บาร์โตโลเม เอสเตบัน มูริโย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Murillo.jpg
“เด็กขายผลไม้” (The Little Fruit Seller) - ค.ศ. 1670

บาร์โตโลเม เอสเตบัน มูริโย (สเปน: Bartolomé Esteban Murillo) รับศีลล้างบาปเมื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1618 ที่เซบิยา ประเทศสเปน และเสียชีวิตที่เซบิยาเช่นกันเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1682 เป็นจิตรกรสมัยศิลปะบาโรกคนสำค้ญของประเทศสเปนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีความสำคัญในการเขียนภาพสีน้ำมัน แม้ว่ามูริโยจะมีชื่อเสียงในการเขียนภาพทางศาสนาแต่ก็ได้เขียนภาพชีวิตชาวบ้านทั้งผู้หญิงและเด็กร่วมสมัยไว้มาก เป็นภาพของเด็กขายดอกไม้ เด็กเกเร ขอทาน ซึ่งทำให้เราเห็นภาพชีวิตประจำวันในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17

ชีวิต[แก้]

มูริโยเป็นลูกคนสุดท้องของพี่น้องทั้งหมด 14 คน พ่อของมูริโยเป็นช่างตัดผมและศัลยแพทย์ชื่อกัสปาร์ เอสเตบัน (Gaspar Esteban) และแม่ชื่อมาริอา เปเรซ (María Pérez Murillo) พ่อและแม่เสียชีวิตตั้งแต่มูริโยยังเด็ก มูริโยจึงโตขึ้นมากับพี่สาวชื่ออานา (Ana) ผู้แต่งงานกับฆวน อากุสติน เด ลากาเรส (Juan Agustín de Lagares) ผู้เป็นช่างตัดผมและศัลยแพทย์เช่นเดียวกับพ่อซึ่งมูริโยสนิทสนมด้วย มูริโยแต่งงานกับเบอาตริซ กาเบรรา (Beatriz Cabrera) เมื่อปี ค.ศ. 1648 และมีลูกด้วยกัน 9 คน

อาชีพ[แก้]

มูริโยเริ่มการศึกษาทางศิลปะกับฆวน เดล กัสติโย (Juan del Castillo) ที่เซบิยา มูริโยพยายามทำความคุ้นเคยกับภาพเขียนแบบฟลานเดอร์สซึ่งเป็นงานเขียนที่มีความนิยมกันในการซึ้อขายกันในเซวิลล์และขณะเดียวกันก็พยายามไม่ทิ้งอิทธิพลจากบริเวณอื่น ๆ งานชิ้นแรก ๆ ของมูริโยมีอิทธิพลความเหมือนจริงมาจากฟรันซิสโก เด ซูร์บารัน, จูเซปเป เด รีเบรา (Jusepe de Ribera) และอาลอนโซ กาโน (Alonso Cano) เมื่องานเขียนของมูริโยวิวัฒนาการขึ้นก็เริ่มปรับปรุงงานให้เหมาะกับความนิยมตามสมัยของชนชั้นสูงและเจ้านายผู้เป็นลูกค้า โดยเฉพาะงานสำหรับงานคริสตจักรโรมันคาทอลิก

เมื่ออายุได้ 26 ปีในปี ค.ศ. 1642 มูริโยก็ย้ายไปมาดริดซึ่งคงเป็นที่ที่มูริโยมีความคุ้นเคยกับงานของดิเอโก เบลัซเกซ และคงได้เห็นงานของจิตรกรสำคัญ ๆ ของเวนิสและฟลานเดอร์สที่มีอยู่ในราชสำนัก การใช้สีอย่างสวยงามและการวางองค์ประกอบของงานของมูริโยในสมัยต่อมาทำให้เราสันนิษฐานว่ามูริโยมีอิทธิพลเช่นที่ว่า [1] มูริโยย้ายกลับมาเซบิยาเมื่อปี ค.ศ. 1645 ในปีนั้นมูริโยเขียนภาพ 13 ภาพให้กับ อารามเซนต์ฟรานซิสเอลกรันเด ที่เซบิยาซึ่งทำให้มูริโยกลายเป็นที่รู้จัก ต่อมามูริโยก็เขียนภาพให้กับอาสนวิหารเซบิยา และมีความเชี่ยวชาญในการวาดชุดพระแม่มารีและพระบุตรและการปฏิสนธินิรมล

หลังจากที่ทำงานอยู่ที่มาดริดอยู่ระยะหนึ่งระหว่างปี ค.ศ. 1658 ถึงปี ค.ศ. 1660 มูริโยย้ายกลับมาเซบิยาอีกครั้ง หนนี้มูริโยก่อตั้ง “สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งเซบิยา” (Academia de Bellas Artes (Seville)) และเป็นผู้อำนวยการร่วมกับสถาปนิกฟรันซิสโก เอร์เรรา ผู้ลูก (Francisco Herrera the Younger) ระยะนี้เป็นระยะที่มูริโยมีงานสำคัญ ๆ มากมายรวมทั้งฉากแท่นบูชาสำหรับอารามคณะออกัสติเนียน ภาพเขียนที่โบสถ์ซานตามาเรียลาบลังกา และอื่น ๆ

อ้างอิง[แก้]

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

สมุดภาพ[แก้]