จักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอลิซาเบธแห่งบาวาเรีย
Winterhalter Elisabeth 2.jpg
ภาพเอลิซาเบธในปี 1865
จักรพรรดินีมเหสีแห่งออสเตรีย
พระราชินีมเหสีแห่งฮังการี และ โครเอเชีย
สมเด็จพระราชินีมเหสีแห่งโบฮีเมีย
ระหว่าง 24 เมษายน 1854 – 10 กันยายน 1898
ราชาภิเษก 8 มิถุนายน 1867
สมเด็จพระราชินีมเหสีลอมบาร์ดี-เวนีเชีย
Tenure 24 เมษายน 1854 – 12 ตุลาคม 1866
อัครมเหสี จักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย
พระราชบุตร อาร์ชดัชเชสโซฟี
อาร์ชดัชเชสจิเซลา
อาร์ชดยุกรูดอล์ฟ มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี
อาร์ชดัชเชสมารี วาเลรี
พระนามเต็ม
เอลิซาเบธ อมาลี่ ยูจีนี
ราชวงศ์ ราชวงศ์วิตเตลส์บาค
พระราชบิดา ดยุกแมกซิมิเลียน โจเซฟที่ 1 ในบาวาเรีย
พระราชมารดา เจ้าหญิงลูโดวิกาแห่งบาวาเรีย
ประสูติ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1837(1837-12-24)
มิวนิก, ราชอาณาจักรบาวาเรีย (ของเยอรมันใหม่)
สวรรคต 10 กันยายน ค.ศ. 1898 (60 ปี)
เจนีวา , สวิตเซอร์แลนด์ (ถูกลอบปลงพระชนม์)
ศาสนา โรมันคาทอลิก

สมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย (พระนามเต็ม: เอลิซาเบธ อมาลี่ ยูจีนี่; อังกฤษ: Elisabeth Amalie Eugenie von Habsburg-Lorraine, ราชสกุลเดิม: Wittelsbach) ทรงเป็นดัชเชสแห่งบาวาเรีย และทรงเป็นจักรพรรดินีมเหสีแห่งออสเตรีย และสมเด็จพระราชินีแห่งฮังการี ตั้งแต่ทรงอภิเษกสมรสกีบสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย เมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์ พระองค์มีพระนามเล่นว่า ซีซี่ โดยพระราชวงศ์ ครอบครัวและพระสหายทรงเรียกพระองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์

พระราชประวัติ[แก้]

ดัชเชสเอลิซาเบธเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2380ปราสาทโพเซ็นฮอฟเฟ็น เมืองมิวนิก ราชอาณาจักรบาวาเรีย เป็นพระธิดาองค์ที่ 2 ในดยุคแม็กซีมีเลียน โจเซฟแห่งบาวาเรีย (พระโอรสองค์เดียวในดยุคพิอุส ออกัสตัสแห่งบาวาเรียและเจ้าหญิงอาเมลี่ หลุยส์แห่งอาเรนเบิร์ก) และเจ้าหญิงลูโดวิก้าแห่งบาวาเรีย (พระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีแม็กซีมีเลียนที่ 1 แห่งบาวาเรียและเจ้าหญิงแคโรไลน์แห่งบาเดน เมื่อทรงพระเยาว์ พระองค์มีพระนามเล่นว่า ซีซี่ (Sisi) โดยพระองค์ทรงชอบเล่นผาดโผน ทรงม้าล่าสัตว์ และทรงหลงใหล สนพระทัยในธรรมชาติ พระองค์มีพระเชษฐา 2 พระองค์ พระเชษฐภัคินี 1 พระองค์ พระอนุชา 2 พระองค์ และพระขนิษฐา 3 พระองค์ โดยพระบิดาและมารดานั้น โดยเฉพาะพระมารดา ทรงเข้มงวดเรื่องการจัดหาคู่ครองให้พระราชบุตร โดยครั้งแรกนั้น พระมารดาของพระองค์ทรงจัดหาคู่ครองให้ ดัชเชสเฮเลน นั่นคือสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย พระโอรสในเจ้าหญิงโซฟี ผู้เป็นพระเชษฐภัคินีของเจ้าหญิงลูโดวิก้า และเป็นพระมาตุจฉาในดัชเชสเฮเลน และดัชเชสเอลิซาเบธ โดยทั้ง 3 พระองค์นั้นเสด็จไปแปรพระราชฐานในรัฐอัปเปอร์ ออสเตรีย ประเทศออสเตรีย ตามคำทูลเชิญของเจ้าหญิงโซฟี โดยทั้ง 4 พระองค์ได้หวังว่า สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟจะทรงสนพระราชหฤทัยในตัวดัชเชสเฮเลน ซึ่งขณะนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิมีพระชนมายุ 23 พรรษา และดัชเชสเฮเลนมีพระชนมายุ 18 ชันษา แต่แทนที่พระองค์จะทรงเลือกดัชเชสเฮเลน ในการเป็นพระมเหสีนั้น พระองค์กลับเลือกดัชเชสเอลิซาเบธแทน ซึ่งขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียงแค่ 15 ชันษา การที่สมเด็จพระจักรพรรดิเลือกพระองค์เป็นองค์พระจักรพรรดินีมเหสีนั้น สร้างความประหลาดใจและเสียงคัดค้านจากพระมารดาของทั้งสอง โดยเฉพาะพระมารดาของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ทรงไม่ชอบพระองค์ตั้งแต่ที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเลือกที่จะอภิเษกสมรสด้วย หลังจากที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงได้พบรู้จักและวิสาสะกันเพียงไม่กี่วัน

