ชิเบนีก
ชิเบนีก | |
|---|---|
| Grad Šibenik นครชิเบนีก | |
ทิวทัศน์เมืองชิเบนีกจากป้อมบาโรเน ช่องแคบนักบุญอันโทนีและจุดชมทัศนียภาพ | |
| พิกัด: 43°44′03″N 15°53′40″E / 43.73417°N 15.89444°E | |
| ประเทศ | ประเทศโครเอเชีย |
| ภูมิภาค | ดัลเมเชีย |
| เทศมณฑล | เทศมณฑลชิเบนีก-กนีน |
| การปกครอง | |
| • ประเภท | นายกเทศมนตรี–สภา |
| • นายกเทศมนตรี | เชลย์กอ บูริช[1] (HDZ) |
| พื้นที่ | |
| 399.5 ตร.กม. (154.2 ตร.ไมล์) | |
| • เขตเมือง | 44.1 ตร.กม. (17.0 ตร.ไมล์) |
| ความสูง | 0 เมตร (0 ฟุต) |
| ประชากร (2021) | |
| 42,599[2] คน | |
| • เขตเมือง | 31,115[2] คน |
| เขตเวลา | UTC+1 (CET) |
| • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | UTC+2 (CEST) |
| รหัสไปรษณีย์ | HR-22 000 |
| รหัสพื้นที่ | +385 22 |
| รหัสทะเบียนรถ | ŠI |
| ภูมิอากาศ | Csa |
| แหล่งมรดกโลก | อาสนวิหารนักบุญยากอบ (ค.ศ. 2000) ป้อมนักบุญนิโคลัส (ค.ศ. 2017) |
| เว็บไซต์ | www |
ชิเบนีก (โครเอเชีย: Šibenik; อิตาลี: Sebenico; ละติน: Sebenicum) เป็นเมืองประวัติศาสตร์ริมทะเลเอเดรียติกในประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ในดัลเมเชียตอนกลาง บริเวณอ่าวชิเบนีกและปากแม่น้ำเคอร์คา เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการปกครอง วัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ และการคมนาคมของเทศมณฑลชิเบนีก-กนีน มีประชากรทั้งเขตเมือง 42,599 คน และในเขตชุมชนเมืองหลัก 31,115 คนตามสำมะโน ค.ศ. 2021[2]
ชิเบนีกมีความสำคัญเป็นพิเศษในประวัติศาสตร์โครเอเชีย เพราะเป็นหนึ่งในเมืองชายฝั่งเอเดรียติกที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งเติบโตจากฐานรากของชาวโครแอตเอง ไม่ใช่เมืองที่สืบต่อโดยตรงจากนิคมกรีก อิลิเรีย หรือโรมันแบบเมืองชายฝั่งดัลเมเชียหลายแห่ง เมืองนี้ได้รับการกล่าวถึงครั้งแรกในเอกสารของพระเจ้าเปตาร์ เครชิมีร์ที่ 4 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1066 จึงมักเรียกว่า “นครของเครชิมีร์” (Krešimirov grad)[3]
จุดเด่นที่สุดของชิเบนีกคืออาสนวิหารนักบุญยากอบ ซึ่งเป็นผลงานสถาปัตยกรรมสำคัญของคริสต์ศตวรรษที่ 15–16 ในโครเอเชีย และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกใน ค.ศ. 2000 ส่วนป้อมนักบุญนิโคลัสที่ปากช่องแคบนักบุญอันโทนีได้รับขึ้นทะเบียนร่วมกับระบบป้อมปราการเวนิสใน ค.ศ. 2017 ทำให้ชิเบนีกเป็นหนึ่งในเมืองชายฝั่งโครเอเชียที่มีมรดกโลกเกี่ยวข้องถึงสองแห่ง[4][5]
ชื่อ
[แก้]ชื่อภาษาโครเอเชียของเมืองคือ Šibenik ส่วนชื่อภาษาอิตาลีที่ใช้ในเอกสารประวัติศาสตร์คือ Sebenico และชื่อภาษาละตินคือ Sebenicum ที่มาของชื่อเมืองมีคำอธิบายหลายแนวทาง แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ยอมรับอย่างเด็ดขาด นักมนุษยนิยมชาวดัลเมเชีย ยูราย ชิชกอริช เคยอธิบายว่าชื่อเมืองอาจเกี่ยวกับคำว่า šibe ซึ่งหมายถึงกิ่งไม้หรือไม้เรียว เพราะชุมชนดั้งเดิมอาจถูกล้อมด้วยรั้วไม้หรือพุ่มไม้ อีกแนวทางหนึ่งเชื่อมชื่อเมืองกับภูมิประเทศหรือพืชพรรณในบริเวณเนินที่เป็นจุดกำเนิดเมือง[6]
