โดเมนีโก กีร์ลันดาโย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โดเมนีโก กีร์ลันดาโย
Cappella dei magi, primo autoritratto di benozzo gozzoli.jpg
"ชายชรากับหลาน"[1] (An Old Man and His Grandson) วาดราว ค.ศ. 1490 ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ชื่ออื่น โดเมนีโก ดี ตอมมาโซ กูร์ราดี ดี ดอฟโฟ บีกอร์ดี
วันเกิด ราว ค.ศ. 1449
วันเสียชีวิต 11 มกราคม ค.ศ. 1494
เชื้อชาติ อิตาลี
สาขา จิตรกรรม
ประเภทงาน จิตรกรรมฝาผนัง
ยุค เรอเนซองส์
งานสำคัญ จิตรกรรมฝาผนังภายในชาเปลซาสเซ็ตติ
อิทธิพลต่อ มีเกลันเจโล

โดเมนีโก กีร์ลันดาโย (อิตาลี: Domenico Ghirlandaio) หรือ โดเมนีโก ดี ตอมมาโซ กูร์ราดี ดี ดอฟโฟ บีกอร์ดี (Domenico di Tommaso Curradi di Doffo Bigordi; ค.ศ. 1449 - 11 มกราคม ค.ศ. 1494) เป็นจิตรกรสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาคนสำคัญของประเทศอิตาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนจิตรกรรมฝาผนัง และการเขียนด้วยสึฝุ่นบนไม้ โดเมนีโกเป็นจิตรกรร่วมสมัยกับซันโดร บอตตีเชลลี และฟิลิปปินโน ลิบปี และมีลูกศิษย์หลายคนรวมทั้งมีเกลันเจโล

ชีวิตเบื้องต้น[แก้]

จากชื่อเต็ม "โดเมนีโก ดี ตอมมาโซ กูร์ราดี ดี ดอฟโฟ บีกอร์ดี" ทำให้สันนิษฐานได้ว่าพ่อของโดเมนีโกชื่อ กูร์ราดี และปู่ชื่อ บีกอร์ดี โดเมนีโกเป็นลูกคนโตที่สุดในบรรดาพี่น้องแปดคน เมี่อเริ่มแรกโดเมนีโกฝึกงานกับช่างอัญมณี หรือช่างทองซึ่งอาจจะเป็นพ่อของโดเมนีโกเอง ชื่อสร้อย "อิลกีร์ลันดาโย" หมายความว่าผู้ทำสร้อยประดับคอและไหล่ มาจากพ่อเป็นผู้ตั้งให้เอง ซึ่งคงเป็นเพราะโดเมนีโกมีฝีมือดีในการทำสร้อยประดับจากโลหะที่ผู้หญิงชาวฟลอเรนซ์สวม เมื่อโดเมนีโกยังทำงานอยู่ในร้านของพ่อก็ได้วาดภาพเหมือนของผู้เดินผ่านหน้าร้าน ต่อมาโดเมนีโกก็ได้ไปฝึกงานการเขียนภาพและงานโมเสกกับอาเลสซีโอ บัลโดวีเนตตี (Alessio Baldovinetti)

งานชิ้นแรกที่ฟลอเรนซ์ โรม และซานจีมิญญาโน[แก้]

ภาพเหมือนของสตรีสาว

ในปี ค.ศ. 1480 โดเมนีโก กีร์ลันดาโยเขียนภาพ "นักบุญเจอโรมในห้องทำงาน" และจิตรกรรมฝาผนังที่วัดออญญิสซันตีที่ฟลอเรนซ์ และภาพเขียน "พระกระยาหารมื้อสุดท้าย" ขนาดเท่าคนจริงในโรงฉัน ระหว่างปี ค.ศ. 1481 ถึงปี ค.ศ. 1485 ก็ได้รับงานเขียนจิตรกรรมฝาผนังในห้อง "Sala dell Orologio" ที่ วังเวคคิโอ นอกจากนั้นก็ยังเขียนภาพ "ความประเสริฐของนักบุญเซโนเบียส" (Apotheosis of St. Zenobius) ซึ่งเป็นภาพขนาดใหญ่กว่คนจริงที่ตกแต่งล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรม, รูปปั้นวีรบุรุษโรมัน และรายละเอียดอื่นๆ งานชิ้นนี้เป็นงานที่ทำให้เห็นฝีมืองานของกีร์ลันดาโยทั้งในด้านโครงสร้างและองค์ประกอบ

