ข้ามไปเนื้อหา

จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้ง พระพันปีหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระจักรพรรดินีเซี่ยวจิ้ง
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
(皇太后)
สถาปนาค.ศ. 1621
ก่อนหน้าสมเด็จพระพันปีหลวง เหรินเชิ่ง
สมเด็จพระพันปีหลวง ฉือเชิ่ง
ถัดไปสมเด็จพระพันปีหลวงเซี่ยวเหอ
พระราชสมภพ27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1565
(17 มกราคม รัชศกเจียจิ้งปีที่ 44)
จักรวรรดิหมิง
สวรรคต18 ตุลาคม ค.ศ. 1611 (46 พรรษา)
(13 กันยายน รัชศกวานหลี่ปีที่ 39)
จักรวรรดิหมิง
คู่อภิเษกจักรพรรดิว่านลี่
พระสมัญญานาม
"แบบสั้น"
เซี้ยวจิ้งหวงไท่โฮ่ว
孝靖皇太后
"แบบยาว"
เซี้ยวจิ้งเหวินอี้จิ้งหรางเจินสือชานเทียนอิ้นเซิ้งหวงไท่โฮ่ว
孝靖温懿敬让贞慈参天胤圣皇太后
ราชวงศ์หวัง (王)
พระบิดาโหยงหนิงโป๋ (永宁伯)
พระมารดาท่านหญิงเก่อ (葛氏)

จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้ง พระพันปีหลวง (จีน: 孝靖太后, ค.ศ. 1565 - ค.ศ. 1612) เป็นพระมเหสีในจักรพรรดิว่านลี่ ได้ถวายตัวในปี ค.ศ.1578 มีพระยศเป็น จิงเฟย์ และมีพระประสูติการพระราชโอรสซึ่งต่อมาคือจักรพรรดิไท่ชาง

พระราชประวัติ

[แก้]

พระนางประสูติเมื่อปีค.ศ. 1565 เริ่มทำงานเป็นนางกำนัล (宮人) ในพระตำหนักของพระพันปีหลวงเหรินเชิ่ง พระราชมารดาของจักรพรรดิว่านลี่ ในปี ค.ศ. 1578

ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1581 จักรพรรดิทรงโปรดพระนาง และมักไปพบพระนางที่พระตำหนักพระพันปีหลวง ไม่นานพระนางก็ทรงครรภ์[1]

เมื่อจักรพรรดิว่านลี่ทรงทราบ ก็ทรงมิได้ต้องการพระราชโอรสของพระนางนัก แต่พระราชมารดาของพระองค์ก็ทรงโน้มน้าวพระทัย ให้พระองค์ทรงรับรองเป็นพระราชโอรสผ่านบันทึกการเยี่ยมเยือน[1] และทรงสถาปนาพระนางเป็นพระสนมกงเฟย (恭妃)

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1582 พระนางให้การประสูติพระราชโอรส องค์ชายจู ฉางลั่ว ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์โตของจักรพรรดิว่านลี่ [2]

จนปี ค.ศ. 1584 จักรพรรดิว่านลี่ก็ทรงโปรดพระนางน้อยลง เนื่องจากพระองค์เริ่มทรงโปรดพระสนมอีกคนหนึ่งคือพระสนมเจิ้ง ซึ่งให้การประสูติพระราชโอรสพระนามว่าชื่อ องค์ชายจูฉางซุน และปีค.ศ. 1586 จักรพรรดิก็ทรงโปรดมากขึ้น [1]พระนางจึงต้องดำรงพระชนม์ชีพอย่างโดดเดี่ยวในพระราชวังต้องห้าม และถูกสั่งมิให้ได้พบกับพระราชโอรสเป็นอันขาด [3] ถึงแม้ว่าพระราชโอรสของพระนางจะเป็นพระราชโอรสองค์โตของจักรพรรดิว่านลี่ แต่ก็มิได้สถาปนาเป็นรัชทายาททันที เนื่องด้วยเพราะ จักรพรรดิว่านลี่ทรงโปรดพระสนมเจิ้งมาก และสนับสนุนองค์ชายจูฉางซุนเป็นรัชทายาท ส่วนรัฐบาล, พระพันปีหลวงฉือเชิ่ง และพระพันปีหลวงเหรินเชิ่ง เป็นฝ่ายสนับสนุนองค์ชายจู ฉางลั่ว จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1601 หลังจากการเลือกรัชทายาทมานาน ในที่สุดองค์ชายจูฉางลั่งได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาท[1] [4]