ภูมิศาสตร์
[แก้]
ชิเบนีกตั้งอยู่บริเวณอ่าวชิเบนีกบนชายฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก ในดัลเมเชียตอนกลาง ระหว่างพื้นที่ชายฝั่งซาดาร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือกับพื้นที่ชายฝั่งสปลิตทางตะวันออกเฉียงใต้ เมืองตั้งอยู่ในเอสทัวรีของแม่น้ำเคอร์คา ซึ่งไหลลงสู่อ่าวก่อนออกสู่ทะเลผ่านช่องแคบนักบุญอันโทนี ความยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร ที่ตั้งดังกล่าวทำให้ชิเบนีกมีท่าเรือธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครองอย่างดีและมีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคกลาง[7]
ลักษณะภูมิประเทศของชิเบนีกแตกต่างจากเมืองชายฝั่งดัลเมเชียหลายแห่ง เมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดและเนินเขา รอบอ่าวที่ถูกกั้นจากทะเลเปิดด้วยเกาะและช่องแคบ แหล่งข้อมูลโครเอเชียแบ่งภูมิประเทศของเขตชิเบนีกออกเป็นสามส่วนใหญ่ คือหมู่เกาะ ชายฝั่ง และซาโกรา หรือพื้นที่หลังชายฝั่ง ภูมิประเทศมีแนวสันเขาและแอ่งยาวตามแนวเทือกเขาไดนาริก พื้นที่เกษตรกรรมมีจำกัดเมื่อเทียบกับพื้นที่หินปูนและคาร์สต์ แต่บริเวณที่เหมาะสมยังใช้ปลูกมะกอก องุ่น และพืชเมดิเตอร์เรเนียนอื่น ๆ[7]
ใกล้เมืองมีแหล่งธรรมชาติสำคัญสองแห่งคืออุทยานแห่งชาติเคอร์คาทางตอนใน และอุทยานแห่งชาติคอร์นาตีในหมู่เกาะนอกชายฝั่ง ทำให้ชิเบนีกมีบทบาทเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการท่องเที่ยวทั้งเมืองเก่า ชายฝั่ง เกาะ และภูมิประเทศแม่น้ำเคอร์คา
ภูมิอากาศ
[แก้]ชิเบนีกมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนอบอุ่นถึงร้อนและค่อนข้างแห้ง ส่วนฤดูหนาวค่อนข้างอ่อนและมีฝนมากกว่า อิทธิพลจากทะเลเอเดรียติกช่วยลดความร้อนจัดในฤดูร้อน โดยเฉพาะลมมาเอสตรัลที่พัดจากทะเลสู่ฝั่ง ส่วนลมสำคัญของภูมิภาคคือ บูรา และชิรอกโก แหล่งข้อมูลโครเอเชียระบุว่าพื้นที่ชายฝั่งชิเบนีกมีแสงแดดเฉลี่ยรายปีสูงมาก และปริมาณฝนรวมเฉลี่ยประมาณ 800 มิลลิเมตรต่อปี โดยฝนตกมากในฤดูหนาวและน้อยในฤดูร้อน[8]
ประวัติศาสตร์
[แก้]การก่อรูปในยุคกลางตอนต้น
[แก้]
บริเวณรอบชิเบนีกมีร่องรอยการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุคโบราณ แต่ตัวเมืองชิเบนีกเอง ไม่ได้สืบต่อโดยตรงจากนิคมโรมันแบบเมืองดัลเมเชียหลายแห่ง แหล่งข้อมูลโครเอเชียและอังกฤษระบุว่าเมืองน่าจะก่อตัวขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 สมัยเจ้าชายโดมากอย โดยเริ่มจากป้อมหรือ castrum บนเนินสูงประมาณ 70 เมตรเหนือระดับทะเล บริเวณที่ปัจจุบันคือป้อมนักบุญมีคาแอล เมืองค่อย ๆ ขยายลงสู่ชานเมืองและย่านโดลัตส์ ก่อนพัฒนาเป็นแกนเมืองยุคกลาง[9]