ในปี ค.ศ. 1483 กีร์ลันดาโยก็ถูกเรียกตัวไปโรมโดยพระสันตะปาปาซิกส์ตัสที่ 4เพื่อให้ไปเขียนภาพ "พระเยซูเรียกตัวปีเตอร์และแอนดรูว์มาให้เป็นสาวก" บนผนังของชาเปลซิสติน แม้ว่าจะทราบกันว่ากีร์ลันดาโยมีงานเขียนที่อื่นในโรมแต่ก็หายสาบสูญไป นอกจากนั้นกีร์ลันดาโยก็ยังเขียนภาพบนผนังภายในชาเปลเซนต์ฟินาที่วัดแห่งซานจีมิญญาโนเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1350 เซบาสเตียโน มาอินาร์ดิช่วยเขียนทั้งที่โรมและซานจีมิญญาโน

งานต่อมาในทัสกานี[แก้]

อาจจะเป็นภาพเหมือนตนเองในภาพ "การชื่นชมของแมไจ" ค.ศ. 1488 (ออสเปดาเล เดกลิ อินโนเซนติ, ฟลอเรนซ์

เมื่อกลับมาฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 85 กีร์ลันดาโยก็เขียนภาพชุด จิตรกรรมฝาผนังที่ชาเปลซาสเซ็ตติ (Sassetti Chapel) ในวัดซานตาทรินิตา สำหรับนายธนาคารและผู้อุทิศ ฟรานเชสโก ซาสเซ็ตติ (Francesco Sassetti) ผู้เป็นผู้จัดการผู้มีอำนาจของธนาคารเมดิชิที่เจนัว ตำแหน่งที่ จิโอวานนิ ทอร์นาบุโอนิ (Giovanni Tornabuoni) ผู้อุปถัมภ์คนต่อมาของกีร์ลันดาโยรับหน้าที่แทน กีร์ลันดาโยเขียนภาพหกฉากจากชีวประวัติของนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิรวมทั้งฉาก "นักบุญฟรานซิสได้รับการอนุมัติ "กฎของนักบุญฟรานซิส" จากพระสันตะปาปาโฮโนริอุสที่ 3"; "ความตายและงานศพของนักบุญฟรานซิส" และ "นักบุญฟรานซิสชุบชีวิต" ซึ่งเป็นภาพนักบุญฟรานซิสชุบชีวิตลูกของตระกูลสปินิที่ตกหน้าต่างตาย ฉากแรกมีภาพเหมือนของลอเรนโซ เดอ เมดิชิในภาพและฉากที่สามมีภาพเหมือนของตัวกีร์ลันดาโยเองในภาพ ภาพเหมือนตนเองอื่นๆ ก็มีที่วัดซานตามาเรียโนเวลลา และในภาพ "การชื่นชมของแมไจ" ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า ออสปิดาเล เดกลิ อินโนเซนติ (Ospedale degli Innocenti) ฉากแท่นบูชา "การชื่นชมของเด็กเลี้ยงแกะ" จากชาเปลซาสเซ็ตติปัจจุบันตั้งอยู่ที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฟลอเรนซ์