ทั้งสองพระองค์ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2397มหาวิหารเซนต์ สตีเฟน กรุงเวียนนา โดยหลังจากที่พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งออสเตรียแล้ว พระองค์ทรงถูกกีดกัน กลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา โดยอาร์ชดัชเชสบางพระองค์ รวมทั้งอาร์ชดัชเชสโซฟี พระสัสสุด้วย เพื่อลดความสำคัญของพระองค์ลงไป แต่พระองค์ก็ทรงได้รับความช่วยเหลือ และความเมตตาจากอาร์ชดยุกและอาร์ชดัชเชสหลายพระองค์ รวมทั้งพระสวามีของพระองค์ด้วย สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ และสมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธมีพระราชโอรส 1 พระองค์ และพระราชธิดา 3 พระองค์ ดังนี้

สมเด็จพระจักรพรรดินี[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธ ทรงได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดินีที่สิริโฉมที่สุดในโลก เพราะด้วยพระพักตร์ที่ทรงสิริโฉมงดงาม อีกทั้งพระเกศายาวเกือบจรดพระบาท โดยพระองค์มักจะไม่ออกงานสังคม หรือปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันใด เหตุเนื่องจากทรงประทับอยู่แต่ในพระราชวังอิมพีเรียลฮอฟบูร์ก เพื่อบำรุงความงามของพระองค์ โดยนาน ๆ ครั้ง พระองค์จะทรงยอมปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนสักครั้ง ทำให้ทุกครั้งที่เสด็จออกปรากฏพระองค์ พสกนิกรจะคอยรับเสด็จเพื่อชมพระโฉมของพระองค์อย่างแน่นขนัดทุกครั้ง อย่างเช่นครั้งหนึ่ง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมกับสมเด็จพระราชสวามีไปยังมหาวิหารเซนต์ สตีเฟน กรุงเวียนนา ปรากฏว่าพสกนิกรมาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก เหตุที่มาเฝ้ารับเสด็จก็เพราะเนื่องจากอยากเห็นความงามของพระองค์นั่นเอง

ด้วยความที่ทรงสิริโฉมงดงามนี่เอง ทำให้มีบรรดาอาร์ชดัชเชสหลายพระองค์ รวมทั้งอาร์ชดัชเชสโซฟี พระสัสสุที่ทรงไม่ชอบพระองค์มาตั้งแต่ต้น ทรงคอยให้ร้าย ทรงอิจฉา ริษยาพระองค์ตลอดเวลา ส่วนตัวพระองค์เองจึงทรงหลบพระองค์ไปแปรพระราชฐานที่ต่าง ๆ เช่นเกาะมาไดร่า ประเทศโปรตุเกส ฮังการี ประเทศอังกฤษ หรือก็เกาะคอร์ฟู ประเทศกรีซ เพื่อทรงหลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายทั้งหลายในราชสำนัก และเพื่อทรงพักผ่อนอีกทั้งบำรุงความงามของพระองค์ เพื่อเรียกความมั่นพระทัยในพระองค์กลับคืนมา นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระราชวังอาร์คิเลียน ที่เกาะคอร์ฟูขึ้น เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ (หลังจากที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนีทรงซื้อไว้เป็นพระราชฐานส่วนพระองค์) โดยเมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ในเกาะคอร์ฟู พระองค์จะมีพระบรมราชโองการให้ครูสอนภาษากรีกมาสอนพระองค์ และนอกจากนี้ พระองค์ยังทรงศึกษาประวัติศาสตร์และความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักของประชาชน โดยให้ความสำคัญมากพอๆกับ สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งกรีซเลยทีเดียว