ชิเบนีกได้รับการกล่าวถึงครั้งแรกในเอกสารลงวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1066 เมื่อพระเจ้าเปตาร์ เครชิมีร์ที่ 4 แห่งโครเอเชียทรงออกเอกสารพระราชทานสิทธิแก่สำนักแม่ชีเบเนดิกตินนักบุญมารีย์ในซาดาร์ ขณะประทับอยู่ที่ชิเบนีก ความสัมพันธ์กับกษัตริย์พระองค์นี้ทำให้เมืองได้รับฉายาว่า “นครของเครชิมีร์”[3] หลังการสิ้นสุดราชวงศ์ท้องถิ่นของโครเอเชีย ชิเบนีกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันอำนาจของเวนิส จักรวรรดิไบแซนไทน์ และราชอาณาจักรฮังการี ใน ค.ศ. 1167 เมืองได้รับสถานะเมืองและสิทธิเลือกผู้ปกครองท้องถิ่น ต่อมาใน ค.ศ. 1298 สมเด็จพระสันตะปาปาโบนิฟาซที่ 8 ตั้งสังฆมณฑลชิเบนีก ทำให้ชิเบนีกมีสถานะทางศาสนาและเมืองสมบูรณ์มากขึ้นเมื่อเทียบกับเมืองดัลเมเชียอื่น[9]
ภายใต้สาธารณรัฐเวนิส
[แก้]

ใน ค.ศ. 1409 ลาดิสลอสแห่งเนเปิลส์ขายสิทธิในดัลเมเชียให้สาธารณรัฐเวนิส ชาวชิเบนีกต่อต้านการยอมอยู่ใต้อำนาจเวนิสและยืนหยัดต่อการล้อมอยู่นานราวสามปี ก่อนจะยอมรับอำนาจเวนิสในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1412[10] สมัยเวนิสกินเวลาราวสี่ศตวรรษและเป็นช่วงที่กำหนดรูปร่างเมืองเก่าของชิเบนีกอย่างมาก เวนิสจำกัดอำนาจปกครองตนเองบางส่วน แต่เมืองยังคงมีบทบาทเป็นท่าเรือ ศูนย์กลางการค้าเกลือ และจุดยุทธศาสตร์บนชายฝั่งเอเดรียติก เมื่อจักรวรรดิออตโตมันขยายเข้าสู่บอลข่าน ชิเบนีกกลายเป็นเมืองชายแดนสำคัญของเวนิส เมืองไม่เคยถูกออตโตมันยึดได้ แม้ถูกคุกคามและโจมตีหลายครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 16–17[11] ความสำคัญทางทหารดังกล่าวทำให้เมืองสร้างและปรับปรุงระบบป้อมปราการหลายแห่ง เช่น ป้อมนักบุญนิโคลัสที่ควบคุมทางเข้าอ่าวจากทะเล ป้อมนักบุญมีคาแอลบนเนินกำเนิดเมือง ป้อมนักบุญยอห์น และป้อมบาโรเน ทั้งหมดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ช่องแคบ ท่าเรือ และการป้องกันภัยจากทะเลกับแผ่นดินด้านหลัง
สมัยฮับส์บูร์กและนโปเลียน
[แก้]เมื่อสาธารณรัฐเวนิสล่มสลายใน ค.ศ. 1797 ชิเบนีกตกอยู่ใต้ราชวงศ์ฮับส์บูร์กตามสนธิสัญญากัมโปฟอร์มิโอ ต่อมาในช่วงสงครามนโปเลียน เมืองถูกกองทัพฝรั่งเศสยึดใน ค.ศ. 1806 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิฝรั่งเศสและแคว้นอิลลีเรียช่วงสั้น ๆ ฝ่ายปกครองฝรั่งเศสพยายามปรับปรุงถนน การศึกษา สาธารณสุข และระบบราชการของดัลเมเชีย ก่อนที่ออสเตรียจะกลับเข้ายึดครองเมืองในปลาย ค.ศ. 1813[12]
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชิเบนีกพัฒนาช้าเมื่อเทียบกับเมืองท่าสำคัญบางแห่ง แต่ยังคงเป็นศูนย์กลางท้องถิ่นของดัลเมเชียตอนกลาง แหล่งข้อมูลฮังการีระบุว่าเมืองเริ่มมีแรงขับเคลื่อนการพัฒนาใหม่ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เช่น การตั้งโรงพยาบาลใน ค.ศ. 1883 และการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่แม่น้ำเคอร์คาใน ค.ศ. 1895 ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของความทันสมัยในเมือง[13]
คริสต์ศตวรรษที่ 20
[แก้]
