การพายเรือมังกรของผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การพายเรือมังกรของผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมในรัฐแคลิฟอร์เนีย

การพายเรือมังกรของผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านม (อังกฤษ: Breast cancer survivors' dragon boating) เป็นความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการวิจัยโดยดอน แมคเคนซี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาชาวแคนาดา โดยเป็นกิจกรรมที่ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมร่วมกันพายเรือมังกรเพื่อประโยชน์ของสุขภาพร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเธอ ที่ได้รับการสนับสนุนในระดับสากลโดยคณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศ (IBCPC) ซึ่งเป็นสมาชิกของสหพันธ์เรือมังกรนานาชาติ

ผลงานวิจัย[แก้]

ผลงานของโดนัลด์ คริสโฮล์ม ("ดอน") แมคเคนซี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาของแคนาดาที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย, ศาสตราจารย์ในสำนักวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว[1] และผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาอัลลัน แมคกาวิน[2] โดยใน ค.ศ. 1998 เอกสารในวารสารสมาคมการแพทย์แห่งประเทศแคนาดา แมคเคนซีได้อธิบายว่าในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 เขาได้เริ่มก่อตั้งทีมเรือมังกรสำหรับผู้หญิงที่มีประวัติมะเร็งเต้านม ซึ่งผู้หญิงเหล่านี้เลือกที่จะใช้ชื่ออะเบร็ซท์อินอะโบท (Abreast in a Boat)[3] เขาเชื่อว่ากิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านม เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงในสภาพแวดล้อมที่สนุกสนานรวมทั้งการสนับสนุนทางสังคม[3]

เอกสารของเขา[3] สรุปไว้ว่า:

โครงการอะเบร็ซท์อินอะโบทสำคัญอย่างไร ? มันเป็นแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยผู้หญิงที่เป็นโรค ซึ่งพยายามชักจูงผู้หญิงคนอื่น ๆ และนำเสนอข่าวสารแห่งความหวังตลอดจนการสนับสนุน อันเป็นการช่วยเปลี่ยนทัศนคติต่อ "ชีวิตหลังมะเร็งเต้านม" และกระตุ้นให้ผู้หญิงมีชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งนับเป็นการสร้างความแตกต่าง

ใน ค.ศ. 2001 แมคเคนซีได้รับบําเหน็จเหรียญเกียรติคุณผลงานดีเด่นสำหรับงานของเขากับอะเบร็ซท์อินอะโบท คำกล่าวขวัญจบลงด้วยคำพูด: "ความสำเร็จที่โดดเด่นของเขา เสริมด้วยคำแนะนำและความห่วงใยของเขา ได้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมทั่วประเทศแคนาดา รวมทั้งเส้นชีวิตเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้น"[4]

งานวิจัยที่ตีพิมพ์โดยมิทเชลล์และคณะ ได้สรุปว่า: "ข้อมูลการสัมภาษณ์สนับสนุนสมมติฐานที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ว่าการพายเรือมังกรเป็นพาหนะสำหรับการพัฒนาสุขภาพของสตรี รวมทั้งคุณภาพชีวิตหลังการรักษา"[5]

รอบโลก[แก้]

คณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศ (IBCPC) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา ซึ่งอธิบายตัวเองว่า: "องค์การร่มระดับนานาชาติที่มีหน้าที่สนับสนุนการจัดตั้งทีมเรือมังกรมะเร็งเต้านม ภายใต้กรอบของการมีส่วนร่วมและการไม่แบ่งแยก เราสนับสนุนการพัฒนาการพายเรือมังกรเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อสนับสนุนรูปแบบชีวิตที่มีสุขภาพดีสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม"[6] คณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศเป็นสมาชิกสมทบของสหพันธ์เรือมังกรนานาชาติ (IDBF) ซึ่งคณะกรรมการปกครองระดับโลกสำหรับการพายเรือมังกร และประธานคณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศเป็นสมาชิกของสภาสหพันธ์เรือมังกรนานาชาติ[ต้องการอ้างอิง]

