โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โปสเตอร์ โดราเอมอนตอนล่าสุด โดราเอมอน ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ ภาคนี้เป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่มีผู้ชมมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีผู้ชมในโรงภาพยนตร์กว่า 100 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดตัวภาคแรกในปี 1980

โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ (อังกฤษ: Doraemon the movies) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวฉบับพิเศษ สร้างโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์โตโฮ แอนิเมชั่น สตูดิโอ พิคเจอร์ส เพื่อจัดฉายในโรงภาพยนตร์ปีละหนึ่งตอนในช่วงเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปี ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะทั้งนี้ใน พ.ศ. 2548 ยังมีการฉลองครบรอบ 25 ปีของการฉายโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์อีกด้วย และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้มีการฉาย โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะฉบับสร้างใหม่ โดยใช้ทีมนักพากย์ชุดใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นชุดที่พากย์เสียงให้กับ โดราเอมอนฉบับการ์ตูนทีวีสร้างใหม่ ที่กำลังออกอากาศทางโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้นยังมีการดัดแปลงผลิตออกเป็นฉบับหนังสือการ์ตูนด้วย ปัจจุบันมีการสร้าง โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ มาแล้วทั้งหมด 33 ตอน และมีการนำตอนเก่ามาสร้างใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา

เนื้อหา

ประวัติการฉายในประเทศไทย[แก้]

โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์นี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทย ตอนแรกคือ ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (Nobita's Dinosaur) นำเข้ามาฉายโดยไชโยภาพยนตร์ เริ่มรอบปฐมทัศน์ 2 โรงด้วยกันคือ โรงภาพยนตร์เมโทร และสามย่าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2525 หรือหลังจากประเทศญี่ปุ่น 2 ปี ซึ่งทางไชโยภาพยนตร์ใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนผจญไดโนเสา" ตามชื่อเรียกโดราเอมอนฉบับหนังสือการ์ตูน ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจในสมัยนั้น หลังจากเข้าฉายประมาณหนึ่งเดือน สามารถทำรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่น้อยในสมัยนั้น

ด้านหลังแฮนด์บิลภาพยนตร์โดเรม่อน ตอนผจญไดโนเสาร์

ต่อมาทางไชโยภาพยนตร์นำตอนที่สองของฉบับภาพยนตร์มาฉายคือ โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ โดยเข้าฉายหลังจากตอนแรกออกจากโรงภาพยนตร์ไปได้เพียงสัปดาห์เดียว ตอนนี้เข้าฉายในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2525 โดยตั้งชื่อตอนว่า "โดเรม่อนบุกพิภพอวกาศ" มีการเพิ่มโรงขึ้นอีก 2 โรงคือโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย และโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง แม้จะเข้าฉายในช่วงเวลาปิดเทอม และมีการเพิ่มโรง แต่รายได้กลับน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เหตุเพราะในช่วงเวลานั้น ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ได้เริ่มออกอากาศโดราเอมอนฉบับการ์ตูนทีวีแล้ว ทำให้ประชาชนไม่สนใจในการเข้าชมในโรงภาพยนตร์มากเท่าที่ควร[1]

หลังจากนั้นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ก็ไม่มีผู้จัดฉายในประเทศไทยอีกเลย แต่สามารถหาชมได้ในรูปแบบวิดีโอเทป หรือวีซีดีแทน จากนั้นใน พ.ศ. 2544 ทางวิจิตอลก็ได้จัดฉาย โดราเอมอนตอนตำนานสุริยกษัตริย์ ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโดราเอมอนอายุครบ 30 ปี ถือได้ว่าเป็นการกลับมาของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ที่จัดฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่ พ.ศ. 2525 หรือเป็นเวลาเกือบ 20 ปีทีเดียว

ในอีก 2 ปีให้หลัง ได้มีการเปลี่ยนผู้จัดฉายเป็นบริษัทดับบลิว พี เอ็ม ฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จัดฉายโดราเอมอนตอนโนบิตะและอัศวินแดนวิหค เข้าฉายในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2546 หลังจากนั้นก็ได้จัดฉายเป็นประจำเรื่อยมา

รายชื่อตอนของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์[แก้]

หมายเหตุ: ปี ค.ศ. (และปี พ.ศ.) ต่อท้ายชื่อตอน นับตามการออกฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่น

ผจญภัยไดโนเสาร์ (1980)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の恐竜; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Dinosaur
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พีสุเกะ ไดโนเสาร์พันธุ์ญี่ปุ่นที่โนบิตะไปขุดที่หน้าผาภูเขาหลังโรงเรียนมาเจอหินที่เหมือนไข่ไดโนเสาร์ โดราเอมอนเลยให้ใช้ผ้าคลุมกาลเวลา ย้อนไปเมื่อ 100 ล้านปีก่อน และเมื่อมันได้เติบโต ก็ได้ส่งให้พีสุเกะกลับไปในยุคโบราณ แต่พอตรวจดูลายละเอียดโดราเอมอนกับโนบิตะได้ส่งผิดทวีป จึงต้องไปยุคโบราณเพื่อหาพีสุเกะอีกครั้ง แต่ไทม์แมชชีนได้ขัดข้อง ไม่สามารถใช้การได้ เมื่อชายชุดดำนักล่าไดโนเสาร์ศตวรรษที่ 23 ได้ส่งลูกบอลตาดำไปสืบสวน รวมถึงเป็นไปไม่ได้ที่ไดโนเสาร์คอยาวเมื่อ 100 ล้านปีก่อนจะเชื่องกับมนุษย์ได้ ชายชุดดำนั้นต้องการที่จะจับตัวพีสุเกะไป แล้วไทม์แมชชีนใช้การไม่ได้แบบนี้ พวกโนบิตะจะหาหนทางกลับโลกปัจจุบันด้วยวิธีใดกัน พีสุเกะจะโดนจับตัวไปหรือไม่ ??

ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 1 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนผจญไดโนเสาร์" (สะกดตามต้นฉบับ)

โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนโนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙開拓史 ; ชื่อภาษาอังกฤษ: The Record of Nobita, Space blazer
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ โรพอล เด็กชายในอวกาศ วันหนึ่งเครื่องเกิดเสียระหว่างที่เดินทางกลับดาวบ้านเกิด เมื่อลองวาร์ป แล้ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างมิติ ที่เชื่อมโยงกับใต้เสื่อในห้องของโนบิตะ เมื่อหมดหนทางกลับบ้าน กลางดึกคืนนั้นเอง จามี่ สัตว์เลี้ยงของโรพอล ได้เปิดประตูข้ามมิติมาที่โลก จนเจอกับโนบิตะและโดราเอมอน โดราเอมอนจึงช่วยพากลับบ้าน แต่ทว่าบนดาวบ้านเกิดของโรพอลนั้น กลับมีเหล่าร้าย โจรโขมยแร่การ์ไทต์ โนบิตะและเพื่อน ๆ จึงต้องหาหนทาง ช่วยดาวดวงนี้ให้ได้

ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 2 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนบุกพิภพอวกาศ"

บุกดินแดนมหัศจรรย์ (ตะลุยแดนมหัศจรรย์) (1982)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนบุกดินแดนมหัศจรรย์
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の大魔境; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Haunts of Evil
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บุกดินแดนมหัศจรรย์ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เปโกะ ลูกสุนักจรจัดหลงทาง ที่โนบิตะบังเอิญพบเข้าและเก็บเอามาเลี้ยง เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทำให้ทุก ๆ คนอยากออกผจญภัย โดราเอมอนจึงพาทุกคนไปยังป่าลึกลับแถบแอฟริกาชื่อป่าเฮฟวีสโมคเกอร์ แต่ระหว่างทางกลับเจออุปสรรคมากมาย ทำให้ไจแอนท์หวาดกลัว จนไม่อยากเดินทางอีกแล้ว แต่ทว่าในคืนนั้น กลับมีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์มาบอกไจแอนท์ว่ามีสมบัติรออยู่และให้แผนที่ ทำให้ไจแอนท์บังคับให้ทุกคนเดินทางไปกันอีกครั้ง แต่เมื่อถึงที่หมาย กลับไม่เป็นเช่นอย่างที่ฝัน เปโกะกลับพูดได้และบอกว่าตัวเองเป็นรัชทายาท เจ้าชายตุงตัง ทายาทองค์ที่ 108 แห่งราชวงศ์บาวังโก และขอความช่วยเหลือโดราเอมอนให้ช่วยปราบ ดาบูรันด้า เพื่อทวงบัลลังก์คืน พร้อมกับปริศนาคำทำนาย คนต่างถิ่นทั้ง 10 คน
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 3 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525)