ทันทีที่ได้รับงานกีร์ลันดาโยก็ได้รับคำสั่งให้บูรณะจิตรกรรมฝาผนังภายในบริเวณร้องเพลงสวดในวัดซานตามาเรียโนเวลลาซึ่งเป็นชาเปลของตระกูลริชชิแต่ทอร์นาบุโอนิและพี่น้องในตระกูลเป็นผู้ที่มีอำนาจมากกว่าจึงได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบูรณะทั้งหมดแต่มีข้อแม้—ปัญหาการรักษาตราประจำตระกูลของตระกูลริชชิซึ่งกลายมาเป็นเรื่องฟ้องร้องที่ออกจะชวนหัว จิตรกรรมฝาผนังภายในชาเปลทอร์นาบุโอนิเขียนโดยกีร์ลันดาโยกับผู้ช่วยอีกหลายคน เขียนเป็นสี่ตอนบนผนังสามด้าน หัวเรื่องหลักที่เขียนก็เป็นประวัติของพระแม่มารีและนักบุญจอห์นแบ็พทิสต์ ซึ่งเป็นภาพเขียนที่มีความสำคัญไม่แต่ทางศิลปะแต่เป็นภาพเขียนที่มีภาพเหมือนของบุคคลสำคัญๆ ในสมัยนั้นหลายคน ซึ่งเป็นลักษณะการเขียนที่กีร์ลันดาโยมีความเชี่ยวชาญ

ภาพชีวิตของพระแม่มารีภายในชาเปลทอร์นาบุโอนิเป็นภาพที่แสดงให้เห็นชีวิตภายในเรือนของผู้ดีฟลอเรนซ์ในสมัยนั้นมากกว่าที่จะเป็นภาพที่แสดงเหตุการณ์มหัศจรรย์ทางคริสต์ศาสนา

ภาพเขียนชุดนี้มีภาพเหมือนของสมาชิกจากตระกูลทอร์นาบุโอนิไม่ต่ำกว่า 21 ภาพ ในภาพ "เทวดาปรากฏตัวต่อแซ็คคาไรส์" มีภาพเหมือนของ มาร์ซิลิโอ ฟิชิโน (Marsilio Ficino) นักการเมือง; ภาพ "นักบุญแอนน์และนักบุญเอลิซาเบธ" (Salutation of Anna and Elizabeth) มีภาพเหมือนของจิโอวานนา ทอร์นาบุโอนิซึ่งเดิมจอร์โจ วาซารีเชื่อว่าเป็นภาพจิเนฟรา เด เบนชิ (Ginevra de' Benci); ในภาพ "ขับนักบุญโยฮาคิมจากวัด" มีภาพเหมือนของเซบาสเตียโน มาอินาร์ดิและอเลสซิโอ บาลโดวิเน็ตติ (Alessio Baldovinetti) ภาพหลังนี้อาจจะเป็นภาพเหมือนของพ่อของกีร์ลันดาโย ชาเปลทอร์นาบุโอนิบูรณะเสร็จในปี ค.ศ. 1490 ฉากแท่นบูชาอาจจะทำโดยผู้ช่วยของน้องชายสองคนของกีร์ลันดาโยดาวิเด และ เบเนเด็ตโต ส่วนหน้าต่างทำตามแบบที่ออกโดยกีร์ลันดาโยเอง

วานชิ้นเด่นๆ ของกีร์ลันดาโยก็ได้แก่ฉากแท่นบูขา "นักบุญเซโนเบียส นักบุญจัสตัส และนักบุญอื่นๆ ชื่นชมพระแม่มารี" (Virgin Adored by Saints Zenobius, Justus and Others) ที่เขียนให้วัดเซนต์จัสตัสที่ในปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ยูฟิซิที่ฟลอเรนซ์; ภาพ "พระเยซูผู้ทรงเดชานุภาพกับโรมอลด์และนักบุญอื่นๆ" (Christ in Glory with Romuald and Other Saints) ที่โวลเทอรา; "การชื่นชมของแมไจ" (ค.ศ. 488) ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า ออสปิดาเล เดกลิ อินโนเซนติซึ่งอาจจะถือว่าเป็นงานจิตรกรรมแผงชิ้นที่ดีที่สุดของกีร์ลันดาโย; และ "พระแม่มารีเยี่ยมเอลิซาเบธ" (Visitation) ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ซึ่งเป็นงานลงวันที่สุดท้ายที่สุดของงานของกีร์ลันดาโย ในปีค.ศ. 1491 กีร์ลันดาโยไม่ค่อยเขียนภาพเปลือย แต่ภาพที่เขียนก็ได้แก่ "วัลคันและผู้ช่วยโยนสายฟ้า" (Vulcan and His Assistants Forging Thunderbolts) ที่เขียนให้ลอเรนโซที่ 2 ดยุคแห่งเออร์บิโน (Lorenzo II de' Medici, Duke of Urbino) แต่ภาพนี้สูญหายไป นอกจากงานเขียนแล้วก็ยังมีงานโมเสกที่ทำก่อน ค.ศ. 1491—โดยเฉพาะชิ้นที่ชื่อว่า "การประกาศของเทพ" ที่อยู่หน้าประตูมหาวิหารฟลอเรนซ์