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 คณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศมีสมาชิกทั้งหมด 116 กลุ่มใน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย (29 กลุ่ม), แคนาดา (41 กลุ่ม), ไอร์แลนด์ (1 กลุ่ม), อิตาลี (5 กลุ่ม), นิวซีแลนด์ (7 กลุ่ม), สิงคโปร์ (1 กลุ่ม), แอฟริกาใต้ (1 กลุ่ม) สหราชอาณาจักร (7 กลุ่ม) และสหรัฐ (24 กลุ่ม)[7] ครั้นภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2020 มี 236 ทีมใน 29 ประเทศ รวมถึง 57 ทีมในสหรัฐ, 56 ทีมในแคนาดา และสโมสรเดียวในฟีจีและกาตาร์[8]

เทศกาลเรือมังกร[แก้]

คณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศสนับสนุนการแข่งเรือมังกรทุก ๆ สี่ปี:[9]

ประเทศออสเตรเลีย[แก้]

การแข่งความเร็วเรือมังกรสำหรับผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้รับการแนะนำให้รู้จักต่อประเทศออสเตรเลียโดยมิเชล ฮันตัน โอเอเอ็ม ซึ่งมีต้นกำเนิดในเมืองดาร์วินเมื่อ ค.ศ. 1998[10]

สำนักงานใหญ่ของดรากอนส์อะเบรสต์ออสเตรเลียตั้งอยู่ที่บริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ และเป็นองค์การการกุศลที่ได้รับการจดทะเบียน[11] ดรากอนส์อะเบรสต์ออสเตรเลีย ลิมิเต็ด (DAA) เติบโตจนกลายเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมในในประเทศออสเตรเลีย และเป็นสมาชิกของสหพันธ์เรือมังกรประเทศออสเตรเลีย รวมถึงคณะกรรมการฝีพายมะเร็งเต้านมระหว่างประเทศ โดยสมาชิกได้นำชุดของหลักการชี้นำร่วมกัน ตลอดจนยึดมั่นในปรัชญาของการมีส่วนร่วมและการไม่แบ่งแยกมาใช้[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. "School of Kinesiology: Don McKenzie". University of British Columbia. สืบค้นเมื่อ 8 July 2012.
  2. "Allan McGavin Sports Medicine Centre: People". University of British Columbia. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-10-10. สืบค้นเมื่อ 8 July 2012.
  3. 3.0 3.1 3.2 McKenzie, Donald C. (August 1998). "Abreast in a Boat – a race against breast cancer" (PDF). Canadian Medical Association Journal. 159: 376–378. สืบค้นเมื่อ 19 June 2012.[ลิงก์เสีย]
  4. "Dr. Donald Chisholm McKenzie, M.S.M." Meritorious Service Decorations (civilian division). Governor General of Canada. สืบค้นเมื่อ 19 June 2012.
  5. Mitchell, Terry L.; Yakiwchuk, Christine V.; Griffin, Kara L.; Gray, Ross E.; Fitch, Margaret I. (January 2007). "Survivor dragon boating: a vehicle to reclaim and enhance life after treatment for breast cancer". Health Care for Women International. Taylor and Francis. 28 (2): 122–140. doi:10.1080/07399330601128445.CS1 maint: ref=harv (link)
  6. "Home page". International Breast Cancer Paddlers' Commission. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 18 June 2012. สืบค้นเมื่อ 8 July 2012.
  7. "Members". International Breast Cancer Paddlers' Commission. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 7 September 2011. สืบค้นเมื่อ 1 January 2020.
  8. "Members". International Breast Cancer Paddlers' Commission. สืบค้นเมื่อ 1 January 2020.
  9. "The International Breast Cancer Paddlers Commission's Dragon Boat Festival is coming to Sarasota in 2014!". June 22, 2013. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ February 1, 2015. สืบค้นเมื่อ February 1, 2015.
  10. "About us: History". Dragons Abreast Australia. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2 May 2013. สืบค้นเมื่อ 5 June 2013.
  11. "About Us". Dragons Abreast Australia. สืบค้นเมื่อ 5 June 2013.
  12. "History of Dragons Abreast". Dragons Abreast Australia. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2 May 2013. สืบค้นเมื่อ 5 June 2013.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]