การสังหารหมู่ที่วัดพรหมคุณาราม รัฐแอริโซนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เหตุกราดยิงวัดพุทธที่รัฐแอริโซนา
รำลึกการสังหารหมู่ที่วัดพรหมคุณาราม รัฐแอริโซนา ปี 1991.jpeg
หน้าหนังสือพิมพ์ชุมชนชาวไทยในรัฐแอริโซนา รำลึก 26 ปีเหตุการณ์สังหารหมู่
สถานที่แวดเดลล์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
วันที่9–10 สิงหาคม 1991
ประเภทกราดยิงหมู่, ฆาตกรรมหมู่, โจรกรรม
อาวุธ
ตาย9
ผู้โจมตี
  • โจนาธาน ดูดี
  • แอลเลสซานโดร การ์เซีย
เหตุจูงใจโจรกรรม

เหตุกราดยิงวัดพุทธที่แวดเดลล์ รัฐแอริโซนา หรือ เหตุสังหารหมู่วัดไทยในแวดเดลล์ เป็นเหตุกราดยิงหมู่ที่เกิดขึ้นที่วัดพรหมคุณาราม วัดไทยในเมืองแวดเดลล์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นในปี 1991 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทยและผู้มีเชื้อสายไทยรวม 9 ราย ในจำนวนนี้ 6 รายเป็นพระสงฆ์ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุกราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐแอริโซนา[1]

ภาพรวม[แก้]

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 10 สิงหาคม 1991[2] ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มีทั้งชาวไทยและผู้มีเชื้อสายไทย: พระไพรัช พรหมวโร เจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม, พระสงฆ์ห้ารูป ได้แก่ พระมหาเสียง มหาปญฺโญ จากวัดปทุมคงคา, พระมหาเฉลิม กิตฺติภทฺโร จากวัดใหม่ช่องลม, พระสุรชัย อนุตฺตโร จากวัดประดู่ฉิมพลี, พระบุญช่วย ชยธมฺโม, พระอธิการสมศักดิ์ สิริปญฺโญ, สามเณรแมทธิว มิลเลอร์, แม่ชีหนึ่งรูป คือ แม่ชีฝอย ศรีพันธ์ประเสริฐ ผู้เป็นยายของสามเณรแมทธิว และ บอย จีระศักดิ์ จีระพงศ์ เด็กวัด[3] มีผู้พบร่างผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 สิงหาคม 1991[4][5] โดยผู้พบศพคือ ฉวี บอร์เดอร์ คนครัวรับจ้างของวัด และ เปรมจิตร แฮทช์ ชาวไทยในแอริโซนา[6]

เหยื่อทั้งเก้าถูกยิงเข้าด้านหลังของศีรษะ และศพถูกนำเรียงกันเป็นรูปวงกลม[7]

การสืบสวน[แก้]

การจับกุมในขั้นต้น[แก้]

หลังเกิดเหตุ ชายสี่คนจากทูซอน ได้แก่ ลีโอ บรูซ (Leo Bruce), มาร์ก นูเนซ (Mark Nunez), ดันเท พาร์เคอร์ (Dante Parker) และวิกเตอร์ เซเรท (Victor Zerate) ถูกจับกุม ต่อมาจึงพบว่าทั้งหมดถูกจับกุมเนื่องจากไมค์ แมคกรอว (Mike McGraw) ผู้ป่วยโรงพยาบาลจิตเวชในทูซอนโทรหาผู้สืบสวนในมณฑลแมริโคปาแจ้งอ้างว่าเขารู้ว่าใครเป็นผู้ก่อการ[8] ทั้งสี่ถูกหน่วงเหนี่ยวไว้เกือบ 13 ชั่วโมงจนทั้งหมดยอมรับสารภาพในจดหมาย[6] ยกเว้นหนึ่งคน คือเซเรท (Zerate) ยืนยันความบริสุทธิ์จนถูกปล่อยตัวในเวลาถัดมาภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับวิดีโอยืนยันว่าเขาทำงานอยู่ในการแข่งขันวิ่งแข่งสุนัขห่างไปหลายร้อยไมล์จากที่เกิดเหตุในเวลาเมื่อเกิดเหตุ[9]

ท้ายที่สุดจึงพบว่าอาวุธที่ใช้ไม่เป็นของใครทั้งสิ้น[8] ทั้งสี่ต่อมาถูกเรียกขานโดยสื่อว่า "Tucson Four" (สี่สหายทูซอน)[10] และถูกปล่อยตัว การจับกุมรอบนี้นำไปสู่ข้อถกเถียงในสังคมในเวลาต่อมา[2]

การจับกุมครั้งหลัง[แก้]