ตะลุยปราสาทใต้สมุทร (ผจญภัยใต้สมุทร) (1983)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยปราสาทใต้สมุทร
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の海底鬼岩城; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Castle of the Undersea Devil หรือ Nobita's Monstrous Underwater Castle
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การผจัญภัยใต้ทะเล เริ่มจากไจแอนท์และซูเนโอะ ได้ข่าวเรื่องการค้นพบทองในเรือปีศาจ จึงขอร้องโดราเอมอนไปเที่ยวใต้ทะเล โดราเอมอนจึงใช้ รถบัคกี้ (บัคกี้จัง) พาทัวร์ใต้ทะเล แต่ที่ใต้ทะเลนั้นเอง พวกโดราเอมอน ได้พบกับบุคคลลึกลับใต้ทะเล เอล ได้เล่าถึงอวสานของโลก เนื่องจากทวีปแอตแลนติส ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ด้วยการนำจาก“โพเซดอน” คอมพิวเตอร์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ทำลายโลก พวกโดราเอมอน จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งเอาไว้ให้ได้ เนื้อหาบางส่วนคล้ายตนเหล็ก 2029(1984)
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 4 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1983 (พ.ศ. 2526)

ตะลุยแดนปีศาจ (ท่องแดนเวทมนตร์) (1984)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยแดนปีศาจ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の魔界大冒険; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Great Adventure into the Underworld
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ท่องแดนเวทมนตร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โนบิตะและโดราเอมอนที่ไปทิ้งพรมเก่า ๆที่กองขยะ ทันใดนั้นมีรูปปั้นประหลาดตกมาใส่โดราเอมอน โดราเอมอนจึงนำรูปปั้นที่เหมือนตนเองดังกล่าวย้ายไปที่สวนหลังบ้าน ต่อมาไจแอนด์กับซึเนโอะ ได้ชวนโนบิตะไปเล่นเบสบอล เกิดการทะเลาะกัน เลยไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ลานว่าง บังเอิญมี่รูปปั้นประหลาดที่หน้าตาคล้ายคลึงกับโนบิตะตกลงมาอีก เลยย้ายไปที่สวนหลังบ้าน โดราเอมอนและโนบิตะคิดว่ารูปปั้นที่ตกลงมานั้นเหมือนทั้งสอง และฝนตกลงมาโดราเอมอนเข้าบ้านไปก่อน พอโนบิตะมองดูรูปปั้นเห็นรูปปั้นมีเหงื่อตะกละเต็ม เลยตกใจ พ่อแม่ได้ยินเสียงโวยวายจึงไล่ให้ไปนอน โนบิตะก็นึกได้ว่า อยากจะทำให้โลกของตัวเองเป็นโลกแห่งเวทมนตร์ เลยให้โดราเอมอนเอาตู้โทรศัพท์จินตนาการบอกให้เป็นโลกแห่งเวทมนตร์ พอรุ่งเช้า ทั้งสองเห็นความแปลกประหลาดกลายเป็นโลกแห่งเวทมนตร์ ไจแอนด์และซึเนโอะชวนไปเล่นขี่ไม้กวาดแต่ทั้งสองไม่ไปเล่น เลยไปเล่นกับชิซุกะแทน พอไปเล่นขี่ไม้กวาดได้เจอไจแอนด์กับซึเนโอะประสบอุบัติเหตุและได้ไปเจอบ้านหลังหนึ่งและได้พบ ดร.มันเงะสึ และบุตรสาวมิยาโกะ ได้เล่าเรื่องถึงโลกแห่งปีศาจ ขณะที่ ดร.มันเงะสึกำลังแปลคำภีร์ ได้ถูกพวกปีศาจจับตัวไป มิยาโกะได้ถูกสาปเป็นแมว แต่เมื่อโนบิตะกลับบ้าน จึงได้พบว่าแม่เอาตู้ติ๊ต่างไปที่กองขยะจนพังเสียแล้ว มิยาโกะที่กลายเป็นแมวจึงได้มาหาโนบิตะที่บ้านพอแสงจันทร์มาส่องแมวค่อยๆเปลี่ยนร่างเป็นมิยาโกะ และได้นำคำภีร์มาด้วยชุดหนึ่ง แล้วจึงชวนพวกโนบิตะไปยังโลกแห่งปิศาจ เพราะว่ามิยาโกะได้ทำนายในลูกแก้ววิเศษแล้วว่า พวกโนบิตะ คือพวกที่ถูกเลือก ช่วงแรกพวกโนบิตะไม่ไป แต่โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ ทุกคนจึงต้องปกป้องโลกเพื่อไม่ให้พวกปีศาจมายึดครองโลก ทั้ง 6 คนต้องไปโลกแห่งปีศาจเพื่อปกป้องโลก
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 5 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527)

สงครามอวกาศ (1985)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนสงครามอวกาศ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙小戦争; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Little Galaxy Wars หรือ Nobita's Little Star Wars
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน สงครามอวกาศ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ปาปิ" ประธานาธิบดีวัย 10 ขวบของดาวพิริคะ ที่ถูกจอมเผด็จการ "นายพลกิลมอร์"ล้มล้างอำนาจและได้หลบหนีมายังโลกขณะที่นายพลกิลมอร์เองก็ได้ส่งผู้บัญชาการ "โดรากอลรูรู"แห่ง PCIA มาตามล่าปาปิเช่นกัน ปาปิได้ลี้ภัยมายังบ้านของโนบิตะและโดราเอมอน จากการตามล่ากองกำลังของ PCIA ทำให้โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนได้วางแผนกันอย่างลับ ๆ เพื่อช่วยเหลือปาปิให้กลับไปยังดาวพิริคะและล้มล้างเผด็จการคืนอำนาจให้กลับปาปิ ณ ฐานทัพที่โดราเอมอนสร้างขึ้น แต่ไม่วายถูกพวก PCIA หาฐานลับพบและชิซุกะก็ถูกจับตัวไป เมื่อปาปิรู้ว่าชิซุกะถูกจับตัวก็ได้แอบหนีพวกโนบิตะมามอบตัวกับพวก PCIA เพื่อแลกกับชีวิตของชิซุกะ โนบิตะ โดราเอมอน ชิซุกะ ไจแอนท์ และซึเนะโอะจึงต้องเดินทางไปยังดาวพิริคะเพื่อช่วยเหลือพาพิก่อนที่จะถูกประหารและนำอำนาจกลับมาสู่ปาปิอีกครั้ง
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 6 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528)

ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก (สงครามหุ่นเหล็ก) (1986)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と鉄人兵団; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Platoon of Iron Men หรือ Nobita and the Steel Troops
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โนบิตะที่ได้พบส่วนประกอบของหุ่นยนต์ยักษ์ในขั้วโลกเหนือพร้อมกับลูกบอลประหลาดที่ส่งเสียงร้องตลอดเวลา (ภายหลังจึงรู้ว่าเป็นสมองของหุ่นยนต์ยักษ์ดังกล่าว) จึงชวนโดราเอมอนมาประกอบหุ่นยนต์ยักษ์นี้โดยใช้ของวิเศษสร้างโลกกระจกออกมาและได้ตั้งชื่อหุ่นยนต์นี้ว่า "ซานตาครอส" แต่ภายหลังพวกเขาก็รู้ว่าหุ่นยนต์นี้ได้นำมาใช้ในสงครามเนื่องจากมีเลเซอร์ที่สามารถถล่มตึกสูงใหญ่ภายในพริบตาจึงได้พยายามปิดเรื่องนี้เป็นความลับและขังหุ่นยนต์ยักษ์ไว้ในโลกกระจกตลอดไปและให้สัญญากันว่าจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ต่อมาโนบิตะได้มาพบกับ "ลิลูลุ" หญิงปริศนาที่ปรากฏตัวพร้อมกับการถามหาเบาะแสเกี่ยวกับหุ่นยนต์ยักษ์จิวและบีบคั้นให้โนบิตะบอกที่ซ่อนของหุนยนต์ยักษ์พร้อมกับขอของวิเศษที่เป็นทางเข้าออกโลกกระจกอีกด้วยซึ่งต่อมาโดราเอมอนและโนบิตะได้สืบหาเรื่องราวของริล จนรู้ว่าเธอได้แอบสร้างฐานทัพสำหรับนำร่องเหล่าหุ่นยนต์จำนวนมหาศาลจากเมกาโทเปียเพื่อหมายจะยึดครองโลกไว้ในโลกแห่งกระจก ทำให้โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนต้องเตรียมกำลังเพื่อต่อสู้กับหุ่นยนต์จำนวนเป็นล้าน ๆ เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์พวกนั้นได้เข้ามาในสู่โลกที่แท้จริง
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 7 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529)

