ข้ามไปเนื้อหา

น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลม
ดวงไฟหลังม่านน้ำตกในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 2009
น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลมตั้งอยู่ในรัฐนิวยอร์ก
น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลม
ที่ตั้งน้ำตกในรัฐนิวยอร์ก
ที่ตั้งสวนสาธารณะเชสต์นัตริดจ์
เทศมณฑลอิรี, รัฐนิวยอร์ก
พิกัดภูมิศาสตร์42°42.1059′0″N 78°45.1025′0″W / 42.70177°N 78.75171°W / 42.70177; -78.75171
ชนิดCascade
ความสูงทั้งหมด30 ฟุต (9.1 เมตร)[1]
สายน้ำต้นทางShale Creek, tributary to Eighteen Mile Creek

น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลม (อังกฤษ: Eternal Flame Falls) เป็นน้ำตกขนาดเล็กในสวนสาธารณะเชสต์นัตริดจ์ รัฐนิวยอร์ก ความพิเศษของน้ำตกแห่งนี้คือบริเวณฐานหลังม่านน้ำตกจะมีการลุกไหม้ของดวงไฟซึ่งเกิดจากการทับถมของแก๊สธรรมชาติ โดยดวงไฟนั้นสามารถลุกไหม้ได้ตลอดปีและสามารถดับได้ในบางครั้งแต่หลังจากดับได้ไม่นานมันก็จะกลับมาลุกไหม้ใหม่อีกครั้ง

น้ำตกอิเทอร์นัลเฟลมยังได้รับการกล่าวถึงในหนังสือ Secret Places ของนักสิ่งแวดล้อมนามว่าบรูซ เคิร์ชเนอร์

สภาพปัจจุบัน

[แก้]

น้ำตกแห่งนี้เป็นสถานที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากจึงได้มีการปรับปรุงเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก[2]ซึ่งทำให้มีผลกระทบตามมาคือการลอบทิ้งขยะ มลพิษ และผลกระทบต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับนักท่องเที่ยว[1] รวมไปถึงมีการวางแผนสร้างสนามกอล์ฟใน ค.ศ. 2012 จนทำให้เกิดมีการประท้วงอีกด้วย[3][4]

ใน ค.ศ. 2014 น้ำตกแห่งนี้ได้เป็นจุดสนใจของสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ ซึ่งได้มีการถ่ายทอดลงในช่องเกี่ยวกับการท่องเทียวโดยทอรี เบลเลกี[5]

องค์ประกอบและแหล่งที่มาของแก๊ส

[แก้]

นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยอินดีแอนา บลูมมิงตัน สถาบันธรณีฟิสิกส์แห่งชาติอิตาลี และสถาบันธรณีฟิสิกส์และภูเขาไฟแห่งชาติได้เข้าทำการศึกษาใน ค.ศ. 2013 เพื่อทำการศึกษาว่าแก๊สธรรมชาติที่มาจากไฮโดรคาร์บอนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติส่งผลต่อแก๊สเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศอย่างไร

และพวกเขาได้ค้นพบว่า "macro seep" ที่น้ำตกแห่งนี้มีปริมาณอีเทนและโพรเพนมากกว่าแก๊สธรรมชาติอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 35 ซึ่งมันจะทำให้มีสัดส่วนของแก๊สมีเทนมากขึ้น[6] อีกทั้งพวกเขายังค้นพบอีกว่าน้ำตกแห่งนี้จะมีการปล่อยแก๊สมีเทนถึง 1 กิโลกรัมต่อวัน[7]

นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า "micro seeps" น่าจะมาจากชั้นหินดินดานที่อยู่ใต้ดินลึกประมาณ 400 เมตร และคาดว่าแก๊สเหล่านี้สามารถซึมออกมาบนผิวดินได้ก็เพราะเกิดจากการมีกิจกรรมทางธรณีวิทยาต่าง ๆ ในบริเวณนั้น[6]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Conheady, Matt. "Eternal Flame Falls, Orchard Park – Waterfall Photos, Maps, Information". Nyfalls.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 21, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. Cernavskis, Andra (กรกฎาคม 10, 2014). "Eternal Flame draws crowds to Orchard Park". The Buffalo News. สืบค้นเมื่อ มกราคม 21, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Eternal Flame Falls: Nature Burning Brightly". WGRZ.com. มีนาคม 21, 2012. สืบค้นเมื่อ มกราคม 21, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  4. Spencer, Naomi (มกราคม 26, 2012). "Discs cease flying near Eternal Flame Falls". Orchard Park Bee. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-02-22. สืบค้นเมื่อ มกราคม 24, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Colmerauer, Catherine (สิงหาคม 21, 2014). "Travel Channel to highlight eternal flame in new series". Orchard Park Bee. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-09-24. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 "Geologists study mystery of 'eternal flames'". IU News Room: Indiana University. พฤษภาคม 9, 2013. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-08-18. สืบค้นเมื่อ มกราคม 21, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Etiopea, Giuseppe; Drobniakc, Agnieszka; Schimmelmannd, Arndt (พฤษภาคม 2013). "Natural seepage of shale gas and the origin of 'eternal flames' in the Northern Appalachian Basin, USA". Marine and Petroleum Geology. 43: 178–186. doi:10.1016/j.marpetgeo.2013.02.009. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2015.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]