มหาวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คัมภีร์มหาวงศ์)

มหาวงศ์ เป็นวรรณกรรมประวัติศาสตร์ บันทึกเหตุการณ์ในยุคต้นของลังกาทวีป หรือศรีลังกา รจนาขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 5 โดยพระมหาเถระ มหานามะ โดยใช้ข้อมุลจากพงศาวดาร และตำราต่างๆ ในวัดมหาวิหาร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เนื้อหากล่าวถึงตั้งแต่เมื่อครั้งเจ้าชายวิชัย เดินทางมาจากพังคละ มาถึงลังกาทวีป ปราบชนพื้นเมืองแล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครอง จากนั้นพรรณนาวงศ์กษัตริย์ต่างๆ พร้อมกับเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนาในลังกาควบคู่กันไป

คัมภีร์มหาวงศ์ รจนาขึ้นในรูปแบบคาถา หรือบทกวีใช้ฉันทลักษณ์พรรณนาเหตุการณ์ นับเป็นวรรณคดีประเภทมหากาพย์ในภาษาบาลีที่ยิ่งใญ่ที่สุด มีทั้งเหตุการณ์ทางการเมือง การชิงไหวชิงพริบในราชสำนัก การต่อรองทางการทูต และเรือองราวอันน่าสะเทือนใจ รวมถึงแสดงถึงอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของชาวสิงหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างศาสนสถานอันยิ่งใหญ่ และการก่อกำเนิดของระบบชลประทานอันทันสมัย

เนื้อหาโดยสังเขป[แก้]

บทนำ พระพุทธเจ้าเสด็จลังกา[แก้]

... ⊙ ตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จลังกา ปราบยักษ์เจ้าถิ่น หรือพวกมิลักขะ ที่ มหิยังคณะ

รวมคาถาทั้งสิ้น 84 บท ความตอนนี้กินเวลา 8 ปี [1] [2]

ภาคที่ 1 พุทธศาสนาในชมพูทวีป[แก้]

... ⊙ ว่าด้วยวงศ์ของมหาสัมมตะ ผู้เป็นบูรพกษัตริย์แห่งศากยวงศ์ จัดอยู่ในสุริยวงศ์ (ในชมพูทวีปวงศ์กษัตริย์ มี 2 วงศ์คือ สุริยวงศ์ จันทรวงศ์) บรรดากษัตริย์ในลังกาต่างก็อ้างว่า สืบเชื้อสายมาแต่พระเจ้ามหาสัมมตะเช่นกัน ทำให้เกี่ยวพันเป็นพระญาติกลายๆ กับพระพุทธเจ้าไปโดยปริยาย [3]

... ⊙ ว่าด้วยการสังคายนาครั้งที่ 1 ณ ถ้ำสัตบรรณคูหา เมืองราชคฤห์ พระมหากัสสปเถระเป็นประธาน

... ⊙ ว่าด้วยการสังคายนาครั้งที่ 2 ที่วาลิการาม เมืองเวสาลี พระเรวตะทำหน้าที่เป็นประธานผู้คอยซักถาม

... ⊙ ว่าด้วยการสังคายนาครั้งที่ 3 ที่อโศการาม กรุงปาฏลีบุตร พระโมคคลีบุตรติสสเถระ เป็นประธาน

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 423 บท กินระยะเวลา 35 ปี[4] [5]

ภาคที่ 2 ลังกาก่อนพุทธศาสนามาถึง[แก้]

... ⊙ เจ้าชายวิชัย (ต. 505 BC) เสด็จจากชมพูทวีปถึงลังกา ปราบนางกุเวนี ขึ้นครองลังกา เริ่มวงศ์กษัตริย์ตัมพปาณิ

... ⊙ พระเจ้าปาณฑุวาสุเทวะปราบดาภิเษก เริ่มวงศ์กษัตริย์ อุปติสสะ นุวะระ (ก. 504 BC - ต. 474 BC)

... ⊙ พระเจ้าอภัยขึ้นราชาภิเษก (คร. 474 BC – 454 BC)

... ⊙ พระเจ้าปานฑุกาภัยปราบดาภิเษก เป็นต้นวงศ์อนุราธปุระ (ก. 474 BC – ต. 367 BC)

... ⊙ พระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะราชาภิเษก (คร. 307 BC – 267 BC) ทรงรับพระรัตนตรัย ประกาศพุทธศาสนาในลังกา

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 326 บท กินระยะเวลา 310 ปี [6] [7]