อัศวินมังกร (บุกแดนใต้พิภพ) (1987)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนอัศวินมังกร
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と竜の騎士; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Knights of Dinosaurs
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน อัศวินมังกร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่พยายามจะซ่อนผลสอบ 0 คะแนนโดยไม่ให้แม่รู้ ด้วยการพึ่งของวิเศษ "ท่อหาโพรงใต้ดิน" แต่บังเอิญที่ท่อนั้นเชื่อมต่อกับโพรงที่มีขนาดใหญ่มากทำให้โนบิตะวางแผนที่จะสร้างสถานที่ส่วนตัวโดยที่ไม่ให้ผู้ใหญ่มากวนใจโดยที่ชวนชิซุกะ ไจแอนท์ ซึเนะโอะ มาร่วมด้วยแต่ความสนุกนั้นอยู่ได้ไม่นานเมื่อท่อหาโพรงใต้ดินถูกทำลายเนื่องจากวางทิ้งเกะกะระหว่างทางจึงโดนรถทับทำให้พวกโนบิตะไม่สามารถไปยังโพรงนั้นได้อีกแต่บังเอิญที่ซึเนะโอะไม่สามารถขึ้นจากใต้ภิภพได้ทันทำให้ต้องติดอยู่ในโลกใต้ภิภพตลอดไป เดือดร้อนให้โดราเอมอนและเพื่อน ๆ ต้องช่วยกันออกตามหา เมื่อพวกเขาสามารถหาโลกใต้ภิภพเจอก็เจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อไดโนเสาร์ที่น่าจะสูญพันธ์ไปเมื่อหลายล้านปีกลับมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้และพวกเขาก็ยังได้พบเจอกับเมืองไดโนเสาร์ที่มีเทคโลยีและอารยธรรมที่เจริญมาก พวกเขาจะทำเช่นไรและจะสามารถตามตัวซึเนะโอะเจอหรือไม่
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 8 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530)

ดินแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนไซอิ๋ว
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のパラレル西遊記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Version of Journey to the West หรือ Nobita's Parallel "Journey to the West"
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตำนานเทพนิยายไซอิ๋ว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่พยายามจะพิสูจน์ว่าหงอคงมีอยู่จริง จึงได้นั่งไทม์แมชชีนไปยังประเทศจีนสมัยที่พระถังซัมจั๋งไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีป และบังเอิญที่โนบิตะได้พบกับหงอคงขณะที่หงอคงกำลังขี่เมฆบินผ่านไป เมื่อเห็นเช่นนั้นโนบิตะจึงชวนให้พวกเพื่อน ๆ มาเห็นเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้นเมื่อไทม์แมนชีนได้ลบข้อมูลการเดินทางเมื่อครั้งก่อนออกหมดแล้ว เดือดร้อนโดราเอมอนให้ช่วยสร้างสถานการณ์ว่ามีหงอคงอยู่จริงด้วยเครื่อง "ฮีโร่แมนชีน" ซึ่งเป็นเกมส์ชนิดหนึ่งในโลกอนาคตโดยให้โนบิตะแสดงเป็นหงอคงเพื่อหลอกเพื่อน ๆ แต่ไม่วายถูกจับได้ ขณะที่เวลานั้นพวกปีศาจในฮีโร่แมนชีนได้แอบหนีออกมาจากเครื่องโดยที่โดราเอมอนเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อกลับมายังโลกปัจจุบันพวกโนบิตะก็ต้องรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของพ่อแม่ ครู และเพื่อนอีกหลาย ๆ คนจนในที่สุดก็รู้ว่าพวกเขาได้กลายเป็นปีศาจไปเสียแล้ว ทางเดียวที่จะสามารถทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมคือ การไปกำจัดปีศาจในโลกอดีตกลับเข้าเครื่องฮีโร่แมนชีนให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกปีศาจจะลอบจับกินพระถัมซัมจั๋ง
ภาพยนตร์ชุดนี้ไม่ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนลายเส้น จึงสามารถหาชมได้เฉพาะหนังสือการ์ตูนในรูปแบบอะนิเมะเท่านั้น เพราะช่วงเวลานั้นฟูจิโกะ F ฟูจิโอะ ป่วยจึงหยุดสร้างสรรค์การวาด โดยภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 9 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531)

กำเนิดประเทศญี่ปุ่น (ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ) (1989)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนกำเนิดประเทศญี่ปุ่น
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の日本誕生; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita at the Birth of Japan
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน กำเนิดประเทศญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่วางแผนจะหนีออกจากบ้านเนื่องจากน้อยใจแม่ที่ดุด่าว่าเขาแต่ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดมักจะมีอุปสรรคอยู่เสมอขณะที่ชิซุกะ ไจแอนท์ ซึเนะโอะ หรือแม้แต่โดราเอมอนก็คิดที่หนีออกจากบ้าน ทั้งหมดจึงได้คิดที่จะนั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีตกลับไปสมัยที่ญี่ปุ่นไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และสร้างบ้านที่นั่นโดยเลียนแบบชีวิตของมนุษย์ยุคโบราณ ขณะที่มนุษย์โบราณ (ตัวจริง) ได้หลงเข้ามาในมิติเวลา และหลุดจากมิติมาโผล่ที่ภูเขาหลังโรงเรียนและหนีเข้ามาอาศัยในบ้านโนบิตะ เมื่อพวกโนบิตะพบเจอจึงได้ตรวจสอบประวัติเขา และพบว่าเขาเป็นมนุษย์ยุคโบราณที่มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อสอบถามประวัติเขาก็รู้ว่าเขามีชื่อว่า "คุคุรู" เป็นลูกของหัวหน้าเผ่าแสงสว่าง และพวกชนเผ่าก็ได้ถูกเผ่าแห่งความมืด โดยมี "จิกะซอมบี้" ผู้เป็นหัวหน้า เข้ารุกรานและจับตัวไป พวกโดราเอมอนจึงรีบเดินทางไปช่วยชนเผ่าแสงสว่างให้รอดพ้นจากภัยอันตรายในครั้งนี้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 10 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532)

ตะลุยดาวต่างมิติ (อาณาจักรดาวสัตว์) (1990)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยดาวต่างมิติ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とアニマル惑星; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Animal Planet
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยดาวต่างมิติ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและเหล่าผองเพื่อนที่ได้หลงเข้าไปในหมอกสีชมพู และหลุดออกมายังดาวเคลเฮนอาณาจักรของเหล่าสิงสาราสัตว์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่าโลก ที่ซึ่งสัตว์ทุกตัวใช้ชีวิตและพูดได้เหมือนมนุษย์และมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับโลกแทบทุกอย่าง แต่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่ดีกว่าโลกเป็นอย่างมาก พวกโนบิตะได้มาพบกับ "ชิปโปะ" สุนัขน้อยที่ชอบเล่นซนและต้องการไขปริศนาของป่าต้องห้ามซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของเมืองแต่เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อพวก "นิบุเกะ" มนุษย์จากดวงจันทร์(หมายถึงดาวฝาแฝด)ตามตำนานของชาวดาวได้บุกมาทำลายดวงดาวของพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับผู้มาเยือนได้ โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนจึงต้องหาทางช่วยเหลือและต่อกรกับพวกนิบุเกะก่อนที่พวกชาวดาวจะถูกฆ่า
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 11 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1990 (พ.ศ 2533)