ตำรวจพบอาวุธปืนไรเฟิล .22-คาลิเบอร์ เป็นของบุคคลวัย 16 ปี ในรถของเพื่อนวัย 17 ปี โจนาธาน ดูดี (Johnathan Doody) ชาวไทยโดยกำเนิดจากจังหวัดนครนายก ประเทศไทย[11] การค้นพบนี้นำไปสู่การสอบสวนดูดีและแอลเลสซานโดร การ์เซีย (Allessandro Garcia) วัย 16 ปี[12] การ์เซียอ้างว่าตนและดูดีเดินทางไปวัดพร้อมปืนไรเฟิล .22-คาลิเบอร์ และปืนพก 20-เกจของเขา ก่อนปล้นเงินราว 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ และอุปกรณ์ A/V บางส่วน การ์เซียอ้างว่าดูดีเกิดตกใจกลัวเพราะคิดว่าหนึ่งในพระสงฆ์ในวัดขณะถูกปล้นจำเขาได้ว่าเป็นพี่/น้องชายของผู้ไปวัด จากนั้นจึงยิงเหยื่อทั้ง 9 รายเข้าในศีรษะด้วยปืนไรเฟิล ส่วนการ์เซียยิง 4 ร่างอีกครั้งเข้าในช่วงอก[3][13] การ์เซียยังระบุว่าทั้งหมดเป็นไปตามแผน และได้คิดมาแล้วว่าจะไม่ให้เหลือผู้เห็นเหตุการณ์[13]

การดำเนินการทางกฎหมาย[แก้]

ทั้งคู่ถูกตัดสินด้วยความผิดโจรกรรมด้วยอาวุธ และ ฆาตกรรม การ์เซียสารภาพผิดในปี 1993 เพื่อให้รอดจากโทษประหารชีวิต[14]

ส่วนดูดีผ่านการอุทธรณ์จนสิ้นสุดในการตัดสินคดีครั้งที่สามในเดือนมกราคม 2014 ว่ามีความผิดจริงทุกสถาน รวมถึงฆาตกรรม 9 กระทง โดยคณะตุลาการอ้างคำสารภาพของการ์เซียและหลักฐานตามสภาพแวดล้อม ดูดีถูกตัดสินจำคุก 281 ปี[15] ปัจจุบันเขาถูกจำคุกอยู่ที่คุกรัฐแอริโซนาที่ฟลอเรนซ์[16] และไม่สามารต้องโทษประหารชีวิตเนื่องจากอายุเมื่อก่อเหตุคือ 17 ปี[6] ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญว่าด้วยการห้ามโทษประหารชีวิตแก่ผู้อายุต่ำกว่า 18 ปีตามในคำตัดสินของศาลสูงในคดีความโรเปอร์และไซเมินส์

งานเขียน[แก้]

  • Stuart, Gary L. (2010). Innocent Until Interrogated: The True Story of the Buddhist Temple Massacre and the Tucson Four. Tucson, Arizona: The University of Arizona Press. ISBN 978-0-8165-2924-7. สืบค้นเมื่อ August 16, 2020.

อ้างอิง[แก้]

  1. Vandell, Perry (August 20, 2018). "27 years later, Waddell Buddhist temple commemorates victims of 1991 temple massacre". The Arizona Republic. สืบค้นเมื่อ August 15, 2020.
  2. 2.0 2.1 Martin, Philip (December 11, 1991). "The Sheriff's Suspects". Phoenix New Times. สืบค้นเมื่อ August 15, 2020.
  3. 3.0 3.1 Michael Kiefer (January 23, 2014). "Jurors find Johnathan Doody guilty in Buddhist temple massacre". azcentral/ The Arizona Republic. สืบค้นเมื่อ June 19, 2015.
  4. Laurie Merrill, Miguel Otarola (October 24, 2013). "Judge declares mistrial in temple killings retrial of Johnathan Doody". azcentral/ The Arizona Republic. สืบค้นเมื่อ June 19, 2015.
  5. Teen-ager convicted in Buddhist temple massacre, The Day (July 13, 1993).
  6. 6.0 6.1 6.2 Enea, Joe (August 8, 2016). "Old Time Crime: Two teenagers held responsible for a mass murder that caused international outrage". KNXV-TV. สืบค้นเมื่อ August 15, 2020.
  7. "Johnathan Doody who killed nine people, including six monks and a nun at a Phoenix temple gets 249 years in prison". News.com.au. Associated Press. March 15, 2014. สืบค้นเมื่อ August 15, 2020.
  8. 8.0 8.1 Hermann, William (August 14, 2011). "Valley Buddhist temple massacre has had lasting impact". The Arizona Republic. สืบค้นเมื่อ August 16, 2020.
  9. Stuart 2010, p. 121.
  10. "Innocent Until Interrogated". The University of Arizona Press. สืบค้นเมื่อ August 16, 2020.
  11. Stuart 2010, p. 258.
  12. Profile - Allessandro Garcia, MUGSHOTS.COM. Retrieved January 11, 2017.
  13. 13.0 13.1 Laughlin Laura (January 7, 1993). "Youth Pleads Guilty to Buddhist Massacre : Murder: He agrees to testify against accomplice in deal that spares him the death penalty. Slayings in Phoenix temple had been well-planned". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ June 19, 2015.
  14. Egeland, Alexis (August 6, 2016). "On the 25th anniversary of infamous Buddhist temple murders, community honors victims". The Arizona Republic. สืบค้นเมื่อ August 16, 2020.
  15. David Schwartz (March 14, 2014). "Arizona man gets nine life terms for Buddhist temple murders". Reuters. สืบค้นเมื่อ June 19, 2015.
  16. "Inmate Datasearch". 2014-04-12.

พิกัดภูมิศาสตร์: 33°31′50″N 112°25′47″W / 33.53064°N 112.42979°W / 33.53064; -112.42979