คฤหาสน์เบรกเกอส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คฤหาสน์เบรกเกอส์
The Breakers
The Breakers Newport.jpg

ด้านหลังของคฤหาสน์เบรกเกอส์ ค.ศ. 2009

ข้อมูล
ที่ตั้ง 44 ถนนโอเคอร์พอยต์
เมืองนิวพอร์ต
Flag of Rhode Island.svg รัฐโรดไอแลนด์
สหรัฐ สหรัฐอเมริกา
สถานะ เสร็จสมบูรณ์
ก่อสร้าง ค.ศ.1893–1895
รายละเอียด
จำนวนชั้น 5
มูลค่า 12 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
บริษัท
สถาปนิก ริชาร์ด มอร์ริส ฮันต์
(Richard Morris Hunt)
เจ้าของ สมาคมอนุรักษ์แห่งเทศมณฑลนิวพอร์ต
(Preservation Society of Newport County)
ทะเบียนสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ
แห่งสหรัฐอเมริกา
สิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ
พิกัดภูมิศาสตร์: 41°28′11″N 71°17′55″W / 41.46972°N 71.29861°W / 41.46972; -71.29861
บริเวณ: 13 เอเคอร์
สถาปัตยกรรม: ศิลปะเรอแนซ็องส์ อิตาลี
ลงทะเบียนNRHP: 10 กันยายน ค.ศ. 1971
ฐานะ NHL: 12 ตุลาคม ค.ศ. 1994[1]
NRHP #: 71000019

พิกัดภูมิศาสตร์: 41°28′11″N 71°17′55″W / 41.46972°N 71.29861°W / 41.46972; -71.29861

คฤหาสน์เบรกเกอส์ (อังกฤษ: The Breakers) คือ คฤหาสน์ของตระกูลวันเดอร์บิลต์ ตั้งอยู่บนถนนโอเคอร์พอยต์ (Ochre Point Avenue) เมืองนิวพอร์ต รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก บ้านหลังนี้เป็นสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ สาธารณสมบัติในเขตประวัติศาสตร์ถนนเบลลีวู (Bellevue Avenue Historic District) ซึ่งได้รับการดูแลและบริหารโดยสมาคมอนุรักษ์แห่งเทศมณฑลนิวพอร์ต (Preservation Society of Newport County) ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีผู้เยี่ยมชม 3 แสนคนต่อปี[2] นิตยสารฟอบส์ยกให้เป็นบ้านที่สวยที่สุดหลังหนึ่งในสหรัฐอเมริกา[3]

คฤหาสน์เบรกเกอส์สร้างขึ้นเป็นบ้านพักร้อนของคอร์นีเลียส วันเดอร์บิลต์ที่สอง (Cornelius Vanderbilt II) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัววันเดอร์บิลต์ที่ร่ำรวยของอเมริกา[4] บ้านหลังนี้ได้รับการก่อสร้างในศิลปะเรอแนซ็องส์ ระหว่าง ค.ศ. 1893-1895 ด้วยมูลค่าการก่อสร้าง 12 ล้านดอลล่าร์[5] โดยสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง ริชาร์ด มอร์ริส ฮันต์ (Richard Morris Hunt) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังในศตวรรษที่ 16 ในเมืองเจนัวและตูริน ประเทศอิตาลี บ้านสร้างด้วยหินปูนจากรัฐอินเดียนาและวัสดุที่ไม่ติดไฟพร้อมช่างฝีมือกว่า 2,500 คน และตกแต่งภายในโดยจูลส์ อัลลาร์ด และลูก ๆ ของเขา (Jules Allard) และอ็อกเดน คอดแมน จูเนียร์ (Ogden Codman Jr.) การก่อสร้างเสร็จสิ้นและครอบครัววันเดอร์บิลต์ได้เข้าอาศัย เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1895[6]

คฤหาสน์ประกอบด้วยห้อง 70 ห้อง ครอบคลุม 138,000 ตารางฟุต ด้วยพื้นที่ 5 ชั้น ทางเข้าถนนโอเคอร์มีประตูทางเข้าเหล็กแกะสลักสูง 30 ฟุต (9.1 เมตร) ประตูทางเดินเท้าสร้างด้วยหินปูนสูง 12 ฟุต และรั้วเหล็กซึ่งเป็นเขตล้อมรอบคฤหาสน์ ยกเว้นบริเวณเขตที่ติดมหาสมุทร พื้นที่คฤหาสน์ประมาณ 13 เอเคอร์ บนริมหน้าผาชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก[7]

ประวัติ[แก้]