ลักษณะงาน[แก้]

"การชื่นชมของนักบุญเซโนเบียส" (Apotheosis of St. Zenobius) ที่วังเวคคิโอ, ฟลอเรนซ์

องค์ประกอบของงานของกีร์ลันดาโยจะทั้งใหญ่โตแต่ก็ไม่ขาดความงดงามซึ่งเป็นแบบงานเขียนของคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่ค่อนข้างรัดตัว กีร์ลันดาโยออกจะมีความก้าวหน้าใช้การเล่นแสงเงา (chiaroscuro) ที่เหมือนแสงเงาจริงที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าภาพเป็นสามมิติและการเขียนแบบทัศนียภาพ ซึ่งทำจากสายตาเท่านั้นโดยไม่ได้ใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้าช่วยแต่อย่างใด แต่กีร์ลันดาโยมักจะถูกวิจารณ์เรื่องการใช้สีแต่ข้อวิจารณ์ไม่รวมไปถึงงานจิตรกรรมฝาผนังเท่าใดนักว่าเป็นสีที่แรงและสว่างอย่างหยาบงานจิตรกรรมฝาผนังเป็นงานที่เขียนแบบที่ชาวอิตาลีเรียกว่า "buon fresco" หรือ "จิตรกรรมฝาผนังแท้" โดยไม่ได้เพิ่มเติมด้วยสีฝุ่น ความแข็งของเส้นตัดขอบอาจจะเป็นเพราะกีร์ลันดาโยได้รับการฝึกมาทางช่างโลหะ วาซารีกล่าวว่ากีร์ลันดาโยเป็นจิตรกรคนแรกที่เลิกใช้การปิดทองแต่ความคิดเห็นอันนี้ก็ไม่จริงเสมอไป เช่นงาน "การชื่นชมของเด็กเลี้ยงแกะ" ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฟลอเรนซ์ตกแต่งด้วยเปลวทอง ภาพวาดและภาพร่างหลายชิ้นของกีร์ลันดาโยมีเส้นสายที่ลักษณะเด่นตรงที่เป็นธรรมชาติ

มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกีร์ลันดาโยก็คือได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้การศึกษาเบื้องต้นบางส่วนแก่มีเกลันเจโลแต่ก็เพียงไม่นาน ลูกศิษย์คนอื่นก็ได้แก่ ฟรานเชสโก กรานาคคิ (Francesco Granacci)

กีร์ลันดาโยเสียชีวิตจากการเป็นไข้ ร่างฝังไว้ที่วัดซานตามาเรียโนเวลลา กีร์ลันดาโยแต่งงานสองครั้งและมีลูกชายสามคนลูกสาวสามคน คนหนึ่งเป็นจิตรกรเช่นเดียกัน--ริดอลโฟ กีร์ลันดาโยมีผู้สืบเชื้อสายต่อมาหลายคนแต่ตระกูลมาสิ้นสุดลงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อสมาชิกคนสุดท้ายบวชเป็นพระ

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ โดเมนีโก เกอร์แลนเดา

สมุดภาพ[แก้]