โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ (อังกฤษ: Doraemon the movies) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวฉบับพิเศษ สร้างโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์โตโฮ แอนิเมชั่น สตูดิโอ พิคเจอร์ส เพื่อจัดฉายในโรงภาพยนตร์ปีละหนึ่งตอนในช่วงเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปี ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะทั้งนี้ใน พ.ศ. 2548 ยังมีการฉลองครบรอบ 25 ปีของการฉายโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์อีกด้วย และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้มีการฉาย โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะฉบับสร้างใหม่ โดยใช้ทีมนักพากย์ชุดใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นชุดที่พากย์เสียงให้กับ โดราเอมอนฉบับการ์ตูนทีวีสร้างใหม่ ที่กำลังออกอากาศทางโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้นยังมีการดัดแปลงผลิตออกเป็นฉบับหนังสือการ์ตูนด้วย ปัจจุบันมีการสร้างมาแล้วทั้งหมด 30 ตอน และมีการนำตอนเก่ามาสร้างใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา
[แก้] ประวัติการฉายในประเทศไทย
โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์นี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทย ตอนแรกคือ ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (Nobita's Dinosaur) นำเข้ามาฉายโดยไชโยภาพยนตร์ เริ่มรอบปฐมทัศน์ 2 โรงด้วยกันคือ โรงภาพยนตร์เมโทร และสามย่าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2525 หรือหลังจากประเทศญี่ปุ่น 2 ปี ซึ่งทางไชโยภาพยนตร์ใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนผจญไดโนเสา" ตามชื่อเรียกโดราเอมอนฉบับหนังสือการ์ตูน ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจในสมัยนั้น หลังจากเข้าฉายประมาณหนึ่งเดือน สามารถทำรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่น้อยในสมัยนั้น
ต่อมาทางไชโยภาพยนตร์นำตอนที่สองของฉบับภาพยนตร์มาฉายคือ โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ โดยเข้าฉายหลังจากตอนแรกออกจากโรงภาพยนตร์ไปได้เพียงสัปดาห์เดียว ตอนนี้เข้าฉายในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2525 โดยตั้งชื่อตอนว่า "โดเรม่อนบุกพิภพอวกาศ" มีการเพิ่มโรงขึ้นอีก 2 โรงคือโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย และโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง แม้จะเข้าฉายในช่วงเวลาปิดเทอม และมีการเพิ่มโรง แต่รายได้กลับน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เหตุเพราะในช่วงเวลานั้น ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ได้เริ่มออกอากาศโดราเอมอนฉบับการ์ตูนทีวีแล้ว ทำให้ประชาชนไม่สนใจในการเข้าชมในโรงภาพยนตร์มากเท่าที่ควร[1]
หลังจากนั้นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ก็ไม่มีผู้จัดฉายในประเทศไทยอีกเลย แต่สามารถหาชมได้ในรูปแบบวิดีโอเทป หรือวีซีดีแทน จากนั้นใน พ.ศ. 2544 ทางวิจิตอลก็ได้จัดฉาย โดราเอมอนตอนตำนานสุริยกษัตริย์ ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโดราเอมอนอายุครบ 30 ปี ถือได้ว่าเป็นการกลับมาของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ที่จัดฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่ พ.ศ. 2525 หรือเป็นเวลาเกือบ 20 ปีทีเดียว
ในอีก 2 ปีให้หลัง ได้มีการเปลี่ยนผู้จัดฉายเป็นบริษัทดับบลิว พี เอ็ม ฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จัดฉายโดราเอมอนตอนโนบิตะและอัศวินแดนวิหค เข้าฉายในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2546 หลังจากนั้นก็ได้จัดฉายเป็นประจำเรื่อยมา
[แก้] รายชื่อตอนของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์
หมายเหตุ: ปีค.ศ. ที่ต่อท้ายชื่อตอน นับตามการออกฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่น
[แก้] ภาพยนตร์ยุค 1980
[แก้] ผจญภัยไดโนเสาร์ (1980)
-
ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の恐竜; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Dinosaur
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พีสุเกะ ไดโนเสาร์พันธุ์ญี่ปุ่นที่โนบิตะไปขุดที่หน้าผาภูเขาหลังโรงเรียนมาเจอหินที่เหมือนไข่ไดโนเสาร์ โดราเอมอนเลยให้ใช้ผ้าคลุมกาลเวลา ย้อนไปเมื่อ 100 ล้านปีก่อน และเมื่อมันได้เติบโต ก็ได้ส่งให้พีสุเกะกลับไปในยุคโบราณ แต่พอตรวจดูลายละเอียดโดราเอมอนกับโนบิตะได้ส่งผิดทวีป จึงต้องไปหาพีสุเกะอีกครั้ง แต่ไทม์แมชชีนได้ขัดข้อง เมื่อชายชุดดำนักล่าไดโนเสาร์ศตวรรษที่ 23 ได้ส่งลูกบอลตาดำไปสืบสวน รวมถึงเป็นไปไม่ได้ที่ไดโนเสาร์คอยาวเมื่อ 100 ล้านปีก่อนจะเชื่องกับมนุษย์ได้ โนบิตะเลยต้องสวนทางกลับญี่ปุ่น
ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1980 เป็นตอนที่ 1 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนผจญไดโนเสา" (สะกดตามต้นฉบับ)
[แก้] โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981)
-
ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙開拓史 ; ชื่อภาษาอังกฤษ: The Record of Nobita, Space blazer
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ โรพอล เด็กชายในอวกาศ วันหนึ่งเครื่องเกิดเสียระหว่างที่เดินทางกลับดาวบ้านเกิด เมื่อลองวาร์ป แล้ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างมิติ ที่เชื่อมโยงกับใต้เสื่อในห้องของโนบิตะ เมื่อหมดหนทางกลับบ้าน กลางดึกคืนนั้นเอง จามี่ สัตว์เลี้ยงของโรพอล ได้เปิดประตูข้ามมิติมาที่โลก จนเจอกับโนบิตะและโดราเอมอน โดราเอมอนจึงช่วยพากลับบ้าน แต่ทว่าบนดาวบ้านเกิดของโรพอลนั้น กลับมีเหล่าร้าย โจรโขมยแร่การ์ไทต์ โนบิตะและเพื่อน ๆ จึงต้องหาหนทาง ช่วยดาวดวงนี้ให้ได้
ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1981 เป็นตอนที่ 2 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนบุกพิภพอวกาศ"
[แก้] บุกแดนมหัศจรรย์ (1982)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の大魔境; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Haunts of Evil
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บุกดินแดนมหัศจรรย์ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เปโกะ ลูกสุนักจรจัดหลงทาง ที่โนบิตะบังเอิญพบเข้าและเก็บเอามาเลี้ยง เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทำให้ทุก ๆ คนอยากออกผจญภัย โดราเอมอนจึงพาทุกคนไปยังป่าลึกลับแถบแอฟริกาชื่อป่า Heavy Smoker แต่ระหว่างทาง กลับเจออุปสรรคมากมาย ทำให้ไจแอนท์หวาดกลัว จนไม่อยากเดินทางอีกแล้ว แต่ทว่าในคืนนั้น กลับมีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์มาบอกไจแอนท์ว่ามีสมบัติรออยู่และให้แผนที่ ทำให้ไจแอนท์บังคับให้ทุกคนเดินทางไปกันอีกครั้ง แต่เมื่อถึงที่หมาย กลับไม่เป็นเช่นอย่างที่ฝัน เปโกะกลับพูดได้และบอกว่าตัวเองเป็นรัชทายาท เจ้าชายตุงตัง ทายาทองค์ที่ 108 แห่งราชวงศ์บาวังโก และขอความช่วยเหลือโดราเอมอนให้ช่วยปราบ ดาบูรันด้า เพื่อทวงบัลลังก์คืน พร้อมกับปริศนาคำทำนาย คนต่างถิ่นทั้ง 10 คน
[แก้] ผจญภัยใต้สมุทร (1983)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の海底鬼岩城; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Castle of the Undersea Devil หรือ Nobita's Monstrous Underwater Castle
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การผจัญภัยใต้ทะเล เริ่มจากไจแอนท์และซูเนโอะ ได้ข่าวเรื่องการค้นพบทองในเรือปีศาจ จึงขอร้องโดราเอมอนไปเที่ยวใต้ทะเล โดราเอมอนจึงใช้ รถบัคกี้ (บัคกี้จัง) พาทัวร์ใต้ทะเล แต่ที่ใต้ทะเลนั้นเอง พวกโดราเอมอน ได้พบกับบุคคลลึกลับใต้ทะเล เอล ได้เล่าถึงอวสานของโลก เนื่องจากทวีปแอตแลนติส ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ด้วยการนำจาก“โพเซดอน” คอมพิวเตอร์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ทำลายโลก พวกโดราเอมอน จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งเอาไว้ให้ได้ เนื้อหาบางส่วนคล้ายตนเหล็ก 2029(1984)
[แก้] ท่องแดนเวทมนตร์ (1984)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の魔界大冒険; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Great Adventure into the Underworld
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ท่องแดนเวทมนตร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โนบิตะและโดราเอมอนที่ไปทิ้งพรมเก่า ๆที่กองขยะ ทันใดนั้นมีรูปปั้นประหลาดตกมาใส่โดราเอมอน โดราเอมอนจึงนำรูปปั้นที่เหมือนตนเองดังกล่าวย้ายไปที่สวนหลังบ้าน ต่อมาไจแอนด์กับซึเนโอะ ได้ชวนโนบิตะไปเล่นเบสบอล เกิดการทะเลาะกัน เลยไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ลานว่าง บังเอิญมี่รูปปั้นประหลาดที่หน้าตาคล้ายคลึงกับโนบิตะตกลงมาอีก เลยย้ายไปที่สวนหลังบ้าน โดราเอมอนและโนบิตะคิดว่ารูปปั้นที่ตกลงมานั้นเหมือนทั้งสอง และฝนตกลงมาโดราเอมอนเข้าบ้านไปก่อน พอโนบิตะมองดูรูปปั้นเห็นรูปปั้นมีเหงื่อตะกละเต็ม เลยตกใจ พ่อแม่ได้ยินเสียงโวยวายจึงไล่ให้ไปนอน โนบิตะก็นึกได้ว่า อยากจะทำให้โลกของตัวเองเป็นโลกแห่งเวทมนตร์ เลยให้โดราเอมอนเอาตู้โทรศัพท์จินตนาการบอกให้เป็นโลกแห่งเวทมนตร์ พอรุ่งเช้า ทั้งสองเห็นความแปลกประหลาดกลายเป็นโลกแห่งเวทมนตร์ ไจแอนด์และซึเนโอะชวนไปเล่นขี่ไม้กวาดแต่ทั้งสองไม่ไปเล่น เลยไปเล่นกับชิซุกะแทน พอไปเล่นขี่ไม้กวาดได้เจอไจแอนด์กับซึเนโอะประสบอุบัติเหตุและได้ไปเจอบ้านหลังหนึ่งและได้พบ ดร.