ภาคที่ 3 สถานการณ์พุทธศาสนาในชมพูทวีและลังกาในยุคต้น[แก้]

... ⊙ พระเจ้าอโศกมหาราชส่งคณะสมณทูตไปยังแว่นแคว้นต่างๆ

... ⊙ พระมหินทะเถระมาถึงลังกา ทรงเป็นพระโอรสองค์โตของพระเจ้าอโศก มาประกาศพระศาสนาที่ลังกา

... ⊙ พระมหินทะเข้าเมืองอนุราธปุระ ก่อนหน้านั้นทรงเทศนา "จูฬหัตถิปโทปมสูตร " ที่มหินตะเล จนพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ที่กำลังยกขบวนไปล่าสัตว์บังเกิดศรัทธา ปวารณาเป็นพุทธมามกะ แล้วอาราธนาพระเป็นเจ้าเข้ากรุง [8]

... ⊙ ลังการับคณะมหาวิหาร เป็นคณะสงฆ์หลัก ต่อมาเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์อันยิ่งใหญ่ เป็นที่ซึ่งพระพุทธโฆสะรจนาคัมภีร์มากมาย

... ⊙ พระเจ้ากรุงลังการับอุปัฎฐากคณะเจติยะปัพพตะวิหาร [9]

... ⊙ เจ้าหญิงเหมมาลานำพระเขี้ยวแก้วมาถึงลังกา

... ⊙ พระสังฆมิตตะเถรี นำหน่อพระศรีมหาโพธิ์มาถึงลังกา นำมาจากกิ่งด้านทิศใต้ที่พุทธคยา พระสังฆมิตรเถรี เป็นพระพี่นางฝาแฝดของพระมหินทะ เป็นผู้เริ่มคณะภิกษุณีในลังกา

... ⊙ พระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ปลูกพระศรีมหาโพธิ์ หรือพระชัยศรีมหาโพธิ์ ที่กรุงอนุราธปุระ

... ⊙ พระมหินทะเข้านิพพาน ณ เจติยะปัพพตะวิหาร [10]

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 649 บท กินระยะเวลา 69 ปี [11] [12]

ภาคที่ 4 ยุคปัญจกษัตริย์[แก้]

... ⊙ หลังจากพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะสวรรคต มีกษัตริย์ 4 พระองค์แห่งราชวงศ์วิชัยครองราชย์ต่อมา ทั้งหมดเป็นพระอนุชาของพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ เนื่องจากทรงไม่มีพระโอรส ต่อมาขุนศึกชาวทมิฬ 2 คน คือ เสนะและกุตติกะเข้าครองเมืองนาน 22 ปี ก่อนที่พระเจ้าอเสละจะชิงเมืองกลับมาได้ แต่ก็ถูกพระเจ้าเอฬาระ ชาวทมิฬจากอาณาจักรโจฬะยกทัพมาชิงเมืองไปอีก หากไม่นับขุนศึกชาาวทมิฬทั้ง 2 ช่วงนี้มีกษัตริย์ 5 พระองค์ 4 องค์เป็นชาวสิงหล วงศ์วิชัย อีกองค์เป็นชาวทมิฬ ราชวงศ์โจฬะ

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 34 บท กินระยะเวลา 96 ปี [13] [14]

ภาคที่ 5 ยุคพระเจ้าทุฎฐคามินี[แก้]

... ⊙ กำเนิดเจ้าชายคามณี แห่งอาณาจักรโรหนะ

... ⊙ ทรงชุบเลี้ยงขุนศึกสู้ทมิฬ อายุได้ 16 ปีทรงระดมคนมีฝีมือ สร้างกองทัพหมายจะขับไล่ทมิฬ แต่พระราชบิดาห้ามไว้

... ⊙ ศึกกลางเมืองระหว่างพี่น้อง หลังพระราชบิดาสวรรคต ทรงครองราชย์ แต่พระอนุชนหวังราชสมบัติจึงเกิดศึกแย่งชิงกัน แต่ต่อมาพี่น้องปรองดอง เจ้าชายติสสะพระอนุชากลายเป็นขุนพลผู้สามารถคู่ใจพระเชษฐา

... ⊙ พระเจ้าทุฎฐคามินี ปราบดา ครองราชย์ 161 BC – 137 BC แล้วยกทัพไปราบทมิฬ ปลงพระชนม์พระเจ้าเอฬาระ แล้วครองลังกาทั้งทวีป

