มะเร็ง
| มะเร็ง (Cancer) |
|
|---|---|
| เมื่อเซลล์ปกติเสียหาย หรือแก่ตัวลง เซลล์จะผ่านกระบวนการตาย (Apoptosis) แต่เซลล์มะเร็งจะไม่ยอมผ่านกระบวนการนี้ | |
| การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น | |
| DiseasesDB | 28843 |
| MedlinePlus | 001289 |
| MeSH | D009369 |
มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เซลล์เจริญ(แบ่งตัว) อย่างผิดปกติ การที่เซลล์เปลี่ยนสภาพไปจากปกติจะไม่อยู่ในการควบคุมวัฏจักรการแบ่งตัว รุกรานเนื้อเยื่อข้างเคียง หรืออาจแพร่กระจายไปยังที่อื่น ๆ (การแพร่กระจายของเนื้อร้าย) ลักษณะทั้งสามประการที่กล่าวมานี้เป็นคุณสมบัติของเนื้อร้ายซึ่งต่างจาก เนื้องอก ซึ่งไม่ร้ายแรงเพราะไม่รุกรานหรือแพร่กระจาย และขนาดจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มะเร็งทั้งหมดยกเว้นมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อ
มะเร็งเกิดขึ้นได้โดยสารพันธุกรรมหรือยีนซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์ผิดปกติไป โดยที่ความผิดปกติของสารพันธุกรรมนั้นเป็นผลมาจากสารก่อมะเร็ง อาทิ ยาสูบ ควัน รังสี สารเคมีอย่างอื่น หรือ เชื้อโรค ยีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งอาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่จำเพาะเจาะจงระหว่างการทำสำเนาของดีเอ็นเอ หรืออาจถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ซึ่งสามารถตรวจพบได้ในทุกเซลล์หลังจากคลอด การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของมะเร็งนั้นได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอย่างอื่นๆ ด้วย
จากการศึกษา พบว่าผู้หญิงวัยกลางคนในอังกฤษราว 6,000 คน เป็นมะเร็งมากขึ้นทุกปี สาเหตุมาจากความอ้วน โดยพบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำหนักกับโอกาสเสี่ยงที่เป็นมะเร็งนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้หญิงด้วย และทางกองทุนวิจัยมะเร็งโลก ประกาศเตือนว่า ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง ดังต่อไปนี้ คือ มะเร็งมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งที่ไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งทรวงอก มะเร็งไขกระดูก มะเร็งที่ตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิ้น และมะเร็งรังไข่ [1]
มะเร็งกำเนิดจากเซลล์ร่างกายที่สามารถแบ่งเซลล์ได้วิวัฒนาการจนไม่สามารถควบคุมได้ มีกระบวนการวิวัฒนาการโดยการเปลี่ยนแปลงของโครโมโซมนั้นๆทำให้ผลิตเอนไซม์มาสร้างเทโลเมียร์ในเซลล์อย่างไม่หมดสิ้นทำให้เซลล์ไม่สามารถหยุดแบ่งเซลล์ได้
เกร็ด: เทโลเมียร์ของมนุษย์เปรียบเหมือนนาฬิกาทีนับถอยหลังไปเรื่อยๆ ซึ่งในขณะนั้นเซลล์ร่างกายยังสามารถแบ่งเซลล์ต่อไปโดยเทโลเมียร์จะหดสั้นลงเรื่อยๆ และเมื่อสายเทโลเมียร์หมดก็จะทำให้เซลล์ร่ายกายหยุดแบ่งตัวทำให้มนุษย์ต้องหยุดเจริญเติบโต แต่เทโลเมียร์ของเซลล์มะเร็งไม่หดสั้นลงอีกทั้งเติบโตโดยไม่สามารถหยุดยั้ง
เนื้อหา |
มะเร็งในประเทศไทย [แก้]
ในปี พ.ศ. 2549 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 66,000 ราย โดยในผู้ชายพบมะเร็งปอดมากที่สุด 5,535 ราย รองลงมาคือโรคมะเร็งตับ ส่วนผู้หญิงพบมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด 1,484 ราย รองลงมาคือ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม[2]
ในปี พ.ศ. 2553 สถิติมะเร็งที่พบมากที่สุด 10 อันดับแรกในประเทศไทย
| อันดับ | โรคมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย | จำนวน(%) | โรคมะเร็งที่พบบ่อยในเพศหญิง | จำนวน(%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Trachea, Bronchus, Lung หลอดลม, ปอด |