พระเกศาของพระองค์ที่ยาวเกือบจรดพระบาท

พระองค์ไม่ได้ทรงขึ้นชื่อลือชาในเพียงในเรื่องของความงาม เป็นเรื่องของการแต่งฉลองพระองค์ การลดน้ำหนัก และการออกกำลังพระวรกายของพระองค์อีกด้วย ซึ่งพระองค์จะทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับความงามของพระองค์ โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า พระกฤษฎี หรือบั้นพระเอวของพระองค์ทรงมีความยาวแค่ 20 นิ้ว หรือ 50 เซนติเมตร พร้อมกับความสูงของพระองค์ 172 เซนติเมตร และน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ซึ่งในสมัยปัจจุบันเห็นว่าค่อนข้างน้อยสำหรับความสูงขนาดนี้ ซึ่งด้วยความที่พระองค์ทรงมัวแต่หมกมุ่นเรื่องของความงามงาม พระองค์ทรงไม่สนพระทัยที่ พระสวามีของพระองค์ทรงมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับนักแสดงหญิง แค็ททารีน่า แชร็ท

โดยส่วนของพระวรกายที่พระองค์ทรงพอพระทัยมากที่สุดคือ พระเกศาที่ยาวเกือบจรดเท้า ที่พระองค์ทรงใช้เวลาบำรุงรักษาพระเกศาของพระองค์ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ โดยจะมีพระบัญชาให้ช่างพระเกศาส่วนพระองค์ถักพระเกศาเป็นเปียรวบขึ้นไปม้วนเป็นพระเศียร โดยต้องสระพระเกศาทุกๆ 3 สัปดาห์ ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลาถึง 1 วันเต็มๆ โดยใช้ครีมแชมพูที่คิดดัดแปลงอยู่เรื่อยๆ ส่วนธรรมดาก็จะบำรุงรักษาพระเกศาอีกรูปแบบหนึ่ง โดยใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ดังนั้น ช่างพระเกศาจึงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในราชสำนัก ที่จะคอยสอดส่องดูแลพระเกศาของพระองค์ตลอดเวลา

ในปีพ.ศ. 2432 พระทัยของพระองค์แทบแตกสลาย เพราะเนื่องจากการสิ้นพระชนม์กะทันหันของพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว มกุฎราชกุมารรูดอล์ฟ ซึ่งทรงสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงปืน โดยทรงยิงปลิดพระชนม์ชีพพระองค์เอง และนางสนมลับที่พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์ลับด้วย บารอนเนสแมรี่ เว็ทเซร่า โดยพระศพถูกพบที่คฤหาสน์ล่าสัตว์มาเยอร์ลิ่ง

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรสแล้ว พระองค์ก็ทรงประพาสแปรพระราชฐานเพื่อในการฟื้นฟูพระทัยให้กลับมาสู่สภาวะปกติ แทนที่พระองค์จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆพร้อมพระราชสวามี พระองค์ทรงหันกลับมาทำการบำรุงความงามและพระเกศาดังเดิม…