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชิเบนีกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสลาฟใต้ใหม่ ซึ่งต่อมาคือราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย ทางรถไฟลิกาเปิดใน ค.ศ. 1925 ทำให้เมืองเชื่อมต่อกับพื้นที่ตอนในได้ดีขึ้น ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองถูกยึดครองโดยกองกำลังอิตาลีและเยอรมนีตามลำดับ ก่อนถูกปลดปล่อยโดยกองกำลังพาร์ติซานยูโกสลาฟเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944 หลังการสู้รบหลายวัน[13] หลังสงคราม ชิเบนีกเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐสังคมนิยมโครเอเชียในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เมืองเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งของชายฝั่งโครเอเชีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลหะเบาและโรงงานในเครือ TLM แต่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทำให้บทบาทอุตสาหกรรมบางส่วนลดลง[14]
สงครามประกาศอิสรภาพโครเอเชียและยุคปัจจุบัน
[แก้]ระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพโครเอเชีย ชิเบนีกเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของชายฝั่งดัลเมเชีย ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1991 เมืองถูกโจมตีโดยกองทัพประชาชนยูโกสลาฟ แต่กองกำลังโครเอเชียและประชาชนในพื้นที่สามารถป้องกันเมืองได้ในเหตุการณ์ที่มักเรียกว่า “ยุทธการชิเบนีก” หรือ “การรบเดือนกันยายน” หลังจากนั้นเมืองยังถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่หลายครั้งจนสงครามสิ้นสุดลงในกลางคริสต์ทศวรรษ 1990[13] ในยุคปัจจุบัน ชิเบนีกหันมาเน้นบทบาทด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม มรดกเมืองเก่า การจัดเทศกาล และการใช้ป้อมปราการเก่าเป็นพื้นที่แสดงดนตรีและกิจกรรมสาธารณะ เมืองมีภาพจำทั้งในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ของชาวโครแอต เมืองมรดกโลก และประตูสู่ธรรมชาติของแม่น้ำเคอร์คากับหมู่เกาะคอร์นาตี
ประชากร
[แก้]จากข้อมูลสำมะโน ค.ศ. 2021 เขตการปกครองเมืองชิเบนีกมีประชากร 42,599 คน ขณะที่ชุมชนเมืองหลักมีประชากร 31,115 คน[2] จำนวนประชากรของเมืองเคยเพิ่มขึ้นอย่างมากในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากการพัฒนาอุตสาหกรรมและท่าเรือ โดยเฉพาะช่วงยูโกสลาเวีย แต่ลดลงหลังสงครามและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจหลัง ค.ศ. 1991 ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวโครแอต เมืองยังมีมรดกของการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมดัลเมเชียหลายภาษาในอดีต ทั้งภาษาโครเอเชีย ภาษาอิตาลี และภาษาเวนิสถิ่นในบริบทประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดี ภาษาโครเอเชียเป็นภาษาหลักของเมืองในปัจจุบัน
เศรษฐกิจ
