โลภะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ส่วนหนึ่งของ
ศาสนาพุทธ

Dhamma Cakra.svg สถานีย่อย


Dharmacakra flag (Thailand).svg
ประวัติศาสนาพุทธ

ศาสดา

พระโคตมพุทธเจ้า
(พระพุทธเจ้า)

จุดมุ่งหมาย
นิพพาน
พระรัตนตรัย

พระพุทธ · พระธรรม · พระสงฆ์

ความเชื่อและการปฏิบัติ
ศีล (ศีลห้า) · ธรรม (เบญจธรรม)
สมถะ · วิปัสสนา
บทสวดมนต์และพระคาถา
คัมภีร์และหนังสือ
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก
หลักธรรมที่น่าสนใจ
ไตรลักษณ์ · อริยสัจ ๔ · มรรค ๘
· ปฏิจจสมุปบาท · มงคล ๓๘
นิกาย
เถรวาท · มหายาน · วัชรยาน
สังคมศาสนาพุทธ
ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน
การจาริกแสวงบุญ
พุทธสังเวชนียสถาน ·
การแสวงบุญในพุทธภูมิ
ดูเพิ่มเติม
อภิธานศัพท์ศาสนาพุทธ
หมวดหมู่ศาสนาพุทธ

โลภะ แปลว่า ความโลภ ความอยากได้ เป็นเป็นกิเลสอย่างหนึ่งในบรรดากิเลสใหญ่ 3 อย่างคือ โลภะ โทสะ โมหะ

โลภะ เกิดจากตัณหาคือความทะยานอยากได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตหิวโหยอยากได้ เกิดความดิ้นรน อยู่ไม่เป็นสุข หากหยุดยั้งไม่ได้ก็จะเป็นต้นเหตุให้ดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่อยากได้มาสนองความต้องการ หรือเมื่อไม่ได้โดยวิธีชอบธรรมก็นำให้ไปทำความชั่วความไม่ดีงามต่างๆ เช่น ลักขโมย ทุจริต คอรัปชั่น โกง ปล้น จนถึงฆ่าคนตาย

โลภะ เป็นอันตรายแก่ธรรมทั้งปวง คือเป็นตัวทำลายศีลธรรม มโนธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม สามัคคีธรรม ยุติธรรมและธรรมชาติ

โลภะ ละได้ด้วยการให้ทาน การเสียสละ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันในทางที่ชอบ[1]


กลุ่มโลภะ ธรรมฝ่ายชั่วนี้มี 3 อย่าง คือ

  • โลภะ เป็นความอยากได้ ยินดี ติดใจ ในอารมณ์ต่างๆ ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์
  • ทิฏฐิ เป็นธรรมชาติที่เห็นผิด
  • มานะ เป็นความอวดดื้อถือตัว[2]

ความโลภ กับ ความเป็นไป มักสัมพันธ์กันเสมอ การไม่รู้ถึงความจริงระยะไกลคือสิ่งที่สร้างสภาพแวดล้อมให้ตนเองนั้นตกอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นเสมอ หากคนช่างสังเกต เห็นคนในชุมชนเมือง กับ คนที่อยู่ตามชนบท มีความแตกต่างกันทางด้านจิตใจ และ ความรู้ในเนื้อหาตามตำรา และอีกหลาย ๆ อย่างทางพฤติกรรมที่จะดูออกซึ่งกันและกันได้เป็นส่วนมาก สัตว์ที่ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว และ สัตว์นั้นเองรับรู้ได้ว่าสิ่งนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้ในหลาย ๆ อย่าง การให้ความสำคัญจึงค่อย ๆ แฝงลึกเข้าไปในจิตใจเมื่อถูกผ่านกาลเวลาในทัศนคติอย่างเดียวนี้ จึงเป็นทัศนคติที่ฝังรากลึก ในจิตใจของเขา ความเห็นในความเป็นจริงหลายอย่างจึงถูกปิดกั้น จากความต้องการของเขาเองซึ่งเกิดจากทัศนคติที่ฝังรากลึกไปแล้วนั้น และ เมื่อพฤติกรรมพื้นฐานคือ ความต้องการ ความอยู่รอด การมีชีวิตอยู่ นั้นตกอยู่ภายใต้ทัศนคติที่ฝังรากลึกนี้ ความคิด ความเฉียบแหลมของสติปัญญา จึงมักโดดเด่นอยู่ไม่พ้นความต้องการของตนเอง คือ ไม่ว่าสัตว์เหล่านั้นจะมีสติปัญญาที่แตกต่าง มากน้อยกันเพียงไร หากตนเองไม่พ้น ในทัศนคตินี้ ไม่รู้ตนว่ากำลังตกอยู่ในการครอบงำอย่างนี้ ธรรมชาติจะสร้างความรู้สึกหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นำของความคิดทั้งหมดในสัตว์นั้น ๆ คือ สิ่งที่เราเรียกกันว่า "ความโลภ" ทุกสิ่งล้วนมีต้นตอในการเกิดขึ้น ข้อความนี้เป็นเพียงส่วนมากที่ ความโลภนี้จะเกิดขึ้นได้ และสามารถตอบเหตุผลได้ว่า ทำไม ความโลภจึงเกิดในสัตว์ที่เรียกว่ามนุษย์ได้มากกว่า สัตว์อื่น เพราะการดำรงชีวิตของสัตว์อื่น นั้นแตกต่างจากมนุษย์ ตั้งแต่การหากิน ซึ่งสัตว์อื่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่ได้หากินด้วย สถานที่เดิมตลอดเวลา ถึงจะเป็นสถานที่เดิม ก็ไม่ใช่ตำแหน่งเดิม วิธีเดิม สถานการณ์เดิม ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนว่าไม่มากมายนี้ เมื่อนำมาเทียบกับมนุษย์ กำหนดระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็จะมีความแตกต่างกันมาก นั่นทำให้สัตว์เหล่านั้นไม่มีทัศนคติทางด้านความจำเป็นในสิ่งใดสิ่งเดียวเกิดขึ้นในความคิดของมัน เมื่อการดำรงชีวิตของมันเป็นส่วนในการไม่ให้เกิดความโลภของมันเองโดยไม่รู้ตัว สถานการณ์ทางธรรมชาติที่จะก่อให้เกิดขึ้นจึงเกิดขึ้นได้น้อย ทั้งนี้ หัวใจสำคัญนั้นไม่จำเป็นว่าเรื่องการอยู่ที่ใดที่เดียว หรือ สภาพแวดล้อมนั้นจะเป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว ธรรมชาติ ให้สติปัญญาของสัตว์ที่อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารนี้ไว้มากกว่าสัตว์อื่น ไม่ใช่หรือ..

Einstinjunior

อ้างอิง[แก้]

  1. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548
  2. พระปราโมทย์ ปาโมชฺโช. วิมุตฺติมรรค. (กรุงเทพฯ : ธรรมดา, 2549), หน้า 24