การลอบปลงพระชนม์[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธ
ภาพวาดการลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2441 สมเด็จพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธทรงถูกปลงพระชนม์ ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งขณะนั้น พระองค์กำลังทรงพักผ่อนแปรพระราชฐาน พร้อมด้วยนางกำนัลคนสนิท เค้านท์เตสสตาร์เรย์ โดยทรงถูกมีดแทงกลางพระหทัยโดยนักอนาธิปไตยนิยม ลุยกิ ลูเชนี โดยเมื่อลูเชนีถูกนำตัวขึ้นศาล เขากล่าวว่าจะปลงพระชนม์พระบรมวงศานุวงศ์ราชวงศ์ออลีญงส์ของฝรั่งเศสเท่านั้น โดยเขาคิดว่าพระองค์คือพระบรมวงศานุวงศ์ฝรั่งเศส แต่หลังจากนั้น เขาพูดว่า "ฉันอยากฆ่าราชวงศ์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม" ศาลจึงตัดสินให้ประหารชีวิตลุยกิ ลูเชนี

ส่วนพระศพของพระองค์ถูกย้ายมายังกรุงเวียนนา โดยเมื่อมาถึงตัวเมือง ประชาชนต่างมีความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และมาเฝ้ารับเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะกับสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ พระราชสวามี ผู้ทรงเหมือนพระหทัยแตกสลายไปตลอดกาล พระศพถูกฝังที่วิหารฮับส์บูร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ออสเตรียมาช้านาน

ราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสามรุ่นของดัชเชสเอลิซาเบธแห่งบาวาเรีย
ดัชเชสเอลิซาเบธแห่งบาวาเรีย พระชนก:
ดยุคแม็กซีมีเลียน โจเซฟแห่งบาวาเรีย
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
ดยุคพิอุส ออกัสตัสแห่งบาวาเรีย
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
ดยุควิลเฮล์มแห่งบาวาเรีย
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เค้านท์เตสแพลพาทีนมาเรีย แอนนาแห่งซไวบรืคเค็น-เบอร์เค็นเฟลด์
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
ดัชเชสอเมลี่ หลุยส์แห่งอาเรนเบิร์ก
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
ดยุคหลุยส์-มารีแห่งอาเรนเบิร์ก
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เค้านท์เตสแอนน์แห่งเมลล์ลี่-เนสล์
พระชนนี:
เจ้าหญิงลูโดวิก้าแห่งบาวาเรีย
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชาธิบดีแม็กซีมีเลียนที่ 1 โจเซฟแห่งบาวาเรีย
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ท่านเค้านท์เฟรเดอริก ไมเคิลแห่งซไวน์บรืคเคน-เบอร์เก็นเฟลด์
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เค้านท์เตสแพลพาทีนมารี ฟรานซิสก้าแห่งซาล์สแบช
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงแคโรไลน์แห่งบาเดน
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
มาร์เกรฟคาร์ล ลุดวิกแห่งบาเดน
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
แลนด์เกรวีนอามีลี่แห่งเฮสส์-ดาร์มสตัดท์

อ้างอิง[แก้]

  • Brigitte Hamann: The Reluctant Empress: A Biography of Empress Elisabeth of Austria (Knopf: 1986)
  • Brigitte Hamann: Sissi, Elisabeth, Empress of Austria (Taschen America: 1997) short, illustrated).
  • Barry Denenburg: The Royal Diaries Elisabeth, The Princess Bride
  • Konstantin Christomanos: Diaries (Tagebuchblaetter, several editions in Modern Greek, German, French)
  • Matt Pavelich: Our Savage (Shoemaker & Hoard: 2004)
  • Nicole Avril: L'impératrice, Paris, 1993
  • Matteo Tuveri: Specchi ad angoli obliqui. Diario poetico di Elisabetta d’Austria, Aracne Editrice, Roma, 2006
  • Matteo Tuveri: Tabularium. Considerazioni su Elisabetta d'Austria, Aracne, Roma, 2007

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า จักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย ถัดไป
เจ้าหญิงมาเรีย แอนนาแห่งซาร์ดิเนีย 2leftarrow.png สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งออสเตรีย
Empress of Austria

(ค.ศ. 1854 - 1898)
2rightarrow.png เจ้าหญิงซีต้าแห่งบูร์บอง-ปาร์มา
สมเด็จพระราชินีมาเรีย แอนนา 2leftarrow.png สมเด็จพระราชินีแห่งฮังการี โบฮีเมีย โครเอเชีย สโลวีเนีย และดาลมาเทีย
Queen of Hungary, Bohemia, Croatia, Slovenia, and Dalmatia

(ค.ศ. 1854 - 1898)
2rightarrow.png สมเด็จพระราชินีซีต้า