23.6 | Breast เต้านม |
47.8 |
| 2 | Colon, Rectum ลำไส้ใหญ่ |
21.5 | Cervix uteri คอมดลูก |
16.2 |
| 3 | Liver, Bile ducts ตับ, ท่อน้ำดี |
17.3 | Colon, Rectum ลำไส้ใหญ่ |
10.4 |
| 4 | Esophagus หลอดอาหาร |
8.2 | Trachea, Bronchus, Lung หลอดลม, ปอด |
7.1 |
| 5 | Nasopharynx คอหอยส่วนจมูก |
6.6 | Corpus uteri มดลูก |
4.0 |
| 6 | Non-Hodgkin lymphoma มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายเร็ว |
6.4 | Ovary รังไข่ |
4.0 |
| 7 | Tongue ลิ้น |
4.8 | Liver, Bile ducts ตับ |
3.5 |
| 8 | Mouth ปาก |
4.5 | Thyroid ไทรอยด์ |
2.6 |
| 9 | Larynx กล่องเสียง |
3.7 | Non-Hodgkin lymphoma มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายเร็ว |
2.4 |
| 10 | Stomach กระเพาะอาหาร |
3.6 | Stomach กระเพาะอาหาร |
2.0 |
โภชนาการกับโรคมะเร็ง [แก้]
การกินและพฤติกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เป็นอย่างมาก อาหารบางประเภท มีสารที่ต้านอนุมูลอิสระได้สูงและป้องกันการเกิดมะเร็งได้ดี เราเรียกอาหารประเภทนี้ว่า อาหารต้านมะเร็ง [4] โดย บรอกโคลี, อโวคาโด , แครอท, ฯลฯ เป็นหนึ่งในอาหารต้านมะเร็งที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป
จากการศึกษาพบว่า อาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์ กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50% แต่ในขณะเดียวกันอาหารประเภทพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และ เครื่องเทศต่างๆ ก็มี คุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลัก โภชนาการ จึงเป็นหนทางหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้
| การปฏิบัติ | ป้องกันโรค |
|---|---|
| รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่าำปลี, กะหล่ำดอก, ผักคะน้า, หัวผักกาด, บรอคโคลี่ | เพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่, ลำไส้ส่วนปลาย, กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ |
| รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก, ผลไม้, ข้าว, ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ | เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ |
| รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผัก ผลไม้สีเขียว-เหลือง | เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอด |
| รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ | เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร |
| ควบคุมน้ำหนักตัว | โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งมดลูก, ถุงน้ำดี, เต้านม และลำไส้ใหญ่ การออกกำลังกายและการลดรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง จะช่วยป้องกันมะเร็งเหล่านี้ได้ |
อาหารที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง
- อาหารที่มีราขึ้นโดยเฉพาะราสีเขียว-สีเหลือง
- อาหารไขมันสูง
- อาหารเค็มจัด ส่วนไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือ ดินประสิว[6]
ดูเพิ่ม [แก้]
- การวิจัยมะเร็ง (Cancer research)
- สารก่อมะเร็ง (Carcinogen)
- มะเร็งเต้านม (Breast cancer)
- มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
อ้างอิง [แก้]
ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ภูมิคุ้มกันต่อต้านเซลล์มะเร็ง [1]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- มะเร็งที่พบบ่อย
- สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง สาระความรู้คู่สุขภาพ