[แก้]ชิเบนีกเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของเทศมณฑลชิเบนีก-กนีน ในอดีตเศรษฐกิจเมืองเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมเมดิเตอร์เรเนียน การค้า หัตถกรรม ท่าเรือ และต่อมาคืออุตสาหกรรม แหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์เศรษฐกิจระบุว่าในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ชิเบนีกมีความสำคัญในด้านการค้า หัตถกรรม และอุตสาหกรรมของดัลเมเชียตอนใต้ อีกทั้งเป็นท่าออกสินค้าป่าไม้และแร่จากพื้นที่ตอนใน[14] ในสมัยยูโกสลาเวีย เมืองเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะโรงงาน TEF และ TLM รวมทั้งท่าเรือชิเบนีกซึ่งเคยอยู่ในกลุ่มท่าเรือสำคัญของยูโกสลาเวีย ต่อมาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมลดบทบาทลงหลังสงครามและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจตลาด ปัจจุบันการท่องเที่ยว วัฒนธรรม บริการ การเดินเรือ และธุรกิจที่เกี่ยวกับชายฝั่งมีความสำคัญมากขึ้น
ท่าเรือชิเบนีก
[แก้]ท่าเรือชิเบนีกเป็นท่าเรือธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มกันอย่างดีจากอ่าวและช่องแคบทางเข้า ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเคอร์คา เรือเข้าสู่อ่าวผ่านช่องแคบนักบุญอันโทนี ซึ่งเป็นเส้นทางแคบที่ควบคุมได้ง่ายทางยุทธศาสตร์ แหล่งข้อมูลท่าเรือระบุว่าทางเข้าท่าเรือรองรับเรือขนาดใหญ่ และบริเวณท่าเรือมีความลึกเหมาะแก่การเดินเรือพาณิชย์[15]
การคมนาคม
[แก้]
ชิเบนีกเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญของโครเอเชียผ่านถนนเลียบชายฝั่งและทางหลวงสายหลักในดัลเมเชีย เมืองตั้งอยู่ระหว่างซาดาร์กับสปลิต จึงมีบทบาทเป็นจุดพักและจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางในดัลเมเชียตอนกลาง ถนนและเส้นทางผ่านพื้นที่หลังชายฝั่งเชื่อมเมืองกับคนีน ดรนิช และพื้นที่ตอนในของโครเอเชีย
ทางรถไฟชิเบนีกเชื่อมกับเครือข่ายรถไฟโครเอเชียผ่านเส้นทางไปยังเปร์กอวิชและเส้นทางลิกา ซึ่งมีความสำคัญมาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมืองไม่มีสนามบินของตนเอง แต่สามารถเดินทางผ่านสนามบินสปลิตและสนามบินซาดาร์ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนการคมนาคมทางทะเลเชื่อมชิเบนีกกับหมู่เกาะใกล้เคียงในหมู่เกาะชิเบนีก
สถาปัตยกรรมและสถานที่สำคัญ
[แก้]อาสนวิหารนักบุญยากอบ
[แก้]อาสนวิหารนักบุญยากอบเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญที่สุดของชิเบนีกและหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมยุคปลายกอทิก–เรอเนซองส์ที่โดดเด่นที่สุดของโครเอเชีย การก่อสร้างเริ่มใน ค.ศ. 1431 และดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง ค.ศ. 1536 โดยมีสถาปนิกและประติมากรสำคัญ เช่น ยูราย ดัลมาตินัตส์ และนิโกลา ฟีเรนตินัตส์ มีบทบาทในการออกแบบและก่อสร้าง[4]
ความพิเศษของอาสนวิหารคือการก่อสร้างด้วยหินทั้งหมด โดยไม่ใช้ไม้หรือปูนเชื่อมเป็นแกนโครงสร้างหลัก ใช้ชิ้นส่วนหินสำเร็จรูปประกอบเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ องค์ประกอบเด่น ได้แก่ โดมหินขนาดใหญ่ แผงศีรษะมนุษย์แกะสลัก 71 ศีรษะรอบแอปส์ด้านนอก และห้องบัพติศมาที่ตกแต่งอย่างละเอียด ยูเนสโกขึ้นทะเบียนอาสนวิหารนี้เป็นมรดกโลกใน ค.ศ. 2000 ตามเกณฑ์วัฒนธรรม i, ii และ iv[4]
