ข้ามไปเนื้อหา

ทุนสำรองระหว่างประเทศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ทุนสำรองระหว่างประเทศ (อังกฤษ: International reserves) หรือ เงินสำรองจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (อังกฤษ: Foreign exchange reserves) คือทรัพย์สินสกุลเงินต่างประเทศที่ถือครองโดยธนาคารกลางของประเทศหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านค่าเงิน การชำระหนี้ระหว่างประเทศ สินทรัพย์เหล่านี้จะอยู่ในรูปของเงินตราต่างประเทศมหาอำนาจ (เช่น ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน), ทองคำสำรอง, สิทธิพิเศษถอนเงิน และสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)[1]

ในกรณีของประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินสำรองระหว่างประเทศอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถรองรับแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจโดยรวม[2]

ที่มาของทุนสำรอง

[แก้]

ทุนสำรองระหว่างประเทศเกิดขึ้นจากการที่เมื่อบุคคลต่างชาตินำเงินตราชาติมาแลกเป็นเงินตราท้องถิ่น เงินตราต่างชาติที่ได้รับก็จะแปรสภาพเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ อีกด้านหนึ่ง เมื่อบุคคลต่างชาติใช้จ่ายเงินตราท้องถิ่นแล้วก็มักไม่แลกคืนหรือแลกคืนน้อยกว่าที่แลกมา อีกกรณีหนึ่งที่ทุนสำรองระหว่างประเทศสามารถเพิ่มขึ้นได้คือ เมื่อรัฐบาลกู้เงินจากต่างประเทศ หรือออกพันธบัตรเป็นสกุลเงินต่างชาติ

วัตถุประสงค์

[แก้]

ในระบบเศรษฐกิจที่มีการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน หรือแม้แต่ในระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ธนาคารกลางมักจะแทรกแซงตลาดเงินตราเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินแข็งหรืออ่อนเกินไป หากมีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าเป็นจำนวนมาก ค่าเงินท้องถิ่นอาจแข็งค่าจนกระทบต่อขีดความสามารถส่งออก ธนาคารกลางจึงเข้าไปซื้อเงินตราต่างประเทศเหล่านั้นไว้ ส่งผลให้เกิดการสะสมเงินสำรองระหว่างประเทศโดยปริยาย

ทุนสำรองระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน หากค่าเงินตราของตนอ่อนค่าหรือแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ธนาคารกลางสามารถใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อควบคุมความผันผวนและสร้างความเชื่อมั่น การมีเงินสำรองในระดับสูงยังช่วยให้ประเทศสามารถนำเข้าได้อย่างต่อเนื่องในเวลาวิกฤต และยังเป็นแหล่งทุนสำหรับการชำระหนี้ระหว่างประเทศ

ทุนสำรองระหว่างประเทศยังเป็นตัวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ประเทศที่มีเงินสำรองสูงมักถูกมองว่ามีความสามารถในการบริหารจัดการเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากความผันผวนภายนอก เช่น วิกฤตการเงินโลก

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ

[แก้]

โดยทั่วไป ธนาคารกลางจะเลี่ยงการใช้ทุนสำรองลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง (เช่น หุ้นสามัญ) และนิยมลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมั่นคง เช่น สหรัฐ เยอรมนี ญี่ปุ่น ซึ่งมีความมั่นคงสูงมากแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ ดังนั้น หากประเทศใดมีทุนสำรองเกินความจำเป็น ประเทศนั้นอาจจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) เพื่อจัดสรรทุนสำรองบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น Government of Singapore Investment Corporation ของประเทศสิงคโปร์[3]

ปริมาณทุนสำรองที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับขนาดเศรษฐกิจ ระดับการค้าระหว่างประเทศ แต่โดยหลักการสากล ประเทศควรมีทุนสำรองอย่างน้อย 3 เดือนของมูลค่านำเข้า[4] เพื่อสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจหรือวิกฤตชั่วคราวได้อย่างเพียงพอ

อ้างอิง

[แก้]
  1. International Monetary Fund. (2021). What are international reserves and why are they important? https://www.imf.org/en/About/Factsheets/Sheets/2016/08/01/14/51/International-Reserves
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). ทุนสำรองระหว่างประเทศคืออะไร? https://www.bot.or.th/th/our-roles/monetary-policy/foreign-reserves
  3. GIC. (2023). About GIC – Our Role as Singapore’s Sovereign Wealth Fund. https://www.gic.com.sg/who-we-are/our-role/
  4. World Bank. (2015). Guidelines for Foreign Exchange Reserve Management. https://documents.worldbank.org/en/publication/documents-reports/documentdetail/972011468763491875/guidelines-for-foreign-exchange-reserve-management

ดูเพิ่ม

[แก้]