ซันโดรีนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ซันโดรีนี / ซีรา
Σαντορίνη / Θήρα
Ia Santorini-2009-1.JPG
ทิวทัศน์ของซันโดรีนี
Emblem of Thira.svg
ตรา
ซันโดรีนี / ซีรา is located in ประเทศกรีซ
ซันโดรีนี / ซีรา
ซันโดรีนี / ซีรา
พิกัดภูมิศาสตร์: 36°25′N 25°26′E / 36.417°N 25.433°E / 36.417; 25.433พิกัดภูมิศาสตร์: 36°25′N 25°26′E / 36.417°N 25.433°E / 36.417; 25.433
ประเทศ  กรีซ
แคว้น อีเจียนใต้
หน่วยภูมิภาค ซีรา
พื้นที่
 • เทศบาล 90.69 ตร.กม. (35.02 ตร.ไมล์)
ประชากร (2011)[1]
 • Municipality 15,550
 • Municipality density 170 คน/ตร.กม. (440 คน/ตร.ไมล์)
 • Municipal unit 14,005
ชุมชุน[1]
 • ประชากร 1,857 (2011)
เขตเวลา EET (UTC+2)
 • ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
EEST (UTC+3)
รหัสไปรษณีย์ 847 00, 847 02
รหัสพื้นที่ 22860
ป้ายทะเบียนรถ EM
เว็บไซต์ www.thira.gr

ซันโดรีนี (กรีก: Σαντορίνη, Santorini, ออกเสียง: [sandoˈrini]) หรือ ซีรา (Θήρα, Thira, ออกเสียง: [ˈθira]) เป็นเมืองบนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน ประเทศกรีซ มีความสวยงามจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ว่าเป็นเกาะอันดับ 2 ของโลกที่พวกเขาอยากมา[2] ซึ่งมีสถานทีสำคัญเช่น ยอดเขาโปรฟีติสอีเลียส (Profitis Ilias) เป็นจุดชมความงดงามของเกาะซันโดรีนี เกาะมีความกว้างประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 567 เมตร

ประวัติศาสตร์ของเกาะนี้ ชาวฟินีเชียนอพยพเข้ามาที่เกาะนี้ราว 3,600 ปี ก่อนคริสตกาล หลังจากนั้นชาวลาโคเนียนก็เข้ามาปกครองเกาะนี้ กระทั่งถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์ไมนอส ผู้ปกครองแห่งเกาะครีตได้แผ่ขยายอิทธิพลด้านศิลปะและวัฒนธรรมจากอารยธรรมมิโนอันมายังธีรา แต่เกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้นในเกาะในช่วงฤดูร้อนช่วง 1,650 ปีก่อนคริสตกาล (นักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงเรื่องเวลาที่แน่นอนอยู่) ส่งผลให้เกาะธีราแตกออกเป็น 3 เกาะ กระแสลมยังพัดพาเถ้าภูเขาไฟไปไกลจนถึงเกาะต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียงและเกาะครีตที่อยู่ห่างไป 70 กิโลเมตร ไม่เพียงได้รับแรงระเบิดจากภูเขาไฟ ยังเกิดสึนามิที่มีความสูง 100-150 เมตร ถาโถมเข้าด้านเหนือของเกาะครีต ทำลายต้นไม้บ้านเรือน ทำให้เกาะทั้งเกาะจมทะเลในชั่วข้ามคืน ส่งผลให้อารยธรรมมิโนอันเป็นอันล่มสลาย และเชื่อกันว่าความหายนะของเกาะครีตและหมู่เกาะไซคลาดิสเป็นแรงบันดาลใจให้เพลโต เขียนตำนานเรื่องแอตแลนติส และนำไปสู่การบันทึกถึงเรื่องราวเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ของศาสนายูดาย คริสต์ และอิสลาม

ทั้งนี้นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสเป็นผู้เริ่มตามรอยอารยธรรมอันสาบสูญ โดยในปี ค.ศ. 1860 ได้ขุดค้นบริเวณที่ถูกเถ้าถ่านและลาวาทับถม พบอาคารบ้านเรือน วิหารเทพเจ้า หลุมฝังศพในหุบเขา โรงละคร และข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของยุคสำริด

อ้างอิง[แก้]