เมืองเก่าและคอร์โซ
[แก้]เมืองเก่าชิเบนีกประกอบด้วยตรอกหินแคบ จัตุรัส อาคารศาสนา วังขุนนาง และบ้านเรือนที่ไต่ระดับตามเนินเขาไปยังป้อมนักบุญมีคาแอล เมืองมีบันไดจำนวนมากและรูปผังที่สะท้อนการเติบโตบนภูมิประเทศลาดชัน แหล่งข้อมูลอังกฤษระบุว่าชิเบนีกมีโบสถ์ 24 แห่ง อาราม 6 แห่ง ป้อม 4 แห่ง และขั้นบันไดเมือง 2,851 ขั้น ซึ่งทำให้เมืองมีลักษณะเฉพาะต่างจากเมืองชายฝั่งที่สร้างบนที่ราบมากกว่า[16]
สถานที่สำคัญในเมืองเก่า ได้แก่ ศาลาว่าการเมืองเก่า วังบิชอป อารามนักบุญฟรานซิส โบสถ์นักบุญยอห์น โบสถ์นักบุญลอว์เรนซ์ และย่านโดลัตส์ริมทะเล เมืองเก่าชิเบนีกจึงเหมาะแก่การอ่านในฐานะ “เมืองหิน” ที่ถูกหล่อหลอมพร้อมกันจากศาสนา การค้า ป้อมปราการ และภูมิประเทศชายฝั่ง
ระบบป้อมปราการ
[แก้]

ชิเบนีกมีระบบป้อมปราการสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ ป้อมนักบุญมีคาแอล ป้อมนักบุญยอห์น ป้อมบาโรเน และป้อมนักบุญนิโคลัส ป้อมเหล่านี้เกิดจากความจำเป็นในการป้องกันเมืองที่ตั้งอยู่ทั้งบนเส้นทางทะเลและใกล้แนวรุกของออตโตมันจากแผ่นดินด้านใน[17]
ป้อมนักบุญมีคาแอลเป็นป้อมเก่าแก่ที่สุดและสัมพันธ์กับจุดกำเนิดของเมืองบนเนินสูงเหนืออ่าว ปัจจุบันได้รับปรับใช้เป็นสถานที่แสดงกลางแจ้ง ส่วนป้อมนักบุญยอห์นและป้อมบาโรเนสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ช่วงสงครามระหว่างเวนิสกับออตโตมัน โดยชาวเมืองมีบทบาทสำคัญในการสร้างและป้องกันเมืองจากการโจมตีครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1647[18]
ป้อมนักบุญนิโคลัสตั้งอยู่บนเกาะลยูเลวัตส์ที่ทางเข้าช่องแคบนักบุญอันโทนี สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 เพื่อป้องกันการโจมตีทางทะเลจากออตโตมัน เนื่องจากช่องแคบนี้เป็นทางเข้าสำคัญสู่อ่าวชิเบนีก ป้อมจึงควบคุมการเดินเรือทั้งหมดสู่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยูเนสโกขึ้นทะเบียนป้อมนี้ใน ค.ศ. 2017 เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก “งานป้องกันของเวนิสระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง 17”[5]
มรดกธรรมชาติใกล้เมือง
[แก้]แม้ชิเบนีกเป็นเมืองประวัติศาสตร์ แต่ความน่าสนใจของเมืองไม่ได้จำกัดอยู่ในกำแพงเมืองเก่าเท่านั้น เมืองเป็นทางเข้าสู่ภูมิทัศน์ธรรมชาติสำคัญสองแบบ คือแม่น้ำและน้ำตกของอุทยานแห่งชาติเคอร์คาทางตอนใน กับหมู่เกาะหินปูนของอุทยานแห่งชาติคอร์นาตีในทะเลเอเดรียติก นอกจากนี้ยังมีช่องแคบนักบุญอันโทนี จุดชมทัศนียภาพ และชายหาดจาดรียา ซึ่งช่วยให้ชิเบนีกเป็นเมืองที่รวมเมืองเก่า ท่าเรือ ป้อมปราการ และธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียวกัน
วัฒนธรรม
[แก้]ชิเบนีกมีชีวิตวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ดัลเมเชีย ประเพณีเอเดรียติก และสถาปัตยกรรมหินของเมืองเก่า เมืองมีเทศกาลและกิจกรรมจำนวนมากในฤดูร้อน โดยเฉพาะการแสดงดนตรีในป้อมเก่าที่ได้รับการปรับใช้เป็นเวทีกลางแจ้ง
