ตลาดซื้อขายนักเตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ตลาดซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer window) เป็นช่วงเวลาระหว่างปีที่สโมสรฟุตบอลสามารถโอนย้ายผู้เล่นจากทีมอื่น ๆ มาเป็นผู้เล่นของทีมตัวเองได้ การโอนย้ายดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนผู้เล่นเข้าสู่สโมสรใหม่ผ่านฟีฟ่า ซึ่งคำว่า "ตลาดซื้อขายนักเตะ" เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปโดยสื่อสำหรับแนวคิดของ "ระยะเวลาการลงทะเบียน" ตามที่อธิบายไว้ในกฎระเบียบฟีฟ่า ว่าด้วยสถานะและการโอนย้ายผู้เล่น[1] ตามกฎสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศจะเป็นผู้กำหนดเวลา (เช่นวันที่) ของตลาดซื้อขาย แต่ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ ระยะเวลาของการลงทะเบียนครั้งที่สองจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลแข่งขัน และต้องไม่เกินสี่สัปดาห์

ตลาดซื้อขายถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อการเจรจากับคณะกรรมาธิการยุโรป ระบบนี้ถูกนำมาใช้ในหลาย ๆ ลีกยุโรป ก่อนที่จะถูกนำมาบังคับใช้โดยฟีฟ่าในช่วงฤดูกาล 2002–03[2] โดยฟุตบอลอังกฤษเป็นผู้ริเริ่มแผนนี้ และได้นำเสนอในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 ด้วยความหวังว่าจะช่วยปรับปรุงเสถียรภาพของทีมและป้องกันตัวแทนจากการค้นหาข้อตกลงตลอดทั้งปี[3] อย่างไรก็ตามกฎระเบียบที่แน่นอนและข้อยกเว้นที่เป็นไปได้นั้น กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลการแข่งขันแต่ละครั้งแทนที่จะเป็นโดยสมาคมฟุตบอล[4]

ตารางเวลาปัจจุบันและข้อยกเว้น[แก้]

ในกฎระเบียบฟีฟ่าระบุว่า โดยทั่วจะต้องมีตลาดซื้อขายสองช่วง ระยะยาวช่วงนึง (สูงสุดสิบสองสัปดาห์) ในช่วงพักระหว่างฤดูกาล และ ระยะสั้นช่วงนึง (สูงสุดหนึ่งเดือน) ในช่วงกลางฤดูกาล ซึ่งระยะเวลาเฉพาะขึ้นอยู่กับรอบฤดูกาลของลีกที่กำหนดโดยหน่วยงานฟุตบอลของประเทศนั้น ๆ[5]

ลีกยุโรปที่สำคัญส่วนใหญ่มักเริ่มฤดูกาลในครึ่งหลังของปี (เช่น เดือนสิงหาคมหรือกันยายน) และแข่งขันตลอดสองปีปฏิทินไปจนถึงครึ่งปีแรกของปีถัดไป (เช่น เดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงในช่วงเดือนสิงหาคม และตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดในเดือนมกราคม

ระยะเวลาจะแตกต่างกันเมื่อลีกมีการแข่งขันตลอดทั้งปีปฏิทินเดียว เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพอากาศ รวมไปถึงเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ที่ติดข้อจำกัดทั้งด้านสภาพอากาศและการแข่งขันจากกีฬายอดนิยมอื่น ๆ ในท้องถิ่น (โดยเฉพาะ บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล) หรือเป็นฤดูดั้งเดิมในซีกโลกใต้ โดยทั่วไปตลาดซื้อขายครั้งแรกจะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 เมษายน ตามมาด้วยตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดตั้งแต่ 1 ถึง 31 สิงหาคม

ตลาดช่วงก่อนฤดูกาล ตลาดช่วงกลางฤดูกาล ประเทศ
5 มกราคม – 29 มีนาคม 15 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม ญี่ปุ่น[6]
7 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 10 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม สหรัฐและแคนาดา[7]
1 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 3 มกราคม – 31 มกราคม อิตาลี[8][9]
1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 1 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ฝรั่งเศส,[10] เยอรมนี,[11] สเปน[12]
17 พฤษภาคม – 9 สิงหาคม 1 มกราคม – 31 มกราคม อังกฤษ[13][14][15]
26 พฤศจิกายน – 19 กุมภาพันธ์ มิถุนายน ไทย

สโมสรในพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษได้โหวตให้สิ้นสุดตลาดซื้อขายในวันพฤหัสก่อนเริ่มฤดูกาลวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2018 แทนที่จะเป็นวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากฟีฟ่าต้องการให้ตลาดซื้อขายเปิด 12 สัปดาห์ โดยตลาดจะเปิดประมาณวันที่ 17 พฤษภาคมหลังจากเกมสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมจบลง โดยสโมสรสามารถขายผู้เล่นได้จนถึง 31 สิงหาคม แต่ไม่สามารถซื้อทดแทนหลังเส้นตายวันที่ 9 สิงหาคมได้

แม้ว่าในอังกฤษการโอนย้ายผู้เล่นระหว่างสโมสรในลีกเดียวกันอาจเกิดขึ้นทันทีที่การแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลได้เริ่มขึ้น แต่การโอนย้ายจะไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสัญญาของผู้เล่นหลายคนจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน การโอนย้ายผู้เล่นระหว่างประเทศไปสู่ลีกอังกฤษ (รวมถึงพรีเมียร์ลีก) ไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าตลาดจะเปิดในวันที่ 17 พฤษภาคม ในนอกตลาดซื้อขาย สโมสรอาจยังคงซื้อผู้เล่นได้ในกรณีฉุกเฉินหากไม่มีผู้รักษาประตู ข้อยกเว้นพิเศษจากหน่วยงานที่จัดการแข่งขันเช่นพรีเมียร์ลีกมีข้อจำกัดว่า ตลาดซื้อขายนักเตะไม่สามารถใช้กับสโมสรในเนชันนัลลีกหรือลีกต่ำกว่านั้นได้

หากวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เส้นตายสามารถขยายไปถึงวันจันทร์ถัดไปตามคำร้องขอของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยเหตุผลทางธุรกิจ[16] การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของกำหนดการเริ่มตั้งแต่ในฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2008 เมื่อขยายเส้นตายออกไป 24 ชั่วโมงในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนเวลาเที่ยงคืน[17][18] เส้นตายของประเทศอังกฤษได้ขยายไปถึงเวลา 5 โมงเย็นของวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2009 เนื่องจากวันหยุดธนาคารของเดือนสิงหาคม เช่นเดียวกับเยอรมันฟุตบอลลีกที่ประกาศขยายเส้นตายไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009[19]

สโมสรสามารถซื้อผู้เล่นไม่มีสังกัดเมื่อใดก็ได้ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน หากสโมสรก่อนหน้านั้นได้ปล่อยตัวผู้เล่นก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขาย[16] สโมสรสามารถขอซื้อผู้เล่นในกรณีฉุกเฉินได้ เช่น หากผู้รักษาประตูหลายคนบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน[16] นอกตลาดซื้อขายในอังกฤษเมื่อผ่านไปเจ็ดวันหลังตลาดซื้อขายสิ้นสุดลง สโมสรจากอิงกลิชฟุตบอลลีก (ระเบียบที่ 53.3.4)[20] และ (หากผู้เล่นไม่ได้ลงทะเบียนกับสโมสรจากลีกใด ๆ ที่ต่ำกว่าเนชันนัลลีก) เนชันนัลลีก[21] (ระเบียบที่ 6.6.4) สามารถยืมตัวผู้เล่น 1) ได้ในครึ่งแรกของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน และ 2) ในครึ่งสองของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนมีนาคม การยืมตัวผู้เล่นสามารถขยายข้อตกลงการยืมออกไปได้ตลอดเวลานอกตลาดการซื้อขาย[22]

วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เส้นตายของการซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer deadline day) และมักเป็นหนึ่งในวันที่คึกคักที่สุดของตลาดซื้อขายและสร้างความวุ่นวายในการโอนย้ายผู้เล่น เพราะจำนวนการโอนย้ายซึ่งกันและกันพึ่งพาอาศัยกันจะเสร็จสมบูรณ์คล้ายห่วงโซ่ที่อยู่อาศัย ซึ่งสร้างความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก

อ้างอิง[แก้]

  1. "Regulations on the Status and Transfer of Players (2008)" (PDF). FIFA. 19 October 2003. Archived from the original (PDF) on 13 September 2008. สืบค้นเมื่อ 23 January 2008.
  2. "Uefa wants transfer windows". BBC Sport. 24 January 2002. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  3. Ashdown, John; Smyth, Rob (1 February 2012). "Why does the Premier League have a January transfer window". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 12 April 2012.
  4. "Transfer clarification". Football Association. 1 April 2005. Archived from the original on 29 October 2007. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  5. "Regulations on the Status and Transfer of Players" (PDF). FIFA. p. 10. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  6. 2016シーズン追加登録期限について (in Japanese). Japan Professional Football League. 2017. สืบค้นเมื่อ 24 March 2017.
  7. "MLS Roster Rules and Regulations". 2018.
  8. "AL VIA DOMANI LA SESSIONE INVERNALE DEI TRASFERIMENTI". Lega Serie A. 2019. สืบค้นเมื่อ 4 January 2019. |language=Italian
  9. "Serie A to play on Boxing Day; transfer deadline to close before season starts". ESPN. 2018. สืบค้นเมื่อ 18 July 2018.
  10. "Titre II – Les joueurs" (PDF) (in French). UNFP. 2007. p. 25. Archived from the original (PDF) on 23 November 2008. สืบค้นเมื่อ 30 October 2008.
  11. "Spielordnung" (PDF) (in German). Deutscher Fußball-Bund. p. 27. Archived from the original (PDF) on 9 April 2011. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  12. "Liga de Fútbol Profesional,". Liga de Fútbol Profesional. Archived from the original on 6 June 2011. สืบค้นเมื่อ 5 January 2010.
  13. Duncker, Charlotte (1 February 2018). "When does the 2018 summer transfer window open?". manchestereveningnews.co.uk. สืบค้นเมื่อ 20 March 2018.
  14. "Worldwide transfer window calendar". FIFA. 2017. Archived from the original on 4 August 2017. สืบค้นเมื่อ 20 June 2017.
  15. "The FA Rules & Regs FAQs Transfer Windows". The Football Association. 29 January 2004. Archived from the original on 17 September 2012. สืบค้นเมื่อ 23 May 2009.
  16. 16.0 16.1 16.2 "Deadline day rules & regulations". BBC Sport. 1 September 2008. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  17. "Transfer deadline to be extended". BBC Sport. 18 August 2008. Archived from the original on 7 October 2008. สืบค้นเมื่อ 7 October 2008. 7 October 2008
  18. Gatward, Matt (19 August 2008). "Wenger urges fans to support Adebayor as striker seals new deal". The Independent. London.
  19. "Wechselperiode I endet erst am Montag" (in German). Bundesliga. 29 August 2008. สืบค้นเมื่อ 29 October 2008.
  20. League, The Football. "Section 6 - Players". สืบค้นเมื่อ 30 June 2016.
  21. http://footballconference.co.uk/uploads/docs/Rules.pdf
  22. "Section 6 - Players". The Football League. 11 August 2014. สืบค้นเมื่อ 3 February 2015.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]