มันเงะสึ และบุตรสาวมิยาโกะ ได้เล่าเรื่องถึงโลกแห่งปีศาจ ขณะที่ ดร.มันเงะสึกำลังแปลคำภีร์ ได้ถูกพวกปีศาจจับตัวไป มิยาโกะได้ถูกสาปเป็นแมว แต่เมื่อโนบิตะกลับบ้าน จึงได้พบว่าแม่เอาตู้ติ๊ต่างไปที่กองขยะจนพังเสียแล้ว มิยาโกะที่กลายเป็นแมวจึงได้มาหาโนบิตะที่บ้านพอแสงจันทร์มาส่องแมวค่อยๆเปลี่ยนร่างเป็นมิยาโกะ และได้นำคำภีร์มาด้วยชุดหนึ่ง แล้วจึงชวนพวกโนบิตะไปยังโลกแห่งปิศาจ เพราะว่ามิยาโกะได้ทำนายในลูกแก้ววิเศษแล้วว่า พวกโนบิตะ คือพวกที่ถูกเลือก ช่วงแรกพวกโนบิตะไม่ไป แต่โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ ทุกคนจึงต้องปกป้องโลกเพื่อไม่ให้พวกปีศาจมายึดครองโลก ทั้ง 6 คนต้องไปโลกแห่งปีศาจเพื่อปกป้องโลก
[แก้] สงครามอวกาศ (1985)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙小戦争; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Little Galaxy Wars หรือ Nobita's Little Star Wars
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน สงครามอวกาศ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ปาปิ" ประธานาธิบดีวัย 10 ขวบของดาวพิริคะ ที่ถูกจอมเผด็จการ "นายพลกิลมอร์"ล้มล้างอำนาจและได้หลบหนีมายังโลกขณะที่นายพลกิลมอร์เองก็ได้ส่งผู้บัญชาการ "โดรากอลรูรู"แห่ง PCIA มาตามล่าปาปิเช่นกัน ปาปิได้ลี้ภัยมายังบ้านของโนบิตะและโดราเอมอน จากการตามล่ากองกำลังของ PCIA ทำให้โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนได้วางแผนกันอย่างลับ ๆ เพื่อช่วยเหลือปาปิให้กลับไปยังดาวพิริคะและล้มล้างเผด็จการคืนอำนาจให้กลับปาปิ ณ ฐานทัพที่โดราเอมอนสร้างขึ้น แต่ไม่วายถูกพวก PCIA หาฐานลับพบและชิซุกะก็ถูกจับตัวไป เมื่อปาปิรู้ว่าชิซุกะถูกจับตัวก็ได้แอบหนีพวกโนบิตะมามอบตัวกับพวก PCIA เพื่อแลกกับชีวิตของชิซุกะ โนบิตะ โดราเอมอน ชิซุกะ ไจแอนท์ และซึเนะโอะจึงต้องเดินทางไปยังดาวพิริคะเพื่อช่วยเหลือพาพิก่อนที่จะถูกประหารและนำอำนาจกลับมาสู่ปาปิอีกครั้ง
[แก้] ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก (1986)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と鉄人兵団; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Platoon of Iron Men หรือ Nobita and the Steel Troops
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โนบิตะที่ได้พบส่วนประกอบของหุ่นยนต์ยักษ์ในขั้วโลกเหนือพร้อมกับลูกบอลประหลาดที่ส่งเสียงร้องตลอดเวลา (ภายหลังจึงรู้ว่าเป็นสมองของหุ่นยนต์ยักษ์ดังกล่าว) จึงชวนโดราเอมอนมาประกอบหุ่นยนต์ยักษ์นี้โดยใช้ของวิเศษสร้างโลกกระจกออกมาและได้ตั้งชื่อหุ่นยนต์นี้ว่า "ซานตาครอส" แต่ภายหลังพวกเขาก็รู้ว่าหุ่นยนต์นี้ได้นำมาใช้ในสงครามเนื่องจากมีเลเซอร์ที่สามารถถล่มตึกสูงใหญ่ภายในพริบตาจึงได้พยายามปิดเรื่องนี้เป็นความลับและขังหุ่นยนต์ยักษ์ไว้ในโลกกระจกตลอดไปและให้สัญญากันว่าจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ต่อมาโนบิตะได้มาพบกับ "ริลเล่" หญิงปริศนาที่ปรากฏตัวพร้อมกับการถามหาเบาะแสเกี่ยวกับหุ่นยนต์ยักษ์จิวและบีบคั้นให้โนบิตะบอกที่ซ่อนของหุนยนต์ยักษ์พร้อมกับขอของวิเศษที่เป็นทางเข้าออกโลกกระจกอีกด้วยซึ่งต่อมาโดราเอมอนและโนบิตะได้สืบหาเรื่องราวของริล จนรู้ว่าเธอได้แอบสร้างฐานทัพสำหรับนำร่องเหล่าหุ่นยนต์จำนวนมหาศาลจากเมกาโทเปียเพื่อหมายจะยึดครองโลกไว้ในโลกแห่งกระจก ทำให้โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนต้องเตรียมกำลังเพื่อต่อสู้กับหุ่นยนต์จำนวนเป็นล้าน ๆ เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์พวกนั้นได้เข้ามาในสู่โลกที่แท้จริง
[แก้] อัศวินมังกร (1987)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と竜の騎士; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Knights of Dinosaurs
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน อัศวินมังกร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่พยายามจะซ่อนผลสอบ 0 คะแนนโดยไม่ให้แม่รู้ ด้วยการพึ่งของวิเศษ "ท่อหาโพรงใต้ดิน" แต่บังเอิญที่ท่อนั้นเชื่อมต่อกับโพรงที่มีขนาดใหญ่มากทำให้โนบิตะวางแผนที่จะสร้างสถานที่ส่วนตัวโดยที่ไม่ให้ผู้ใหญ่มากวนใจโดยที่ชวนชิซุกะ ไจแอนท์ ซึเนะโอะ มาร่วมด้วยแต่ความสนุกนั้นอยู่ได้ไม่นานเมื่อท่อหาโพรงใต้ดินถูกทำลายเนื่องจากวางทิ้งเกะกะระหว่างทางจึงโดนรถทับทำให้พวกโนบิตะไม่สามารถไปยังโพรงนั้นได้อีกแต่บังเอิญที่ซึเนะโอะไม่สามารถขึ้นจากใต้ภิภพได้ทันทำให้ต้องติดอยู่ในโลกใต้ภิภพตลอดไป เดือดร้อนให้โดราเอมอนและเพื่อน ๆ ต้องช่วยกันออกตามหา เมื่อพวกเขาสามารถหาโลกใต้ภิภพเจอก็เจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อไดโนเสาร์ที่น่าจะสูญพันธ์ไปเมื่อหลายล้านปีกลับมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้และพวกเขาก็ยังได้พบเจอกับเมืองไดโนเสาร์ที่มีเทคโลยีและอารยธรรมที่เจริญมาก พวกเขาจะทำเช่นไรและจะสามารถตามตัวซึเนะโอะเจอหรือไม่