งานวัฒนธรรมสำคัญที่สุดงานหนึ่งคือเทศกาลเด็กนานาชาติชิเบนีก ซึ่งทำให้เมืองมีชื่อเสียงด้านศิลปะการแสดงสำหรับเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ยังมีเทศกาลดนตรีและงานเพลงดัลเมเชีย เช่น Večeri Dalmatinske Šansone หรือ “ค่ำคืนช็องซงดัลเมเชีย” ซึ่งจัดช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม[19]
ชิเบนีกยังเป็นบ้านเกิดหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของวัฒนธรรมและกีฬาโครเอเชีย เช่น ดราเชน เปโตรวิช นักบาสเกตบอลระดับตำนานของยุโรป, ฟาอุสต์ วรันชิช นักประดิษฐ์และนักมนุษยนิยม และมีโช โควัช นักร้องยอดนิยมชาวโครเอเชีย
การศึกษาและกีฬา
[แก้]เมืองมีโรงเรียนประถมและมัธยมหลายแห่ง รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยและการศึกษาระดับวิชาชีพของภูมิภาค บทบาททางการศึกษาของเมืองสัมพันธ์กับฐานะศูนย์กลางเทศมณฑลและศูนย์กลางวัฒนธรรมของดัลเมเชียตอนกลาง
ด้านกีฬา ชิเบนีกเป็นที่รู้จักมากจากบาสเกตบอล โดยเฉพาะดราเชน เปโตรวิชซึ่งเกิดในเมืองนี้ สโมสรฟุตบอลหลักของเมืองคือ HNK Šibenik ส่วนกีฬาทางน้ำ เช่น โปโลน้ำ และกีฬากลางแจ้งรอบภูมิประเทศชายฝั่งกับภูเขาก็มีบทบาทในชีวิตเมืองของชิเบนีกเช่นกัน
บุคคลสำคัญ
[แก้]- ดราเชน เปโตรวิช – นักบาสเกตบอลชาวโครเอเชีย
- ฟาอุสต์ วรันชิช – นักประดิษฐ์ นักภาษาศาสตร์ และนักมนุษยนิยม
- ยูราย ดัลมาตินัตส์ – สถาปนิกและประติมากร ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างอาสนวิหารนักบุญยากอบ
- มีโช โควัช – นักร้องชาวโครเอเชีย
- อาร์แซน เดดิช – นักร้อง นักแต่งเพลง และกวี
ระเบียงภาพ
[แก้]- ทิวทัศน์เมืองชิเบนีกจากป้อมบาโรเน
- อาสนวิหารนักบุญยากอบ
- ป้อมนักบุญมีคาแอล
- ป้อมนักบุญนิโคลัส
- ป้อมนักบุญยอห์น
- ช่องแคบนักบุญอันโทนี
- ท่าเรือชิเบนีก
- ย่านเมืองเก่าและแนวเนินเมือง
- อาสนวิหารในภาพวาดของรูดอล์ฟ ฟ็อน อัลท์
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Gradonačelnik Grada Šibenika". Službene stranice Grada Šibenika. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 พฤษภาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 4 "Naselja i stanovništvo Republike Hrvatske 1857.–2021". Croatian Bureau of Statistics. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.[ลิงก์เสียถาวร]
- 1 2 Foster, Jane (2004). Footprint Croatia (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Footprint Handbooks. น. 218. ISBN 1-903471-79-6. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "The Cathedral of St James in Šibenik". UNESCO World Heritage Centre. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "Venetian Works of Defence between the 16th and 17th Centuries: Stato da Terra – Western Stato da Mar". UNESCO World Heritage Centre. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Lipovec, Janko. "O podrijetlu toponima Šibenik" (ภาษาโครเอเชีย). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 25 เมษายน 2018. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 Friganović, Mladen (1976). "Geografske osnove položaja i razvoja Šibenika". Šibenik-spomen zbornik o 900. obljetnici. Muzej grada Šibenika. น. 13–17.