คฤหาสน์หลังก่อน ซึ่งเป็นเจ้าของโดยปิแอร์ โลริลลาร์ดที่สี่ (Pierre Lorillard IV) ถูกไฟไหม้ใน ค.ศ. 1892 และได้ขายบ้านต่อให้คอร์นีเลียส วันเดอร์บิลต์ที่สอง เขาจึงยืนยันว่าอาคารใหม่จะต้องสร้างด้วยวัสดุกันไฟ เช่น โครงสร้างของอาคารจะต้องเป็นโครงเหล็กและไม่มีส่วนประกอบของไม้ เขาเรียกร้องแม้แต่หม้อต้มน้ำให้ตั้งอยู่ห่างจากตัวบ้าน ภายในชั้นใต้ดินซึ่งอยู่ใต้สนามหญ้าด้านหน้า[8]

นักออกแบบสร้างภายในด้วยการใช้หินอ่อนจากอิตาลีและแอฟริกา รวมถึงไม้หายากและโมเสกจากหลายประเทศทั่วโลก และวัสดุต่าง ๆ ทางสถาปัตยกรรม เช่น หิ้งบนเตาผิงห้องสมุด ซื้อจากปราสาท (Château) ในฝรั่งเศส[9] ใน ค.ศ. 1895 หลังจากการสร้างคฤหาสน์เสร็จในปีนั้น เบรกเกอส์คือบ้านหลังใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในเมืองนิวพอร์ต ซึงสะท้อนให้เห็นรสนิยมของความทะเยอทะยานของกลุ่มชนชั้นสูงในสังคมอเมริกัน[10]

ใน ค.ศ. 1948 แกลดิส วันเดอร์บิลต์ (Gladys Vanderbilt Széchenyi) ทายาทของวันเดอร์บิลต์ ตัดสินใจให้สมาคมอนุรักษ์แห่งเทศมณฑลนิวพอร์ตเช่าบ้านจากค่าบำรุงรักษาที่สูงมาก ต่อมาทางสมาคมอนุรักษ์ซื้อเดอะเบรกเกอส์ประมาณ 90 เปอร์เซ็นของตัวบ้านและเครื่องตกแต่งเป็นมูลค่า 365,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ใน ค.ศ. 1972 จากเคาน์เตสซิลเวีย (Countess Sylvia Szapary) ลูกสาวของแกรดดี วันเดอร์บิลต์ อย่างไรก็ตามข้อตกลงกับสมาคมอนุญาตให้ครอบครัวสามารถอาศัยอยู่ในชั้น 3 ของบ้าน ซึ่งไม่เปิดให้สาธารณะเข้าชม[11]

สถาปนิก[แก้]

คฤหาสน์เบรกเกอส์ยังถือเป็นการแสดงออกอย่างสมบูรณ์ซึ่งสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ของริชาร์ด มอร์ริส ฮันต์ หนึ่งในสถาปนิกผู้มีอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกา เดอะเบรกเกอส์ ซึ่งเป็นโครงการสุดท้ายของฮันต์ เป็นหนึ่งในไม่กี่ผลงานที่ยังอยู่รอดและไม่ถูกรื้อถอนในศตววรษที่ผ่าน ส่งผลให้คฤหาสน์หลังนี้มีคุณค่าในด้านความหายากและความยอดเยี่ยมทางสถาปัตยกรรม คฤหาสน์เบรกเกอส์ทำให้ฮันท์กลายเป็น "ผู้อาวุโสด้านสถาปัตยกรรมอเมริกัน" ตามที่บุคคลร่วมสมัยเดียวกับเขาเรียกขาน[12]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Breakers, The". National Historic Landmark summary listing. National Park Service. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  2. Newport's ultimate "summer cottage" newport-discovery-guide.com
  3. the-breakers-newport-rhode-island forbes.com
  4. The Breakers newportmansions.org
  5. America's Most Beautiful Mansions forbes.com
  6. Newport Mansion: The Breakers antiquesjournal.com
  7. The Breakers tripadvisor.com
  8. Alfred Gwynne Vanderbilt: The Unlikely Hero of the Lusitania
  9. Gannon, Thomas. Newport Mansions: the Gilded Age. Fort Church Publishers, Inc., 1982: p. 8.
  10. Mackenzie Stuart, p240 and throughout.
  11. Miller, G. Wayne (2000-07-07). "Fortune's Children". A Nearly Perfect Summer (Providence Journal)
  12. twentieth-Century American Architecture: The Buildings and thier makers

สมุดภาพ[แก้]

คฤหาสน์เบรกเกอส์
คฤหาสน์เบรกเกอส์