[แก้] ดินแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のパラレル西遊記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Version of Journey to the West หรือ Nobita's Parallel "Journey to the West"
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตำนานเทพนิยายไซอิ๋ว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่พยายามจะพิสูจน์ว่าหงอคงมีอยู่จริง จึงได้นั่งไทม์แมชชีนไปยังประเทศจีนสมัยที่พระถังซัมจั๋งไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีป และบังเอิญที่โนบิตะได้พบกับหงอคงขณะที่หงอคงกำลังขี่เมฆบินผ่านไป เมื่อเห็นเช่นนั้นโนบิตะจึงชวนให้พวกเพื่อน ๆ มาเห็นเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้นเมื่อไทม์แมนชีนได้ลบข้อมูลการเดินทางเมื่อครั้งก่อนออกหมดแล้ว เดือดร้อนโดราเอมอนให้ช่วยสร้างสถานการณ์ว่ามีหงอคงอยู่จริงด้วยเครื่อง "ฮีโร่แมนชีน" ซึ่งเป็นเกมส์ชนิดหนึ่งในโลกอนาคตโดยให้โนบิตะแสดงเป็นหงอคงเพื่อหลอกเพื่อน ๆ แต่ไม่วายถูกจับได้ ขณะที่เวลานั้นพวกปีศาจในฮีโร่แมนชีนได้แอบหนีออกมาจากเครื่องโดยที่โดราเอมอนเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อกลับมายังโลกปัจจุบันพวกโนบิตะก็ต้องรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของพ่อแม่ ครู และเพื่อนอีกหลาย ๆ คนจนในที่สุดก็รู้ว่าพวกเขาได้กลายเป็นปีศาจไปเสียแล้ว ทางเดียวที่จะสามารถทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมคือ การไปกำจัดปีศาจในโลกอดีตกลับเข้าเครื่องฮีโร่แมนชีนให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกปีศาจจะลอบจับกินพระถัมซัมจั๋ง
- เกร็ด : ภาพยนตร์ชุดนี้ไม่ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูน จึงสามารถหาชมได้เฉพาะในรูปแบบอะนิเมะเท่านั้น
[แก้] กำเนิดประเทศญี่ปุ่น (ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ) (1989)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の日本誕生; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita at the Birth of Japan
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน กำเนิดประเทศญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่วางแผนจะหนีออกจากบ้านเนื่องจากน้อยใจแม่ที่ดุด่าว่าเขาแต่ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดมักจะมีอุปสรรคอยู่เสมอขณะที่ชิซุกะ ไจแอนท์ ซึเนะโอะ หรือแม้แต่โดราเอมอนก็คิดที่หนีออกจากบ้าน ทั้งหมดจึงได้คิดที่จะนั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีตกลับไปสมัยที่ญี่ปุ่นไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และสร้างบ้านที่นั่นโดยเลียนแบบชีวิตของมนุษย์ยุคโบราณ ขณะที่มนุษย์โบราณ (ตัวจริง) ได้หลงเข้ามาในมิติเวลา และหลุดจากมิติมาโผล่ที่ภูเขาหลังโรงเรียนและหนีเข้ามาอาศัยในบ้านโนบิตะ เมื่อพวกโนบิตะพบเจอจึงได้ตรวจสอบประวัติเขา และพบว่าเขาเป็นมนุษย์ยุคโบราณที่มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อสอบถามประวัติเขาก็รู้ว่าเขามีชื่อว่า "คุคุรู" เป็นลูกของหัวหน้าเผ่าแสงสว่าง และพวกชนเผ่าก็ได้ถูกเผ่าแห่งความมืด โดยมี "กิกะซอมบี้" ผู้เป็นหัวหน้า เข้ารุกรานและจับตัวไป พวกโดราเอมอนจึงรีบเดินทางไปช่วยชนเผ่าแสงสว่างให้รอดพ้นจากภัยอันตรายในครั้งนี้
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1989 เป็นตอนที่ 10 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์
[แก้] ภาพยนตร์ยุค 1990
[แก้] ตะลุยดาวต่างมิติ (1990)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とアニマル惑星; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Animal Planet
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยดาวต่างมิติ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและเหล่าผองเพื่อนที่ได้หลงเข้าไปในหมอกสีชมพู และหลุดออกมายังดาวเคลเฮนอาณาจักรของเหล่าสิงสาราสัตว์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่าโลก ที่ซึ่งสัตว์ทุกตัวใช้ชีวิตและพูดได้เหมือนมนุษย์และมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับโลกแทบทุกอย่าง แต่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่ดีกว่าโลกเป็นอย่างมาก พวกโนบิตะได้มาพบกับ "ชิปโปะ" สุนัขน้อยที่ชอบเล่นซนและต้องการไขปริศนาของป่าต้องห้ามซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของเมืองแต่เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อพวก "นิบุเกะ" มนุษย์จากดวงจันทร์(หมายถึงดาวฝาแฝด)ตามตำนานของชาวดาวได้บุกมาทำลายดวงดาวของพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับผู้มาเยือนได้ โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนจึงต้องหาทางช่วยเหลือและต่อกรกับพวกนิบุเกะก่อนที่พวกชาวดาวจะถูกฆ่า
