ชาวหมู่เกาะโองาซาวาระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาวหมู่เกาะโองาซาวาระ
Oubeikei-Tomin in the first half of the 20th century 02.jpg
คนจากตระกูลเซโวรีช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ
หมู่เกาะโองาซาวาระ, สหรัฐ
ภาษา
อังกฤษแบบโบนิน, ญี่ปุ่น, อังกฤษแบบอเมริกัน
ศาสนา
คริสต์, พุทธ
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ออสโตรนีเชีย, อเมริกันผิวขาว, ยุโรป และฮาวายพื้นเมือง

ชาวหมู่เกาะโองาซาวาระ (อังกฤษ: Ogasawara Islanders) หรือ ชาวหมู่เกาะโบนิน (Bonin Islanders) ในญี่ปุ่นเรียก โอเบเก (ญี่ปุ่น: 欧米系โรมาจิŌbeikei "ชาวตะวันตก")[1] เป็นชนพื้นเมืองเชื้อสายยูโรนีเชียในประเทศญี่ปุ่น พวกเขามีวัฒนธรรมและเชื้อสายที่ต่างไปจากชาวยามาโตะ รีวกีว และไอนุ เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้สืบสันดานจากชาวยุโรป ชาวอเมริกันผิวขาว ชาวพอลินีเชีย และชาวคานักยุคใหม่ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะฮาฮาจิมะ และเกาะชิจิจิมะช่วงศตวรรษที่ 18

ประวัติ[แก้]

มีบันทึกการตั้งถิ่นฐานบนหมู่เกาะโองาซาวาระครั้งแรกใน ค.ศ. 1830 โดยนาทาเนียล เซโวรี (Nathaniel Savory) ชาวอเมริกันผิวขาวจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ตั้งถิ่นฐานบนเกาะชิจิจิมะ เข้ามาพร้อมกับมัตเตโอ มัซซาโร (Matteo Mazzaro) ผู้ปกครองเกาะชาวอิตาลี, จอห์น มิลเลนแคมป์ (John Millencamp) ชาวอเมริกัน, เฮนรี เว็บ (Henry Webb) และชาลส์ โรบินสัน (Charles Robinson) ชาวสหราชอาณาจักร และโจอาคิม กอนซาเลส (Joaquim Gonsales) ชาวโปรตุเกส รวมทั้งชาวฮาวายพื้นเมืองที่ไม่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนามแบ่งเป็นเพศชาย 7 คน และหญิง 13 คน[2] แม้นายเซโวรีเป็นชาวอเมริกันแต่กองทัพสหราชอาณาจักรให้เขาเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานชาวสหราชอาณาจักร[3] หลังนายมัซซาโรเสียชีวิต นายเซโวรีจึงปกครองเกาะต่อมา[4] ชนเหล่านี้ได้แต่งงานข้ามชาติพันธุ์จนกลายเป็นประชากรลูกผสมสืบมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาประเทศญี่ปุ่นทำการอ้างสิทธิเหนือดินแดนนี้เมื่อ ค.ศ. 1876 ชาวหมู่เกาะจึงได้รับสัญชาติญี่ปุ่นโดยอัตโนมัติ และหลังจากนั้นก็มีการอพยพของผู้คนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามา

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเรือสหรัฐเข้าควบคุมหมู่เกาะโองาซาวาระและทำการขับไล่ราษฎรออก ยกเว้นชาวเกาะพื้นเมืองดั้งเดิม กับผู้ที่เกี่ยวดองกับทหารสหรัฐจากการแต่งงาน[5] และอนุญาตให้ชาวอเมริกันผิวขาว ชาวยุโรป ชาวไมโครนีเชีย และชาวพอลินีเชียที่เคยอาศัยบนเกาะตั้งแต่ยุคก่อนสงครามกลับมาอาศัยบนเกาะได้[6] เมื่อหมู่เกาะโองาซาวาระกลับคืนสู่การปกครองของประเทศญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ. 1968 ชาวเกาะได้รับสัญชาติญี่ปุ่น รวมทั้งอนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นจากแผ่นดินใหญ่กลับเข้าไปตั้งถิ่นฐานบนเกาะดังเดิม

จากการที่มีชาวอเมริกัน ยุโรป และชาวเกาะแปซิฟิกอื่น ๆ อาศัยอยู่มากกว่าชาวญี่ปุ่น ทำให้เกิดภาษาอังกฤษผสมแก้ขัดที่เรียกว่าภาษาอังกฤษแบบโบนิน ปรากฏครั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา[7] อันเกิดจากการผสมกันระหว่างภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นทำให้เกิดภาษาผสมที่แปลกหู[8]

ปัจจุบันชาวหมู่เกาะโองาซาวาระ มีนามสกุลอยู่ 5 นามสกุล ได้แก่ เซโวรี (Savory; เซโบริ ในภาษาญี่ปุ่น),[9] โรบินสัน (Robinson), วอชิงตัน (Washington), จิลลีย์ (Gilley)[10][11] และกอนซาเลซ (Gonzalez)[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Reflections on Ogasawara: Remote Islands with American and Japanese Identities". nippon.com (ภาษาอังกฤษ). 2018-06-25. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.
  2. Notes on the Bonin Islands, Michael Quin, Journal of the Royal Geographical Society of London, Vol. 26, (1856), pp. 232–235, Blackwell Publishing on behalf of The Royal Geographical Society (with the Institute of British Geographers)
  3. "Chichi Navy Brochure". members.tripod.com. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.
  4. Meader, A. E. "Notes on the Life of Nathaniel Savory"
  5. J. Bradshaw, "Review of English on the Bonin (Ogasawara) Islands",Language Documentation and Conservation v2, n1 (June 2008), pp. 176–8
  6. Trumbull, Robert. "Bonin Islanders Seek U.S. Tie But Remain International Pawns; Descendants of Americans Ask Citizenship in Vain—Fight Return of Japanese," New York Times. March 11, 1956.
  7. Long, Daniel; Peter Trudgill (2004). "The Last Yankee in the Pacific: Eastern New England Phonology in the Bonin Islands". American Speech. 79 (4): 356–367. doi:10.1215/00031283-79-4-356.
  8. Long, Daniel (2007). English on the Bonin (Ogasawara) Islands. Duke University Press. ISBN 978-0-8223-6671-3.
  9. Corporation), NHK (Japan Broadcasting. "The Ogasawara Islands: A Multicultural Heritage | Japanology Plus - TV - NHK WORLD - English". /nhkworld/en/tv/japanologyplus/ (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-02-12. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.
  10. "Ogasawara islanders look back on years of war separation:The Asahi Shimbun". The Asahi Shimbun (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-02-12. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.
  11. Agency, VII Photo (2017-03-16). "Ogasawara, the Mother Islands: An Uncounted Story of the American-Japanese Community in the…". Medium. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.
  12. Fackler, Martin (2012-06-09). "Fewer Westerners Remain on Remote Japanese Island". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2019-02-11.