5 ปีต่อมา (ปีค.ศ. 1606) องค์ชายจูฉางลั่วก็มีพระราชโอรส(ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดิเทียนฉี) พระนางจึงได้รับการสถาปนาเป็นพระสนมขั้น หวงกุ้ยเฟย ในที่สุด [1] [2] ซึ่งถือพระอิสริยยศที่เหมาะสมแล้วของพระราชมารดาในองค์รัชทายาท[2]


ปีค.ศ. 1611 พระนางเสด็จสิ้นพระชนม์ลง พระศพถูกฝัง ณ ภูเขาเทียนโช่ว [1] จนปีค.ศ. 1620 จักรพรรดิว่านลี่สวรรคต ทำให้องค์ชายจูฉางลั่วขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิไท่ชาง แต่เพียง 1 เดือนก็สวรรคต จักรพรรดิเทียนฉี พระราชนัดดาของพระนางเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ก็ได้สถาปนาพระสมัญญานามว่า จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้ง พระพันปีหลวง ส่วนพระศพให้ย้ายจากภูเขามาที่สุสานติ่งหลิง ในสุสานหลวงราชวงศ์หมิง [1]

พระเกียรติยศ

[แก้]
  • ในรัชสมัยจักรพรรดิเจียจิ้ง (ครองราชย์ ค.ศ. 1521–ค.ศ. 1567)
    • นางหวัง (王氏; 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 1565)
  • ในรัชสมัยจักรพรรดิว่านลี่ (ครองราชย์ ค.ศ. 1572–ค.ศ. 1620)
    • นางพนักงาน (宮人; ตั้งแต่ ค.ศ. 1578)
    • กงเฟย (恭妃; ตั้งแต่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1582)
    • หวงกุ้ยเฟย (皇貴妃; ตั้งแต่ ค.ศ. 1605)
    • เหวินซู่ ตวนจิ้ง ฉุนอี้ หวงกุ้ยเฟย(温肃端靖纯懿皇贵妃; ตั้งแต่ ค.ศ. 1611)
  • ในรัชสมัยจักรพรรดิเทียนฉี่ (ครองราชย์ ค.ศ. 1620–ค.ศ. 1627)
    • จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้ง เวินอี้ จิ้งกร่าง เจินฉือ คานเทียน ยิ่นเชิ่ง พระพันปีหลวง (孝靖溫懿敬讓貞慈參天胤聖皇太后; ตั้งแต่ ค.ศ. 1621)

อ้างอิง

[แก้]

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Dardess, John W (2002). Blood and History in China: The Donglin Faction and Its Repression, 1620-1627. Honolulu: University of Hawaii Press. ISBN 9780824825164.
  • Lin, Yanqing (2014). "Wang, Empress Dowager of Ming". ใน Lee, Lily Xiao Hong; Wiles, Sue (บ.ก.). Biographical Dictionary of Chinese Women, Volume II: Tang Through Ming 618–1644. Armonk, N.Y.: M.E. Sharpe. ISBN 9780765643148.
  • McMahon, Keith (2016). Celestial Women: Imperial Wives and Concubines in China from Song to Qing. Lanham, Maryland: Rowman & Littlefield. ISBN 9781442255029.
  • Zhang, Dewei (2020). Thriving in Crisis: Buddhism and Political Disruption in China, 1522–1620 (1st ed.). New York: Columbia University Press. ISBN 9780231551939.