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1990 เป็นตอนที่ 11 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์
[แก้] ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のドラビアンナイト; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita in Dorabian Nights
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยแดนอาหรับราตรี เป็นเรื่องราวของการผจญภัยครั้งใหม่ที่เริ่มขึ้นเมื่อโนบิตะขโมยรองเท้าวิเศษซึ่งสามารถเข้าไปยังโลกบนหนังสือนิทานได้จากโดราเอมอน เป็นรองเท้าวิเศษที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสโลกนิทานได้ด้วยตนเอง แต่จะไม่สามารถจับต้องหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะผิดแปลกไปจากเดิม จนทำให้ชิซุกะพลัดหลงอยู่ในหนังสือนิทานอาหรับราตรีและซ้ำร้ายหนังสือนิทานนั้นก็ถูกแม่ของโนบิตะเผาทิ้งไป ทำให้โดราเอมอนกับเพื่อน ๆ ต้องออกท่องอาหรับราตรีเพื่อช่วยเหลือชิซุกะ
[แก้] บุกอาณาจักรเมฆ (1992)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と雲の王国; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Kingdom of Clouds
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บุกอาณาจักรเมฆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อน ที่ต้องการจะสร้างสรวงสวรรค์ของตัวเองบนท้องฟ้าโดยใช้ของวิเศษ "ก๊าซทำให้เมฆแข็งตัว" ต่อมาพวกเขาก็ได้พบกับเด็กชาวใต้คนหนึ่งขณะที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนหลังเต่าดึกดำบรรพ์ ณ ภูเขาหิมะ พวกโนบิตะจึงพาตัวเขามารักษาและต้องการทราบสาเหตุว่าเหตุใดเขาจึงได้ไปอยู่บนภูเขาหิมะ แต่ทว่าในวันต่อมาเขาก็ได้หายตัวไป พวกโนบิตะจึงได้สืบหาหาตัวเขาแต่ก็หาตัวเขาไม่พบ แล้วช่วงระหว่างหาก้อนเมฆที่จะกลับอาณาจักรของตนเองนั้น บังเอิญเข้ามาในอาณาจักรเมฆที่ชื่อว่าสหพันธ์สวรรค์ (ซึ่งพวกโนบิตะก็ไม่รู้ว่าก้อนเมฆที่เข้ามานั้นไม่ใช่อาณาจักรของตนเอง) ณ ที่แห่งนั้นพวกเขาก็ได้พบกับพันธุ์ไม้และสัตว์ต่าง ๆ ที่สูญพันธ์ไปจากโลกแล้วพร้อมกับกลุ่มมนุษย์ชาวสวรรค์กลุ่มหนึ่งที่อ้างตัวเป็นมิตรและคอยต้อนรับพวกเขา โดยหารู้ไม่ว่าพวกเขาได้วางแผนการที่จะชำระล้างโลกด้วยแผนโนอา พวกโนบิตะ จะสามารถขัดขวางแผนโนอา เพื่อป้องกันโลก ได้หรือไม่
[แก้] ฝ่าแดนเขาวงกต (1993)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とブリキの迷宮; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Tin-Plate Labyrinth
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ฝ่าแดนเขาวงกต เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโนบิตะได้รับกระเป๋าประหลาดที่สามารถกลายสภาพเป็นประตูที่พาไปยังโรงแรงบนเกาะที่มีชื่อว่า "บริคิงโฮเต็ล" โนบิตะและโดราเอมอนได้รับการต้อนรับจากผู้จัดการโรงแรมที่เป็นหุ่นยนต์เป็นอย่างดีในฐานะที่เป็นแขกวีไอพี ต่อมาโนบิตะและโดราเอมอนได้ไปเล่นสกีที่ภูเขาหิมะใจกลางเกาะ แต่ทว่าโนบิตะได้ประสบอุบัติเหตุผลัดหลงกับโดราเอมอน แต่ก็สามารถกลับโรงแรมได้อย่างปลอดภัย ขณะที่โดราเอมอนได้ถูกพวกหุ่นยนต์ทหารขนาดเล็กจับตัวไประหว่างตามหาโนบิตะและถูกนำตัวไปยังดาวฉาโมฉะ และถูกช้อตไฟฟ้าทำให้คอมพิวเตอร์ในตัวโดราเอมอนเสีย จึงถูกโยนทิ้งในใต้ทะเล ทำให้โนบิตะและเพื่อน ๆ ต้องออกเดินทางไปยังดาวฉาโมฉะโดยอาศัยเกาะบริคิง(ยานอวกาศ)ของพ่อของ "ซาบิโอะ" เด็กชายที่หนีจากการตามล่าของ "นาโพกิสโทร่า" หุ่นยนต์กบฏที่ตั้งตัวเองเป็นราชา พวกโนบิตะจะต้องตามหาและช่วยเหลือโดราเอมอนโดยปราศจากของวิเศษ แล้วก็ต้องต่อสู้กับพวกหุ่นยนต์ "นาโพกิสโทร่า" เพื่อช่วยเหลือชาวดาวฉาโมฉะ
[แก้] 3 อัศวินในจินตนาการ (1994)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と夢幻三剣士; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Fantastic Three Musketeers
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน สามอัศวินในจินตนาการ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่ต้องการสร้างโลกแห่งความฝันซึ่งมีตัวเองเป็นฮีโร่จึงขอร้องโดราเอมอนให้นำ "เครื่องสร้างความฝัน" ออกมา วันหนึ่งโนบิตะก็ได้พบกับชายชราท่าทางแปลก ๆ และให้โนบิตะกินผลต้นฉลาด ซึ่งต่อมาโนบิตะก็ได้ขอร้องโดราเอมอนให้ซื้อเครื่องสร้างความฝันชุด3อัศวินเป็นสินค้าออกใหม่ให้ และพา ชิซุกะ ไจแอนท์ ซุเนะโอะมาร่วมในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย โดยที่หน้าที่หลักของพวกเขาคือการกำจัดเจ้าแห่งปีศาจ พวกเขาได้พาลพบกับอุปสรรคต่าง ๆ เช่น ต้นโอ๊กยักษ์ที่ซ่อนดาบเงิน มังกรที่สามารถทำให้ผู้อื่นกลายเป็นหินได้ กองทัพปีศาจจำนวนมาก แล้วพวกเขาจะฝ่าฟันไปได้หรือไม่?