- ↑ "Srednje mjesečne vrijednosti klimatoloških elemenata". Državni hidrometeorološki zavod. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "Šibenik". Hrvatska enciklopedija. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Grubišić, Slavo (1976). "Šibenik i Venecija 1409–1412. godine". Šibenik-spomen zbornik o 900. obljetnici. Muzej grada Šibenika. น. 121–132.
- ↑ Oliver, Jeanne (2007). Croatia (พิมพ์ครั้งที่ 4th). Lonely Planet. น. 182. ISBN 1-74104-475-8. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Čulinović, Ferdo (1976). "Šibenik from the fall of Venice to the collapse of the French government (1797–1813)". Šibenik-spomen zbornik o 900. obljetnici. Muzej grada Šibenika. น. 289–315.
- 1 2 3 "Šibenik" (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 Blažević, Milivoj (2009). "Šibensko gospodarstvo od sredine 19. stoljeća do 1921. godine". Radovi Zavoda za povijesne znanosti HAZU u Zadru. 51: 203–218. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Basic Information". Port Authority Šibenik. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 มิถุนายน 2018. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Šibenik" (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Šibenske tvrđave". Dalmatia Šibenik. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Četiri šibenske ljepotice: zaronite u prošlost i upoznajte grad kroz priče impresivnih tvrđava". Putni kofer. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Dalmatian Chanson Evenings". Šibenik Tourist Board. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 มกราคม 2021. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026.
บรรณานุกรม
[แก้]- Grubišić, Slavo (1974). Šibenik kroz stoljeća. Šibenik: Muzej grada Šibenika.
- Šibenik-spomen zbornik o 900. obljetnici. Šibenik: Muzej grada Šibenika. 1976.
- Foster, Jane (2004). Footprint Croatia (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Footprint Handbooks. ISBN 1-903471-79-6.
- Oliver, Jeanne (2007). Croatia (พิมพ์ครั้งที่ 4th). Lonely Planet. ISBN 1-74104-475-8.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Šibenik
- เว็บไซต์ทางการของนครชิเบนีก
- เว็บไซต์การท่องเที่ยวชิเบนีก
- อาสนวิหารนักบุญยากอบ ที่ UNESCO World Heritage Centre
- ป้อมนักบุญนิโคลัสในระบบป้อมปราการเวนิส ที่ UNESCO World Heritage Centre