ประกันภัยรถยนต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ประกันภัยรถยนต์[แก้]

ประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ ในที่นี้รวมถึงรถโดยสารส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก การประกันรถยนต์ เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1ในหลายเมืองใหญ่ ในช่วงนั้นการขับรถยนต์ค่อนข้างมีอันตราย ในตอนนั้นยังไม่มีการบังคับประกันรถยนต์ นั่นหมายถึงผู้ประสบภัยรถยนต์มักไม่ค่อยได้รับการชดเชยจากอุบัติเหตุ และผู้ขับมักได้รับพิจารณาว่าต้องจ่ายค่าเสียหายต่อรถยนต์รับทรัพย์สิน การบังคับประกันภัยรถยนต์ มีการใช้ครั้งแรกในสหราชอาณาจักร จากพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ค.ศ. 1930[1]

เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย[แก้]

ในประเทศไทยแบ่งการประกันวินาศภัยสำหรับรถยนต์ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)[2] และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ[3] (ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3 หรือชั้น 3+ ) โดยทั้งสองกรมธรรม์จะให้การคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Third Party Insurance)[แก้]

พ.ร.บ. รถใช้คุ้มครองการรักษาพยาบาลคนที่เกิดอุบัติเหตุจากรถ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วคนเจ็บจะได้รับการรักษาแน่นอน และเป็นส่วนที่เราต้องแสดงเอกสารเมื่อเวลาไปต่อทะเบียนรถ เพราะเป็นการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับกรมธรรม์ที่บังคับโดยกฎหมายกล่าวคือรถยนต์ทุกคัน ไม่ว่าจะเป็น รถใหม่ป้ายแดง หรือรถเก่านาน 10 ปี จะต้องมีกรมธรรม์ดังกล่าว โดยในประเทศไทยเรียกกันสั้น ๆ ว่า พรบ.รถยนต์ ซึ่งบังคับให้รถทุกคันจะต้องลงทะเบียน และต่อในทุกๆ ปี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะถูกจับดำเนินคดีตามกฏที่ได้ระบุไว้ใน พรบ.รถยนต์ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

หากเกิดเหตุ พ.ร.บ. รถ ช่วยค่าเสียหายเบื้องต้น[แก้]
  • ไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก เจ้าของกรมธรรม์จะได้รับ ภายใน 7 วัน คนละ 30,000 บาทในกรณีบาดเจ็บ และคนละ 35,000 บาทในกรณีสูญเสียอวัยวะตามหลักเกณฑ์
  • กรณีได้รับบาดเจ็บแล้วสูญเสียอวัยวะตามมา จะได้รับคนละไม่เกิน 65,000 บาท
  • กรณีที่เสียชีวิต จะได้รบเงินค่าทำศพคนละ 35,000 บาท
  • แต่ถ้ารักษาพยาบาลแล้วเสียชีวิตก็จะได้รับค่าชดเชย คนละไม่เกิน 65,000 บาท
เอกสารที่ต้องใช้เบิกเคลม พ.ร.บ.[แก้]
  • ใบแจ้งความ (บัญทึกประวัน) ที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
  • ใบรับรองแพทย์พร้อมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ประสบเหตุ หรือใบมรณะบัตร
  • สำเนาบัตรประชนชนของทายาท
ไม่ต่อ พ.ร.บ. รถ ผิดกฎหมาย[แก้]

ผู้ขับขี่มีความผิดตามกฎหมายจราจรและโดนค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)[แก้]

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยเป็นการเลือกซื้อความคุ้มครองประกันภัยตามความพึงพอใจของผู้ซื้อ ซึ่งผู้ซื้อทำด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎหมาย [4]สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ได้แก่ ประกันที่ผู้ขับรถจะต้องซื้อต้องทำการต่อทุกปี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า ประกันรถชั้น 1 ประกันรถชั้น 2+ ประกันรถชั้น 3 หรือประกันรถชั้น 3+ ในส่วนความคุ้มครองนี้ คุณสามารถซื้อเพิ่มเติมได้จากพ.ร.บ. ภาคบังคับ

ประเภทกรมธรรม์ประกันภัย[แก้]

ประกันชั้น 1

เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ โดยมีความคุ้มครองหลักครบทั้ง 4 ประเภท ดังนี้

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย
  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์
  • คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 2 พลัส

ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อความเสียหายแบบประกันภัยชั้น 2 แต่เพิ่มความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องมีคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบก
  • คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

ประกันชั้น 3+ หรือประกันชั้น 3 พลัส

ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อความเสียหายแบบประกันภัยชั้น 3 แต่เพิ่มความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องมีคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบก

ประกันชั้น 3

กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองน้อยกว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 และประเภท 2 โดยบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ดังนี้

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย
  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

อ้างอิง[แก้]

[http://insuranceadvicehq.com 1]

  1. ปัจจุบันนี้ประเทศไทยของเรา มีรถยนต์ วิ่งอยู่บนท้องถนน มากกว่า 38 ล้านคัน ดังนั้น การทำประกันภัยรถยนต์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ดังนั้น การทำประกันภัยรถยนต์ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สมควรจะทำมาตรฐานใหม่ ของการประกันภัยรถยนต์ ประกันรถชั้น1 ประกันรถชั้น2+ ประกันรถชั้น3+