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1994 เป็นตอนที่ 15 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์
[แก้] บันทึกการสร้างโลก (1995)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の創世日記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Genesis Diary
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน บันทึกการสร้างโลก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและเพื่อน ๆ ที่ได้การบ้านปิดเทอมเป็นรายงาน ซึ่งก็เป็นปัญหาเดิม ๆ และเพื่อนแต่ละคนก็มีหัวข้อทั้งนั้น โนบิตะจึงขอร้องโดราเอมอน แล้วโดราเอมอนก็ซื้อ "ชุดสร้างโลก" มาให้ เมื่อสร้างโลกจนสิ่งมีชีวิตเริ่มพัฒนาตนเองจนเหมือนโลกของจริงพวกโนบิตะจึงเริ่มตรวจตราสภาพของโลก (ในโลกที่สร้างเอง) แต่ก็ยังมีปัญหาตรงที่บรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานยังอาศัยอยู่ในทะเล พวกโดราเอมอนจึงได้ใช้ "รังสีเพิ่มลดวิวัฒนาการ" ช่วยให้วิวัฒนาการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาได้พัฒนาสัตว์จำพวกแมลงโดยไม่รู้ตัว ทำให้พวกแมลงวิวัฒนาการจนมีอารยธรรมคล้ายกับมนุษย์และเข้ามาป่วนเปี้ยนในประวัติศาสตร์ของเหล่ามนุษย์ โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องมาแก้ไขกับประวัติศาสตร์อันผิดพลาดในครั้งนี้
......
[แก้] รถด่วนสายทางช้างเผือก (1996)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と銀河超特急; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Galactic Express
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน รถด่วนสายทางช้างเผือก เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโดราเอมอนได้ซื้อตั๋วท่องเที่ยวกาแล็กซี่ทางช้างเผือกจากโลกอนาคต โดยมีพาหนะเป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำ(ยานอวกาศ) มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สวนสนุกและไปลงจอดที่สวนสนุกอวกาศแห่งอนาคตที่มีชื่อว่า "ดรีมมาซูแลนด์" ที่นั่นมีเครื่องเล่นมากมายหลากหลายชนิดและมีหมู่ดาวบริวารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าลูกค้าสามารถรับบทเป็นฮีโร่ได้ เช่น ดาวแห่งโลกตะวันตก ดาวนินจา ดาวเทพนิยาย ดาวไดโนเสาร์ ดาวมอนสเตอร์ เป็นต้น โดยแต่ละดวงดาวจะมีหุ่นยนต์คอยบริการซึ่งควบคุมโดยดาวเคราะกลางซึ่งเป็นศูนย์กลาง แต่ท่ามกลางความสนุกพวกเหล่าร้ายอวกาศนาม "กาฝากอวกาศ" ได้มาสิงเจ้าหน้าที่สวนสนุกป่วนระบบคอมพิวเตอร์ทำให้เครือข่ายสวนสนุกวุ่นวายและควบคุมหุ่นยนต์ในแต่ละดวงดาวมาเป็นพวก โดยมีเป้าหมายที่จะยึดร่างกายของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องหาทางป้องกันและช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากจากการสิงของพวกเหล่าร้ายนี้
[แก้] ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のねじ巻き都市冒険記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Adventure in Clockwork City
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโดราเอมอนได้ไปยังงานประมูลดวงดาวแห่งโลกอนาคต เพื่อหวังจะได้รางวัลใหญ่แต่กลับพลาดได้รางวัลที่ระลึกแทน ซึ่งรางวัลจะเป็นกลุ่มดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี สร้างความเสียใจให้กับโดราเมอนมาก แต่โนบิตะกลับสนใจและหวังที่จะสร้างฟาร์มส่วนตัว ทำให้ไปพบกับดาวที่มีความอุดมสมบูรณ์มีพืชพันธุ์และน้ำเหมือนกับโลกเพียงแต่ไม่มีสัตว์เท่านั้น(ไปผิดดาว) โนบิตะจึงชวนเพื่อน ๆ มาสร้างเมืองตุ๊กตาไขลานโดยให้พวกตุ๊กตาเป็นประชากรโดยอาศัย "ไขลานให้ชีวิต" จากโดราเอมอนให้ชีวิตแก่พวกตุ๊กตา ขณะที่บนโลกได้มีนักโทษแหกคุกฉายา "ไอ้เคราหมี" แอบเข้ามาบ้านโนบิตะและผ่านประตูไปไหนก็ได้ไปยังโลกไขลาน โดราเอมอนและเหล่าผองเพื่อนจึงต้องขับไล่โจรรายนี้ออกไปก่อนที่จะทำอะไรที่ส่งผลร้ายต่อเมืองตุ๊กตาไขลาน
[แก้] ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の南海大冒険; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's South Sea Adventure
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่ต้องการออกผจญภัยตามล่าหาสมบัติในหมู่เกาะทะเลใต้ โดยอาศัยเครื่องมือของโดราเอมอนที่มีชื่อว่า "แผนที่ค้นหาขุมทรัพย์" ค้นหาสมบัติจนพบโนบิตะจึงได้ช่วยเพื่อน ๆ เออกเดินทางโดยใช้เรือยนต์เป็นพาหนะ แต่ทว่าในระหว่างการเดินทางพวกโนบิตะได้หลงในมิติเวลาและหลุดออกมาโผล่ในทะเลสมันศตวรรษที่ 17 สมัยโจรสลัดยังเรืองอำนาจ เรือของพวกโนบิตะได้ชนกับเรือโจรสลัดจนเรือแตก ทุกคนกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกพวกโจรสลัดช่วยไว้ ยกเว้นโนบิตะ ทำให้พวกโดราเอมอนต่างเป็นกังวลและเป็นห่วง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากกระเป๋ามิติที่สี่ของโดราเอมอนได้ถูกน้ำทะเลพัดหายไป พวกโดราเอมอนจึงต้องขอความช่วยเหลือพวกโจรสลัดที่มีเป้าหมายไปยังเกาะสมบัติแห่งเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือหาโนบิตะที่ติดเกาะกลางทะเล
[แก้] ตะลุยอวกาศ (1999)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙漂流記; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Adventure: Drifts in the Universe