ตะลุยแดนอาหรับราตรี (ท่องแดนอาหรับราตรี) (1991)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยแดนอาหรับราตรี
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のドラビアンナイト; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita in Dorabian Nights
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยแดนอาหรับราตรี เป็นเรื่องราวของการผจญภัยครั้งใหม่ที่เริ่มขึ้นเมื่อโนบิตะขโมยรองเท้าวิเศษซึ่งสามารถเข้าไปยังโลกบนหนังสือนิทานได้จากโดราเอมอน เป็นรองเท้าวิเศษที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสโลกนิทานได้ด้วยตนเอง แต่จะไม่สามารถจับต้องหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะผิดแปลกไปจากเดิม จนทำให้ชิซุกะพลัดหลงอยู่ในหนังสือนิทานอาหรับราตรีและซ้ำร้ายหนังสือนิทานนั้นก็ถูกแม่ของโนบิตะเผาทิ้งไป ทำให้โดราเอมอนกับเพื่อน ๆ ต้องออกท่องอาหรับราตรีเพื่อช่วยเหลือชิซุกะ
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 12 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534)

บุกอาณาจักรเมฆ (ท่องแดนสวรรค์) (1992)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนบุกอาณาจักรเมฆ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と雲の王国; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Kingdom of Clouds
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บุกอาณาจักรเมฆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อน ที่ต้องการจะสร้างสรวงสวรรค์ของตัวเองบนท้องฟ้าโดยใช้ของวิเศษ "ก๊าซทำให้เมฆแข็งตัว" ต่อมาพวกเขาก็ได้พบกับเด็กชาวใต้คนหนึ่งขณะที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนหลังเต่าดึกดำบรรพ์ ณ ภูเขาหิมะ พวกโนบิตะจึงพาตัวเขามารักษาและต้องการทราบสาเหตุว่าเหตุใดเขาจึงได้ไปอยู่บนภูเขาหิมะ แต่ทว่าในวันต่อมาเขาก็ได้หายตัวไป พวกโนบิตะจึงได้สืบหาหาตัวเขาแต่ก็หาตัวเขาไม่พบ แล้วช่วงระหว่างหาก้อนเมฆที่จะกลับอาณาจักรของตนเองนั้น บังเอิญเข้ามาในอาณาจักรเมฆที่ชื่อว่าสหพันธ์สวรรค์ (ซึ่งพวกโนบิตะก็ไม่รู้ว่าก้อนเมฆที่เข้ามานั้นไม่ใช่อาณาจักรของตนเอง) ณ ที่แห่งนั้นพวกเขาก็ได้พบกับพันธุ์ไม้และสัตว์ต่าง ๆ ที่สูญพันธ์ไปจากโลกแล้วพร้อมกับกลุ่มมนุษย์ชาวสวรรค์กลุ่มหนึ่งที่อ้างตัวเป็นมิตรและคอยต้อนรับพวกเขา โดยหารู้ไม่ว่าพวกเขาได้วางแผนการที่จะชำระล้างโลกด้วยแผนโนอา พวกโนบิตะ จะสามารถขัดขวางแผนโนอา เพื่อป้องกันโลก ได้หรือไม่
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 13 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535)

ฝ่าแดนเขาวงกต (1993)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนฝ่าแดนเขาวงกต
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とブリキの迷宮; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Tin-Plate Labyrinth
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ฝ่าแดนเขาวงกต เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโนบิตะได้รับกระเป๋าประหลาดที่สามารถกลายสภาพเป็นประตูที่พาไปยังโรงแรงบนเกาะที่มีชื่อว่า "บริคิงโฮเต็ล" โนบิตะและโดราเอมอนได้รับการต้อนรับจากผู้จัดการโรงแรมที่เป็นหุ่นยนต์เป็นอย่างดีในฐานะที่เป็นแขกวีไอพี ต่อมาโนบิตะและโดราเอมอนได้ไปเล่นสกีที่ภูเขาหิมะใจกลางเกาะ แต่ทว่าโนบิตะได้ประสบอุบัติเหตุผลัดหลงกับโดราเอมอน แต่ก็สามารถกลับโรงแรมได้อย่างปลอดภัย ขณะที่โดราเอมอนได้ถูกพวกหุ่นยนต์ทหารขนาดเล็กจับตัวไประหว่างตามหาโนบิตะและถูกนำตัวไปยังดาวฉาโมฉะ และถูกช้อตไฟฟ้าทำให้คอมพิวเตอร์ในตัวโดราเอมอนเสีย จึงถูกโยนทิ้งในใต้ทะเล ทำให้โนบิตะและเพื่อน ๆ ต้องออกเดินทางไปยังดาวฉาโมฉะโดยอาศัยเกาะบริคิง(ยานอวกาศ)ของพ่อของ "ซาบิโอะ" เด็กชายที่หนีจากการตามล่าของ "นาโพกิสโทร่า" หุ่นยนต์กบฏที่ตั้งตัวเองเป็นราชา พวกโนบิตะจะต้องตามหาและช่วยเหลือโดราเอมอนโดยปราศจากของวิเศษ แล้วก็ต้องต่อสู้กับพวกหุ่นยนต์ "นาโพกิสโทร่า" เพื่อช่วยเหลือชาวดาวฉาโมฉะ
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 14 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536)

สามอัศวินในจินตนาการ (1994)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนสามอัศวินในจินตนาการ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と夢幻三剣士; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Fantastic Three Musketeers
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน สามอัศวินในจินตนาการ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่ต้องการสร้างโลกแห่งความฝันซึ่งมีตัวเองเป็นฮีโร่จึงขอร้องโดราเอมอนให้นำ "เครื่องสร้างความฝัน" ออกมา วันหนึ่งโนบิตะก็ได้พบกับชายชราท่าทางแปลก ๆ และให้โนบิตะกินผลต้นฉลาด ซึ่งต่อมาโนบิตะก็ได้ขอร้องโดราเอมอนให้ซื้อเครื่องสร้างความฝันชุด3อัศวินเป็นสินค้าออกใหม่ให้ และพา ชิซุกะ ไจแอนท์ ซุเนะโอะมาร่วมในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย โดยที่หน้าที่หลักของพวกเขาคือการกำจัดเจ้าแห่งปีศาจ พวกเขาได้พาลพบกับอุปสรรคต่าง ๆ เช่น ต้นโอ๊กยักษ์ที่ซ่อนดาบเงิน มังกรที่สามารถทำให้ผู้อื่นกลายเป็นหินได้ กองทัพปีศาจจำนวนมาก แล้วพวกเขาจะฝ่าฟันไปได้หรือไม่?
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 15 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1994 (พ.ศ. 2537)

บันทึกการสร้างโลก (ตำนานการสร้างโลก) (1995)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนบันทึกการสร้างโลก
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の創世日記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Genesis Diary
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บันทึกการสร้างโลก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและเพื่อน ๆ ที่ได้การบ้านปิดเทอมมาเป็นรายงาน ซึ่งก็เป็นปัญหาเดิม ๆ ที่โนบิตะคิดหัวข้อการบ้านไม่ได้ ขณะที่เพื่อนแต่ละคนก็มีหัวข้อกันหมดแล้ว โนบิตะจึงขอร้องโดราเอมอน แล้วโดราเอมอนก็ซื้อ "ชุดสร้างโลก" มาให้ เมื่อสร้างโลกจนสิ่งมีชีวิตเริ่มพัฒนาตนเองจนเหมือนโลกของจริงพวกโนบิตะจึงเริ่มตรวจตราสภาพของโลก (ในโลกที่สร้างเอง) แต่ก็ยังมีปัญหาตรงที่บรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานยังอาศัยอยู่ในทะเล พวกโดราเอมอนจึงได้ใช้ "รังสีเพิ่มลดวิวัฒนาการ" ช่วยให้วิวัฒนาการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาได้พัฒนาสัตว์จำพวกแมลงโดยไม่รู้ตัว ทำให้พวกแมลงวิวัฒนาการจนมีอารยธรรมคล้ายกับมนุษย์และเข้ามาป่วนเปี้ยนในประวัติศาสตร์ของเหล่ามนุษย์ โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องมาแก้ไขกับประวัติศาสตร์อันผิดพลาดในครั้งนี้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 16 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538)

ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (รถด่วนสายทางช้างเผือก) (1996)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนผจญภัยสายกาแล็คซี่ (รถด่วนสายทางช้างเผือก)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と銀河超特急; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Galactic Express
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยสายกาแล็คซี่ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโดราเอมอนได้ซื้อตั๋วท่องเที่ยวกาแล็กซี่ทางช้างเผือกจากโลกอนาคต โดยมีพาหนะเป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำ (ยานอวกาศ) มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สวนสนุกและไปลงจอดที่สวนสนุกอวกาศแห่งอนาคตที่มีชื่อว่า "ดรีมมาซูแลนด์" ที่นั่นมีเครื่องเล่นมากมายหลากหลายชนิดและมีหมู่ดาวบริวารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าลูกค้าสามารถรับบทเป็นฮีโร่ได้ เช่น ดาวแห่งโลกตะวันตก ดาวนินจา ดาวเทพนิยาย ดาวไดโนเสาร์ ดาวมอนสเตอร์ เป็นต้น โดยแต่ละดวงดาวจะมีหุ่นยนต์คอยบริการซึ่งควบคุมโดยดาวเคราะกลางซึ่งเป็นศูนย์กลาง แต่ท่ามกลางความสนุกพวกเหล่าร้ายอวกาศนาม "กาฝากอวกาศ" ได้มาสิงเจ้าหน้าที่สวนสนุกป่วนระบบคอมพิวเตอร์ทำให้เครือข่ายสวนสนุกวุ่นวายและควบคุมหุ่นยนต์ในแต่ละดวงดาวมาเป็นพวก โดยมีเป้าหมายที่จะยึดร่างกายของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องหาทางป้องกันและช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากจากการสิงของพวกเหล่าร้ายนี้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 17 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539)

ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のねじ巻き都市冒険記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Adventure in Clockwork City
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโดราเอมอนได้ไปยังงานประมูลดวงดาวแห่งโลกอนาคต เพื่อหวังจะได้รางวัลใหญ่แต่กลับพลาดได้รางวัลที่ระลึกแทน ซึ่งรางวัลจะเป็นกลุ่มดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี สร้างความเสียใจให้กับโดราเอมอนมาก แต่โนบิตะกลับสนใจและหวังที่จะสร้างฟาร์มส่วนตัว ทำให้ไปพบกับดาวที่มีความอุดมสมบูรณ์มีพืชพันธุ์และน้ำเหมือนกับโลกเพียงแต่ไม่มีสัตว์เท่านั้น(ไปผิดดาว) โนบิตะจึงชวนเพื่อน ๆ มาสร้างเมืองตุ๊กตาไขลานโดยให้พวกตุ๊กตาเป็นประชากรโดยอาศัย "ไขลานให้ชีวิต" จากโดราเอมอนให้ชีวิตแก่พวกตุ๊กตา ขณะที่บนโลกได้มีนักโทษแหกคุกฉายา "ไอ้เคราหมี" แอบเข้ามาบ้านโนบิตะและผ่านประตูไปไหนก็ได้ไปยังโลกไขลาน โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องขับไล่โจรรายนี้ออกไปก่อนที่จะทำอะไรที่ส่งผลร้ายต่อเมืองตุ๊กตาไขลาน
ภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่สร้างสรรค์โดยอาจารยฺ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะก่อนที่จะเสียชีวิต โดยเป็นตอนที่ 18 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540)

ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนผจญภัยเกาะมหาสมบัติ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の南海大冒険; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's South Sea Adventure
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่ต้องการออกผจญภัยตามล่าหาสมบัติในหมู่เกาะทะเลใต้ โดยอาศัยเครื่องมือของโดราเอมอนที่มีชื่อว่า "แผนที่ค้นหาขุมทรัพย์" ค้นหาสมบัติจนพบโนบิตะจึงได้ชวนเพื่อน ๆ ออกเดินทางโดยใช้เรือยนต์เป็นพาหนะ แต่ทว่าในระหว่างการเดินทางพวกโนบิตะได้หลงในมิติเวลาและหลุดออกมาโผล่ในทะเลสมัยศตวรรษที่ 17 สมัยโจรสลัดยังเรืองอำนาจ เรือของพวกโนบิตะได้ชนกับเรือโจรสลัดจนเรือแตก ทุกคนกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกพวกโจรสลัดช่วยไว้ ยกเว้นโนบิตะ ทำให้พวกโดราเอมอนต่างเป็นกังวลและเป็นห่วง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากกระเป๋ามิติที่สี่ของโดราเอมอนได้ถูกน้ำทะเลพัดหายไป พวกโดราเอมอนจึงต้องขอความช่วยเหลือพวกโจรสลัดที่มีเป้าหมายไปยังเกาะสมบัติแห่งเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือหาโนบิตะที่ติดเกาะกลางทะเล
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 19 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541)

ตะลุยอวกาศ (1999)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยอวกาศ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙漂流記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Adventure: Drifts in the Universe
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยอวกาศ ซูเนโอะได้เอาเกมตะลุยอวกาศที่ได้รับเป็นของขวัญมาอวดพวกโนบิตะ ด้วยความอิจฉาและอยากเล่นโนบิตะ ไจแอนท์และชิซูกะจึงได้ไปขอร้องให้โดราเอมอนเอาเกมตะลุยอวกาศออกมาให้หน่อยจากนั้นโดราเอมอนก็ได้เอาเกมตะลุยอวกาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่าสตาร์ครัชเกมออกมาเล่นกัน เมื่อเกมจบลงโดราเอมอน โนบิตะ และชิซูกะได้ออกมาจากเกมเรียบร้อย แต่ทว่าไจแอนท์ และซูเนโอะไม่ได้ออกมาด้วยแต่กลับถูก UFO ปริศนาจับตัวไปซะได้ดังนั้นโดราเอมอน โนบิตะ และชิซูกะจึงต้องออกตามหาและจะตามตัวพวกไจแอนนท์กลับมาได้หรือเปล่า ตำนานแห่งการตะลุยอวกาศได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 20 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542)

ตำนานสุริยกษัตริย์ (ตำนานเทพสุริยา) (2000)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตำนานสุริยกษัตริย์
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の太陽王伝説; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Legend of the Sun King
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตำนานสุริยกษัตริย์ เป็นเรื่องราวอันบังเอิญของโดราเอมอนและโนบิตะที่ต้องการเอาของวิเศษคืนจากใจแอน แต่เกิดพลาดท่าทำให้เครื่องขัดข้อง มันจึงย้อนเวลาไปยังดินแดน อาณาจักรมายานะ โนบิตะก็ได้พบกับเจ้าชาย ทีโอ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันในดินแดนแห่งนี้ เกิดปัญหาใหญ่ก็คือ เรดิน่า แม่มดชั่วร้ายที่เคยทำงานให้กับพระราชินี ก็ใช้เวทมนตร์สร้างให้เกิดปัญหาต่อมายานะ ทำให้ฝนไม่ตกและพระราชินีก็ทรงพระประชวรเพราะเวทมนตร์ของเรดิน่า ทีโอจึงจำเป็นต้องเรียนรู้โลกความจริง ทำให้ทีโอรู้จักความเป็นเพื่อนของโนบิตะที่มอบให้แก่กัน
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 21 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) และเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) ซึ่งนับเป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ที่เข้าฉายในประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับจากที่เคยนำตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะและตอนโนบิตะนักบุกเบิกอวกาศเข้ามาฉายในปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525)

โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน โนบิตะ และอัศวินแดนวิหค
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と翼の勇者たち; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Winged Braves
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะและอัศวินแดนวิหค เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวเกี่ยวกับนกหายไปคาดว่ามีมนุษย์วิหคมาพาไป ที่เพื่อน ๆ ทุกคนดู ทำให้เพื่อนทุกคนตะลึง โนบิตะเองก็ได้ดู ก็หันมาสนใจในการเป็นมนุษย์วิหค จึงทำปีกจำลองทดลองบินแต่ก็ไม่สำเร็จ ครั้งสุดท้ายก็บินได้เพราะโดราเอมอนพยุงโนบิตะโดยใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ แต่แล้วประตูมิติก็พาให้มนุษย์นกตัวหนึ่งชื่อ กูซึเกะ ตกลงมาพร้อมกับเครื่องร่อนของเขา โนบิตะทำแผลจนเขาหายดี จึงหันมาซ่อมเครื่องร่อน
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 22 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) และเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ และอัศวินแดนวิหค"

โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน อาณาจักรหุ่นยนต์
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とロボット王国; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Robot Kingdom
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "โปโกะ" หุ่นยนต์ที่หนีจากการตามล่าของโครงการล้างสมองหุ่นยนต์ภายใต้การนำของราชินี "แจน" และราชครู "เดสต้า" ขณะโปโกะลูกของแม่นมราชินีแจนได้ถูกไล่ล่าโปโกะหนีไปได้แต่ได้หลงเข้าไปในมิติเวลาและหลุดออกมายังห้องของโนบิตะ พร้อมกับบรรดาหุ่นยนต์ 100 ตัวจากศตวรรษที่ 22 พร้อมกับความเสียหายอย่างหนัก จนโดราเอมอนเองก็ไม่สามารถรักษาหรือทำอะไรได้ หนทางเดียวที่สามารถช่วยเหลือเด็กคนนี้คือ พาโปโกะไปรักษาบนดาวบ้านเกิด โดยใช้ไทม์แมนชีนรุ่นปรับปรุงใหม่สืบหาห้วงเวลาที่โปโกะเคยผ่าน การผจญภัยครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 23 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) และเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์"

โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนมหัศจรรย์ลูกพระพาย
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とふしぎ風使い; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Mysterious Wind Masters หรือ Nobita and the Wind Wizard
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ฟูโกะ" ลูกพระพายที่ฟักตัวออกมาจากไข่และถูกโนบิตะนำมาเลี้ยงเอาไว้ ลูกพระพายผู้ซึ่งถูก "อูรันด้า" หัวหน้าเผ่าอาราชิในอดีตตามล่าโดยอูรันด้าซึ่งอยู่ในสภาพวิญญาณ (เนื่องจากตายมาหลายพันปี) ได้เข้าสิงซึเนะโอะเพื่อทำการแก้แค้นด้วยการคืนชีพปีศาจร้ายนาม "มาฟูก้า" ขึ้นมาเพื่อทำลายล้างโลก โดยฟูโกะเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปีศาจตัวนั้น พวกโนบิตะจึงได้ร่วมมือกับเผ่ากาเซ่เพื่อช่วยเหลือโลกให้รอดพ้นจากภัยพิบัตินี้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 24 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) และเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม"

โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน โนบิตะ ข้ามมิติสู่อาณาจักรโฮ่งเหมียว
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のワンニャン時空伝; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Wannyan Space-Time Odyssey
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและโดราเอมอนได้เก็บสุนัขจรจัดที่ชื่อ "อิจิ" และแมวจรจัดมาเลี้ยงเพื่อรอดพ้นจากสายตาของแม่ ทั้งสองจึงพาอิจิพร้อมกับสุนัขและแมวจรจัดอีกหลายร้อยตัวไปยังยุคกว่า 300 ล้านปีก่อน พร้อมทั้งใช้ปืนเร่งรังสีวิวัฒนาการเพื่อให้สุนัขและแมวมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ จากนั้นจึงย้อนเวลามาสำรวจอีกครั้ง แต่เกิดอุบัติเหตุห้วงมิติผกผันขึ้นทำให้มายุคหลังจากนั้นพันปีและพบว่าเมืองของสุนัขและแมวนั้นมีวิวัฒนาการที่เหนือกว่ามนุษย์มาก แต่การมาคราวนี้พวกเขากลับต้องช่วยเหลือพลเมือง ๆ นี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือ "เนโกโจล่า"แมวจอมโลภที่พยายามจะสร้างไทม์แมนชีนไปยังโลกมนุษย์เพื่อแก้แค้นให้กับบรรพบุรุษและพวกโดราเอมอนร่วมมือกับเหล่าสุนัขกลุ่มหนึ่ง
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 25 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว"

ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (2006)[แก้]

ภาพตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะ (2006)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の恐竜2006; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Dinosaur 2006 - The Movie หรือ Doraemon The Movie 2006
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะได้ค้นพบกับฟอสซิลไดโนเสาร์โดยบังเอิญ และจากนั้นเขาก็ใช้ผ้าคลุมกาลเวลาให้กลายเป็นไข่ที่ฟักตัวได้ ไม่นานนักไดโนเสาร์คอยางน่ารัก ๆ ก็ฟักออกมาแล้วตั้งชื่อให้ว่า พิสุเกะ โนบิตะก็ได้เลี้ยงดูมันจนเติบโต จนกระทั่งพึสุเกะตัวใหญ่เกิดกว่าที่จะดูแลได้ จนต้องตัดสินใจส่งกลับไปยังยุคของมัน แต่ทว่าดันส่งไปผิดท้องถิ่น โนบิตะจึงขอร้องโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ให้ช่วยพามันกลับไปยังถิ่นฐานจริง ๆ ที่มันอยู่คือทะเลญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับการหลีกหนีการตามล่าของเศรษฐีชั่วร้ายจากโลกอนาคตที่ต้องการพิสุเกะเพื่อนำไปค้าขายอย่างผิดกฎหมาย แถมยังต้องช่วยพิสุเกะปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่โหดร้านโดเดี่ยวให้ได้อีกด้วย ทั้งห้าคนจะช่วยเหลือพิสุเกะได้หรือไม่ และการจากกันของโนบิตะกับพิสุเกะจะออกมาในรูปแบบใดกันแน่
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 26 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ตอนผจญภัยไดโนเสาร์ (1980) กลับมาสร้างใหม่
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) และเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) โดยใช้ชื่อตอนว่า "ไดโนเสาร์ของโนบิตะ"

โนบิตะ ตะลุยแดนปีศาจ กับ 7 ผู้วิเศษ (2007)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอนตะลุยแดนปีศาจ (2007)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画 ドラえもん のび太の新魔界大冒険~7人の魔法使い~; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's New Great Adventure into the Underworld ~ The Seven Magicians~ หรือ Doraemon The Magic 2007
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ วันหนึ่งโดราเอมอนและโนบิตะได้เก็บรูปปั้นประหลาดที่หน้าตาเหมือนเขาสองคนได้และขณะนั้นโนบิตะคิดว่าถ้าใช้เวทมนตร์ได้ก็จะดี จึงได้ใช้ตู้โทรศัพท์ติ๊ต่างของโดราเอมอนเปลี่ยนเป็นโลกแห่งเวมมนตร์ซะเลย แต่ถึงกระนั้นในโลกได้เปลี่ยนเป็นโลกเวทมนตร์ไป และทุกคนสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างคล่องแคล่ว มีเพียงโนบิตะเท่านั้นที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ซักกะอย่างแล้วต่อมาโนบิตะก็ได้พบกับมิโยโกะ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแผนคุกคามโลกของเหล่าปีศาจ รูปปั้นประหลาดนั้นทีความเกี่ยวข้องกับการคุกคามโลกในครั้งนี้หรือไม่ ทั้งโนบิตะและโดราเอมอนจึงต้องการที่จะใช้ตู้ติ้ต่าง โทรไปบอกว่าให้โลกกลับไปเหมือนเดิม แต่ทว่า แม่ของโนบิตะได้ทำลายตู้ติ๊ต่างไปเสียแล้ว โนบิตะและเพื่อนๆ จึงต้องต่อสู้กับปีศาจเดมาออนในฐานะ "จอมเวทย์ทั้ง7"
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 27 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยแดนเวทมนตร์ (1984) กลับมาสร้างใหม่
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) และเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน Doraemon the Future (2008)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と緑の巨人伝 ; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Green Giant Legend 2008 หรือ Doraemon The Future 2008
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา นี้เริ่มต้นขึ้นจากการที่โนบิตะไปเก็บเอาต้นอ่อนจากภูเขาหลังโรงเรียนและใช้ยาวิเศษของโดราเอมอนทำให้ต้นอ่อนเคลื่อนไหวและพูดเองได้เหมือนมนุษย์ โนบิตะตั้งชื่อให้ว่า "คีโบ" วันหนึ่งเมื่อทุกคนพากันไปที่ภูเขาหลังโรงเรียนจู่ๆก็มีน้ำวนยักษ์ปรากฏขึ้นมา แล้วก็ดูดพวกโนบิตะเข้าไปและพาพวกเขาไปยังโลกอันแสนประหลาดที่มีต้นไม้ยักษ์แผ่กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ที่มีชื่อว่า "ดาวแห่งสีเขียว"ซึ่งมีพวกพืชที่มีวิวัฒนาการจนสามารถพูดได้เหมือน อย่างคีโบปกครองอยู่โดยมีเจ้าหญิงรีเรเป็นผู้นำและอำมาตย์ใหญ่ชีร่าเป็นผู้วางแผนลับเพื่อปกป้องอนาคตของดาวสีเขียวเอาไว้เป็นผู้รับใช้อยู่เบื้องหลัง โนบิตะ โดราเอมอน และเพื่อนๆ จะทำเช่นไร? เพื่อกลับคืนสู่โลกเดิมของตน และตำนานคนยักษ์สีเขียวในตำนานคืออะไรกันแน่?...!
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 28 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551) และเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (รอบพิเศษเข้าฉายวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552)

โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (2009)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน Doraemon: The New Record of Nobita, Spaceblazer  (2009)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもん 新・のび太の宇宙開拓史; ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: The New Record of Nobita, Spaceblazer หรือ Doraemon The Hero 2009
โดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ โรพอลเป็นเด็กชายคนหนึ่งในอวกาศที่ห่างไกลจากโลกมาก วันหนึ่งขณะที่ทำการวาร์ปก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนยานอวกาศเสียหาย โรพอลจึงกลับบ้านไม่ได้เมื่อตกดึง จามี่ สัตว์เลี้ยงและคู่หูของโรพอลก็คิดจะออกไปหาเสบียง จึงเปิดประตูห้องเก็บของในยานที่ได้ไปเชื่อมต่อเข้ากับเสื่อใต้ที่นอนของโนบิตะโดยบังเอิญ ทำให้ได้พบกับโนบิตะและโดราเอมอนเมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมดโดราเอมอนจึงช่วยซ่อมยานอวกาศให้ โรพอลและจามี่จึงเดินทางกลับดาวโคยะโคยะบ้านเกิดของพวกเขาได้ แต่บนดาวโคยะโคยะนั้นมีเหล่าร้ายผู้หมายยึดครองแร่ธาตุของดาวดวงนี้อยู่ โนบิตะและเพื่อนๆ จึงต้องหาทางปกป้องดาวดวงนี้ไว้ให้ได้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 29 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) กลับมาสร้างใหม่
ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) และ Rose ได้นำเข้ามาขายในประเทศไทย

สงครามเงือกใต้สมุทร (2010)[แก้]

ภาพโปสเตอร์ ตอน Doraemon: Nobita's Great Merman Sea Battle (2010)
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の人魚大海戦; ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita's Great Battle of the Mermaid King หรือ Doraemon The Legend 2010
โดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน สงครามเงือกใต้สมุทร เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโนบิตะบอกว่าอยากเป็นนักดำน้ำ โดราเอมอนจึงใช้ของวิเศษทำให้เมืองจมลงสู่ก้นทะเล ในขณะที่กำลังว่ายน้ำอยู่กับฝูงปลาอย่างสนุกสนาน พวกโนบิตะก็ได้พบกับโซเฟีย เจ้าหญิงแห่งชนเผ่าเงือกที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในทะเลบนโลกตั้งแต่เมื่อ 5,000 ปีก่อน โซเฟียได้พาพวกโนบิตะลงไปยังเมืองใต้ทะเล พวกเขาได้สวมชุดเงือกและสนุกกับการผจญภัยใต้ท้องทะเล แต่ในขณะนั้นเองปลาไหลยักษ์ก็พุ่งเข้ามาจู่โจมพวกเขา แม้จะเอาชีวิตรอดมาได้ แต่ชิซุกะก็ถูกใครบางคนจับตัวไป หลังจากได้รู้เรื่องเกี่ยวกับดาบแห่งตำนานของชนเผ่าเงือกซึ่งเป็นสิ่งที่ชนเผ่าปลาปีศาจต้องการจะครอบครอง พวกโนบิตะจึงตัดสินใจที่จะช่วยชนเผ่าเงือกต่อสู้เพื่อปกป้องดาบแห่งตำนานเอาไว้
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 30 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553 โดยฉายไปได้ 5 สัปดาห์ รายได้รวมที่ฉายในประเทศไทย [2]

โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก - ปีกแห่งนางฟ้า (2011)[แก้]

Doraemonthemovie2011.jpg
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもん 新・のび太と鉄人兵団 ~はばたけ 天使たち~ ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita and the New Steel Troops: ~Angel Wings~
โดราเอมอน ตอน โนบิตะกับกองทัพสงครามหุ่นเหล็ก โนบิตะได้พบกับชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ยักษ์ที่ขั้วโลกเหนือโดยบังเอิญ และได้นำเอาชิ้นส่วนลูกบอลสีฟ้าติดมือกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าลูกบอลนั้นได้เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ยักษ์มาถึงบ้านของเขาเองอีกด้วย โดราเอมอนจึงออกไอเดียใช้ของวิเศษ สร้างโลกกระจกที่เหมือนกับโลกอีกใบแต่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ขึ้นมา แล้วทั้งสองก็ไปช่วยประกอบหุ่นยักษ์ในโลกนั้นจนเสร็จและนำมาขับเล่นอย่างสนุกสนาน แต่แล้วความจริงก็เปิดเผยขึ้นว่า หุ่นตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพมนุษย์เหล็กจากต่างดาวที่กำลังหมายตาครอบครองโลกมนุษย์อยู่ เมื่อหุ่นยนต์สปายสาว ลิลูลุ ถูกส่งมาเพื่อติดตามเอาหุ่นยนต์ยักษ์กลับคืนไป พวกโนบิตะและผองเพื่อนต้องรักษาความลับในโลกกระจกและจะรับมือกับสงครามครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยอนาคตของมวลมนุษยชาติได้อย่างไร
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 31 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก (1986) กลับมาสร้างใหม่
ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554 โดยฉายไปได้ 5 สัปดาห์ รายได้รวมที่ฉายในประเทศไทย (ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากอุทกภัยน้ำท่วมในประเทศไทย พ.ศ. 2554) [3]

โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ - แอนิมอลแอดเวนเจอร์ (2012)[แก้]

Doraemon- Nobita and the Island of Miracles movie poster.jpg
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもん のび太と奇跡の島 ~アニマル アドベンチャー~ ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Island of Miracles—Animal Adventure หรือ Doraemon The Dream 2012
โดราเอมอน ตอน โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ โดราเอมอน โนบิตะและผองเพื่อนได้หลุดเข้าไปในเกาะลึกลับ แสนมหัศจรรย์ซึ่งเต็มไปสิงสาราสัตว์ยุคโบราณที่ใกล้สูญพันธุ์อาทิ นกอีมู, เสือเขี้ยวดาบ, นกโดโด เป็นต้น และเหตุการณ์ก็เริ่มวุ่นวายเมื่อ โนบิตะ พบกับเด็กหนุ่มชาวพื้นเมืองที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนโนบิตะ พวกเขาจึงพบว่าดินแดนแห่งนี้มีความลับอันน่าทึ่ง ด้วยพลังธรรมชาติซ่อนเร้นอยู่ และแน่นอนว่ามีศัตรูที่หมายปองพลังเหล่านั้นกำลังปรากฏอยู่ด้วย จนนำไปสู่การต่อสู้บทใหม่ที่พิสูจน์มิตรภาพของพวกเขา
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 32 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555 โดยฉายไปได้ 5 สัปดาห์ รายได้รวมที่ฉายในประเทศไทย (ซึ่งเป็นรายได้ที่มากกว่าของ 2 ตอนที่ผ่านมา) [4]

โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ - มิวเซี่ยมแอดเวนเจอร์ (2013)[แก้]

Doraemon Nobita no Himitsu Dōgu Museum.jpg
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: ドラえもん のび太のひみつ道具博物館(ミュージアム)ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita's Secret Gadget Museum หรือ Doraemon The Secret 2013
โดราเอมอน ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโดราเอมอนกำลังนอนหลับอย่างมีความสุข ได้เกิดมีชายลึกลับคนหนึ่งมีชื่อว่า จอมโจรดีลักซ์ ได้แอบมาขโมยกระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอน โนบิตะจึงได้ใช้ของวิเศษ ชุดอุปกรณ์เชอร์ล็อกโฮมส์ ทำการค้นหาจนพบร่องรอยว่ากระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนน่าจะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของวิเศษในโลกอนาคต พวกโนบิตะจึงพากันมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที ที่พิพิธภัณฑ์ของวิเศษในโลกอนาคตแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งเก็บรวบรวมตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันไว้หมดทุกอย่างและจอมโจรดีลักซ์ก็หมายตาของวิเศษของที่นี่อยู่เหมือนกัน พวกโนบิตะจึงได้ร่วมมือกับ สารวัตมัสตาร์ด เพื่อค้นหากระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนโดยมี เคิร์ต เป็นคนนำทางสำรวจตรวจสอบดูในพิพิธภัณฑ์ ตัวจริงของจอมโจรดีลักซ์เป็นใครแล้วเขามีจุดประสงค์อะไรถึงได้ขโมยกระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอน
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 33 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่มีผู้ชมมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีผู้ชมในโรงภาพยนตร์กว่า 100 ล้านคน ภายในเวลา 2 สัปดาห์นับตั้งแต่เปิดตัว ทำให้ยอดรวมผู้ชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้สูงกว่า 100 ล้านคน [5] และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ เปโกะกับห้าสหายนักสำรวจ (2014)[แก้]

Doraemon the movie 2014 poster.jpg
ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもん 新・のび太の大魔境 ~ペコと5人の探検隊~ ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: New Nobita's Great Demon ~Peko and the Exploration Party of Five~ หรือ Doraemon The Wonderland 2014
โดราเอมอน ตอน โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ เปโกะกับห้าสหายนักสำรวจ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เปโกะ ลูกสุนักจรจัดหลงทาง ที่โนบิตะบังเอิญพบเข้าและเก็บเอามาเลี้ยง เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทำให้ทุก ๆ คนอยากออกผจญภัย โดราเอมอนจึงพาทุกคนไปยังป่าลึกลับแถบแอฟริกาชื่อป่า เฮฟวี สโมคเกอร์ แต่ระหว่างทางกลับเจออุปสรรคมากมาย ทำให้ไจแอนท์หวาดกลัว จนไม่อยากเดินทางอีกแล้ว แต่ทว่าในคืนนั้น กลับมีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์มาบอกไจแอนท์ว่ามีสมบัติรออยู่และให้แผนที่ ทำให้ไจแอนท์บังคับให้ทุกคนเดินทางไปกันอีกครั้ง แต่เมื่อถึงที่หมาย กลับไม่เป็นเช่นอย่างที่ฝัน เปโกะกลับพูดได้และบอกว่าตัวเองเป็นรัชทายาท เจ้าชายคินทัต ทายาทองค์ที่ 108 แห่งราชวงศ์บาวังโก และขอความช่วยเหลือโดราเอมอนให้ช่วยปราบ ดาบูรันด้า เพื่อทวงบัลลังก์คืนพร้อมกับปริศนาคำทำนายคนต่างถิ่นทั้ง 10 คน
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 34 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บุกดินแดนมหัศจรรย์ (1982) กลับมาสร้างใหม่
ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Stand by Me: โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014)[แก้]

ชื่อภาษาญี่ปุ่น: STAND BY ME ドラえもん ชื่อภาษาอังกฤษ: Stand by Me Doraemon
Stand by Me: โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอนาคตของโนบิตะมาฉายรวมๆกัน โดยเริ่มจากตอนแรกที่โดราเอมอนและเซวาชิเหลนของโนบิตะ เดินทางมาหาจากอนาคตเพื่อร่วมกันแก้ไขอดีตของโนบิตะ ซึ่งหากไม่ทำอะไรโนบิตะในอนาคตต้องแต่งงานกับไจโกะจนกระทั่งล้มละลาย เป็นปัญหากับทายาทต่อไป เซวาชิจึงฝากให้โดราเอมอนหุ่นยนต์แมวสีฟ้าคอยดูแลช่วยเหลือโนบิตะ ด้วยของวิเศษต่างๆจากอนาคต โดยมีเหตุการณ์ซึ่งประทับใจหลายๆตอนมารวมไว้ในภาพยนตร์ อย่างตอนที่โนบิตะใช้ผ้าคลุมกาลเวลาเปลี่ยนร่างเป็นตอนโตไปช่วยเหลือชิซุกะในอนาคต รวมถึงตอนที่โดราเอมอนต้องลากลับโลกอนาคตไป
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 35 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบสามมิติเป็นครั้งแรกของโดราเอมอน โดยได้หยิบยกโดราเอมอนตอนปกติจากหนังสือการ์ตูนนำมาสร้าง เพื่อฉลองในวาระครบรอบวันเกิดปีที่ 80 ปี ของ ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ซึ่งกำกับโดย ทะกะชิ ยะมะซะกิ และ ริวอิจิ ยางิ[6][7] จัดจำหน่ายโดย วอลท์ ดิสนีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล[8]
ภาพยนตร์ชุดนี้เข้าฉายในระบบ 3D ออกฉายในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) เช่นเดียวกันกับเรื่องโดราเอมอน ตอน โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ เปโกะกับห้าสหายนักสำรวจ เรื่องนี้สามารถทำรายได้ติดอันดับหนึ่งใน Box Office ติดต่อกันเป็นสัปดาห์[9] และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โนบิตะผจญภัยฮีโร่อวกาศ (2015)[แก้]

ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもんのび太の スペースヒーローズ 宇宙英雄記 ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita's Space Hero Record of Space Heroes หรือ Doraemon The Super Star 2015
โดราเอมอน ตอน โนบิตะผจญภัยฮีโร่อวกาศ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโดราเอมอนและผองเพื่อนแปลงกายเป็นฮีโร่อวกาศและต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในอวกาศมากมาย
ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นตอนที่ 36 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ มีกำหนดออกฉายในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) [10] และเข้าฉายในประเทศไทยภายในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2558

อ้างอิง[แก้]

  1. สมประสงค์ เจียมบุญสม, นิตยสาร a day ปีที่ 2 ฉบับที่ 18, กุมภาพันธ์ 2545, หน้า 62-76
  2. ยอดรวมรายได้ของโดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะ สงครามเงือกใต้สมุทร เวป Boxofficemojo.com
  3. ยอดรวมรายได้ของโดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก - ปีกแห่งนางฟ้า เวป Boxofficemojo.com
  4. ยอดรวมรายได้ของโดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ - แอนิมอลแอดเวนเจอร์ เวป Boxofficemojo.com
  5. โดราเอมอน ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ ทุบสถิติหนังภาคต่อที่มีผู้ชมสูงสุดในญี่ปุ่น
  6. “โดราเอมอน” แปลงโฉมเป็นการ์ตูน 3D ฉลอง 80 ปี “ฟุจิโกะ เอฟ.ฟุจิโอ”
  7. "Robot Cat Doraemon's 1st 3D CG Film Teased in Video". Anime News Network. 2013-11-14. สืบค้นเมื่อ 2013-12-13. 
  8. "Anime Robot Cat Doraemon Enters 3rd Dimension in 1st 3D CG Film". Anime News Network. 2013-11-13. สืบค้นเมื่อ 2013-12-13. 
  9. เบื้องหลังการสร้าง Stand by me Doraemon
  10. "2015 Doraemon Film is Nobita no Space Heroes Uchū Eiyū-ki". Anime News Network. 2014-07-10. สืบค้นเมื่อ 2014-07-10. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]