus" in FishBase. March 2019 version.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]