ซูเนโอะได้เอาเกมตะลุยอวกาศที่ได้รับเป็นของขวัญมาอวดพวกโนบิตะ ด้วยความอิจฉาและอยากเล่นโนบิตะ ไจแอนท์และชิซูกะจึงได้ไปขอร้องให้โดราเอมอนเอาเกมตะลุยอวกาศออกมาให้หน่อยจากนั้นโดราเอมอนก็ได้เอาเกมตะลุยอวกาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่าสตาร์ครัชเกมออกมาเล่นกัน เมื่อเกมจบลงโดราเอมอน โนบิตะ และชิซูกะได้ออกมาจากเกมเรียบร้อย แต่ทว่าไจแอนท์ และซูเนโอะไม่ได้ออกมาด้วยแต่กลับถูก UFO )ปริศนาจับตัวไปซะได้ดังนั้นโดราเอมอน โนบิตะ และชิซูกะจึงต้องออกตามหาและจะตามตัวพวกไจแอนนท์กลับมาได้หรือเปล่า ตำนานแห่งการตะลุยอวกาศได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
[แก้] ภาพยนตร์ยุค 2000
[แก้] ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の太陽王伝説; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Legend of the Sun King
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตำนานสุริยกษัตริย์ เป็นเรื่องราวอันบังเอิญของโดราเอมอนและโนบิตะที่ต้องการเอาของวิเศษคืนจากใจแอน แต่เกิดพลาดท่าทำให้เครื่องขัดข้อง มันจึงย้อนเวลาไปยังดินแดน อาณาจักรมายานะ โนบิตะก็ได้พบกับเจ้าชาย ทีโอ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันในดินแดนแห่งนี้ เกิดปัญหาใหญ่ก็คือ เรดิน่า แม่มดชั่วร้ายที่เคยทำงานให้กับพระราชินี ก็ใช้เวทมนตร์สร้างให้เกิดปัญหาต่อมายานะ ทำให้ฝนไม่ตกและพระราชินีก็ทรงพระประชวรเพราะเวทมนตร์ของเรดิน่า ทีโอจึงจำเป็นต้องเรียนรู้โลกความจริง ทำให้ทีโอรู้จักความเป็นเพื่อนของโนบิตะที่มอบให้แก่กัน
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2000 เป็น ตอนที่ 21 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2002 ซึ่งนับเป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ที่เข้าฉายในประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับจากที่เคยนำตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ และตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ เข้ามาฉายในปี ค.ศ. 1982
[แก้] โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と翼の勇者たち; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Winged Braves
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะและอัศวินแดนวิหค เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวเกี่ยวกับนกหายไปคาดว่ามีมนุษย์วิหคมาพาไป ที่เพื่อน ๆ ทุกคนดู ทำให้เพื่อนทุกคนตะลึง โนบิตะเองก็ได้ดู ก็หันมาสนใจในการเป็นมนุษย์วิหค จึงทำปีกจำลองทดลองบินแต่ก็ไม่สำเร็จ ครั้งสุดท้ายก็บินได้เพราะโดราเอมอนพยุงโนบิตะโดยใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ แต่แล้วประตูมิติก็พาให้มนุษย์นกตัวหนึ่งชื่อ กูซึเกะ ตกลงมาพร้อมกับเครื่องร่อนของเขา โนบิตะทำแผลจนเขาหายดี จึงหันมาซ่อมเครื่องร่อน เพื่อจะบินไปกลับยังโลก เบิร์ดโนเปีย ซึ่งเป็นโลกของนกอีกครั้ง แต่โชคร้ายซูเนโอะกับไจแอนท์ก็ติดกันไปด้วย(เกาะหางเครื่องร่อนไปเพราะอยากจับกูซึเกะไปลงนิตยสารเพื่อให้ตัวเองดัง) ทำให้โดราเอมอนและโนบิตะตามไปยังโลกของนกแห่งนี้
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2001 เป็นตอนที่ 22 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมปี ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546)
[แก้] โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とロボット王国; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Robot Kingdom
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "โปโกะ" หุ่นยนต์ที่หนีจากการตามล่าของโครงการล้างสมองหุ่นยนต์ภายใต้การนำของราชินี "แจน" และราชครู "เดสต้า" ขณะโปโกะลูกของแม่นมราชินีแจนได้ถูกไล่ล่าโปโกะหนีไปได้แต่ได้หลงเข้าไปในมิติเวลาและหลุดออกมายังห้องของโนบิตะ พร้อมกับบรรดาหุ่นยนต์ 100 ตัวจากศตวรรษที่ 22 พร้อมกับความเสียหายอย่างหนัก จนโดราเอมอนเองก็ไม่สามารถรักษาหรือทำอะไรได้ หนทางเดียวที่สามารถช่วยเหลือเด็กคนนี้คือ พาโปโกะไปรักษาบนดาวบ้านเกิด โดยใช้ไทม์แมนชีนรุ่นปรับปรุงใหม่สืบหาห้วงเวลาที่โปโกะเคยผ่าน การผจญภัยครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2002 เป็นตอนที่ 23 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กันยายน ปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) โดยใช้ชื่อตอนว่า " โนบิตะ ตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์"
[แก้] โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とふしぎ風使い; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Mysterious Wind Masters หรือ Nobita and the Wind Wizard
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "ฟูโกะ" ลูกพระพายที่ฟักตัวออกมาจากไข่และถูกโนบิตะนำมาเลี้ยงเอาไว้ ลูกพระพายผู้ซึ่งถูก "อูรันด้า" หัวหน้าเผ่าอาราชิในอดีตตามล่าโดยอูรันด้าซึ่งอยู่ในสภาพวิญญาณ (เนื่องจากตายมาหลายพันปี) ได้เข้าสิงซึเนะโอะเพื่อทำการแก้แค้นด้วยการคืนชีพปีศาจร้ายนาม "มาฟูก้า" ขึ้นมาเพื่อทำลายล้างโลก โดยฟูโกะเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปีศาจตัวนั้น พวกโนบิตะจึงได้ร่วมมือกับเผ่ากาเซ่เพื่อช่วยเหลือโลกให้รอดพ้นจากภัยพิบัตินี้
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2003 เป็นตอนที่ 24 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม "
[แก้] โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太のワンニャン時空伝; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Wannyan Space-Time Odyssey