... ⊙ ทรงเอาใจใส่พุทธศาสนาอย่างยิ่ง หลังจากนั้นแล้ว ทรงสถาปนาวัดมริจวัตติวิหาร หลังจากที่เสด็จไปชำระพระวรกายที่อ่างติสสะวาปี แล้วทรงปักพระแสงหอกที่ด้านบนบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ครั้นชำระพระองค์เสร็จแล้ว กลับถอนพระแสงออกจากพื้นดินไม่ได้ จึงปรึกษากับคณะสงฆ์ แล้วตกลงสร้างวิหาร ณ ที่นี่ [15]

... ⊙ ทรงสถาปนาโลหะปราสาท นับเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 2 ของโลก มีขนาดใหญ่มหึมา

... ⊙ ทรงได้ทรัพย์และวัสดุในการสร้างพระมหาสถูป

... ⊙ ทรงสถาปนารุวะเวลิสะยะ มหาสถูป เป็นพระสถูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ มีนาคมหากาลปกปักรักษา

... ⊙ ทรงสถาปนาวิหารพระเขี้ยวแก้ว ในกรุงอนุราธปุระ

... ⊙ ทรงสมโภชน์พระเขี้ยวแก้ว

... ⊙ พระเจ้าทุฎฐคามินีเสด็จสู่สวรรค์ชั้นดุสิต ตอนนี้มหาวงศ์มีความยาวมาก เล่าว่าก่อนจะสิ้นพระชนม์ได้ทรงสั่งให้ข้าหลวงหามพระองค์ไปทอดพระเนตรรุวะเวลิสะยะมหาสถูป แล้วทรงสนทนาธรรมกับพระเถระ จากนั้นสวรรคตแล้วบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตในบัดดล

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 863 บท กินระยะเวลา 50 ปี [16] [17]

ภาคที่ 6 พงศาวดารกษัตริย์[แก้]

... ⊙ ในช่วงนี้มี 2 ราชวงศ์คือ วงศ์วิชัย และวงศ์ลัมพะกันนะ ระหว่าง 89 BC จนถึงค.ศ. 304 หลังการสวรรคตของพระเจ้ามหาเสนะ พงศาวดารมหาวงศ์จบลงไปด้วย แต่หลังจากนั้นมีการเขียนพงศาวดารต่อไปเรียกว่า "จุลวงศ์" [18]

... ⊙ ทศกษัตริย์ (รวม 10 พระองค์)

... ⊙ เอกาทศกษัตริย์ (รวม 11 พระองค์)

... ⊙ ทวาทศกษัตริย์ (รวม 12 พระองค์)

... ⊙ เตรสกษัตริย์ (รววม 13 พระองค์)

... ⊙ พระเจ้ามหาเสน (คร. ค.ศ. 277 – 304) ทรงโปรดคณะอภัยครีวิหาร (ซึ่งมีคำสอนออกไปทางมหายาน) แล้วทรงกดขี่คณะมหาวิหาร ต่อมาทรงกลับมาส่งเสริมคณะมหาวิหารอีกครั้ง แต่แล้วในกาลต่อมาทรงศรัทธาพระติสสเถระ แล้วสร้างเชตวันวิหารในเขตมหาวิหาร ก่อให้เกิดความวุ่นวายในพระศาสนาทั่วลังกาอีกครา

รวมคาถาในบทนี้ทั้งสิ้น 507 บท กินระยะเวลา 429 ปี[19] [20] [21]

อ้างอิง[แก้]

  1. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  2. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  3. Entry "Mahāsammata" ใน http://www.palikanon.com/english/pali_names/maha/mahasammata.htm
  4. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  5. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  6. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  7. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  8. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  9. Entry "Cetiyapabbata" ใน http://www.palikanon.com/english/pali_names/c/cetiyapabbata.htm
  10. Entry "Cetiyapabbata" ใน http://www.palikanon.com/english/pali_names/c/cetiyapabbata.htm
  11. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  12. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  13. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  14. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  15. Entry "Maricavatti" ใน http://www.palikanon.com/english/pali_names/ma/maricavatti.htm
  16. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  17. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  18. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  19. Geiger, Wilhelm,. (1912). Mahavamsa : the great chronicle of Ceylon. London. Pali Text Society by Oxford Univ. Pr. หน้า vii - viii
  20. Collins, Steve. 1998. Nirvana and other Buddhist felicities. หน้า 269-270
  21. Entry "Mahāsena" ใน http://www.palikanon.com/english/pali_names/maha/mahasena.htm

บรรณานุกรม[แก้]