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและโดราเอมอนได้เก็บสุนัขจรจัดที่ชื่อ "อิจิ" และแมวจรจัดมาเลี้ยงเพื่อรอดพ้นจากสายตาของแม่ ทั้งสองจึงพาอิจิพร้อมกับสุนัขและแมวจรจัดอีกหลายร้อยตัวไปยังยุคกว่า 300 ล้านปีก่อน พร้อมทั้งใช้ปืนเร่งรังสีวิวัฒนาการเพื่อให้สุนัขและแมวมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ จากนั้นจึงย้อนเวลามาสำรวจอีกครั้ง แต่เกิดอุบัติเหตุห้วงมิติผกผันขึ้นทำให้มายุคหลังจากนั้นพันปีและพบว่าเมืองของสุนัขและแมวนั้นมีวิวัฒนาการที่เหนือกว่ามนุษย์มาก แต่การมาคราวนี้พวกเขากลับต้องช่วยเหลือพลเมือง ๆ นี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือ "เนโกโจล่า"แมวจอมโลภที่พยายามจะสร้างไทม์แมนชีนไปยังโลกมนุษย์เพื่อแก้แค้นให้กับบรรพบุรุษและพวกโดราเอมอนร่วมมือกับเหล่าสุนัขกลุ่มหนึ่ง
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2004 เป็นตอนที่ 25 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี (พ.ศ. 2549) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โนบิตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว"
[แก้] ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (2006)
-
ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ เดอะมูฟวี่
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の恐竜2006; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Dinosaur 2006 - The Movie หรือ Doraemon The Movie 2006
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะได้ค้นพบกับฟอสซิลไดโนเสาร์โดยบังเอิญ และจากนั้นเขาก็ใช้ผ้าคลุมกาลเวลาให้กลายเป็นไข่ที่ฟักตัวได้ ไม่นานนักไดโนเสาร์คอยางน่ารัก ๆ ก็ฟักออกมาแล้วตั้งชื่อให้ว่า พิสุเกะ โนบิตะก็ได้เลี้ยงดูมันจนเติบโต จนกระทั่งพึสุเกะตัวใหญ่เกิดกว่าที่จะดูแลได้ จนต้องตัดสินใจส่งกลับไปยังยุคของมัน แต่ทว่าดันส่งไปผิดท้องถิ่น โนบิตะจึงขอร้องโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ให้ช่วยพามันกลับไปยังถิ่นฐานจริง ๆ ที่มันอยู่คือทะเลญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับการหลีกหนีการตามล่าของเศรษฐีชั่วร้ายจากโลกอนาคตที่ต้องการพิสุเกะเพื่อนำไปค้าขายอย่างผิดกฎหมาย แถมยังต้องช่วยพิสุเกะปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่โหดร้านโดเดี่ยวให้ได้อีกด้วย ทั้งห้าคนจะช่วยเหลือพิสุเกะได้หรือไม่ และการจากกันของโนบิตะกับพิสุเกะจะออกมาในรูปแบบใดกันแน่
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2006 เป็นตอนที่ 26 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ ในปี ค.ศ. 1980 กลับมาสร้างใหม่ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) โดยใช้ชื่อตอนว่า "ไดโนเสาร์ของโนบิตะ"
[แก้] โนบิตะ ตะลุยแดนปีศาจ กับ 7 ผู้วิเศษ (2007)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画 ドラえもん のび太の新魔界大冒険~7人の魔法使い~; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's New Great Adventure into the Underworld ~ The Seven Magicians~ หรือ Doraemon The Magic 2007
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะ ตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ วันหนึ่งโดราเอมอนและโนบิตะได้เก็บรูปปั้นประหลาดที่หน้าตาเหมือนเขาสองคนได้และขณะนั้นโนบิตะคิดว่าถ้าใช้เวทมนตร์ได้ก็จะดี จึงได้ใช้ตู้โทรศัพท์ติ๊ต่างของโดราเอมอนเปลี่ยนเป็นโลกแห่งเวมมนตร์ซะเลย แต่ถึงกระนั้นในโลกได้เปลี่ยนเป็นโลกเวทมนตร์ไป และทุกคนสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างคล่องแคล่ว มีเพียงโนบิตะเท่านั้นที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ซักกะอย่างแล้วต่อมาโนบิตะก็ได้พบกับมิโยโกะ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแผนคุกคามโลกของเหล่าปีศาจ รูปปั้นประหลาดนั้นทีความเกี่ยวข้องกับการคุกคามโลกในครั้งนี้หรือไม่ ทั้งโนบิตะและโดราเอมอนจึงต้องการที่จะใช้ตู้ติ้ต่าง โทรไปบอกว่าให้โลกกลับไปเหมือนเดิม แต่ทว่า แม่ของโนบิตะได้ทำลายตู้ติ๊ต่างไปเสียแล้ว โนบิตะและเพื่อนๆ จึงต้องต่อสู้กับปีศาจเดมาออนในฐานะ "จอมเวทย์ทั้ง7"
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2007เป็นตอนที่ 27 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยแดนเวทมนตร์ ในปี ค.ศ. 1984 กลับมาสร้างใหม่ และเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551
[แก้] โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太と緑の巨人伝 ; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Green Giant Legend 2008 หรือ Doraemon The Future 2008
- โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา นี้เริ่มต้นขึ้นจากการที่โนบิตะไปเก็บเอาต้นอ่อนจากภูเขาหลังโรงเรียนและใช้ยาวิเศษของโดราเอมอนทำให้ต้นอ่อนเคลื่อนไหวและพูดเองได้เหมือนมนุษย์ โนบิตะตั้งชื่อให้ว่า "คีโบ" วันหนึ่งเมื่อทุกคนพากันไปที่ภูเขาหลังโรงเรียนจู่ๆก็มีน้ำวนยักษ์ปรากฏขึ้นมา แล้วก็ดูดพวกโนบิตะเข้าไปและพาพวกเขาไปยังโลกอันแสนประหลาดที่มีต้นไม้ยักษ์แผ่กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ที่มีชื่อว่า "ดาวแห่งสีเขียว"ซึ่งมีพวกพืชที่มีวิวัฒนาการจนสามารถพูดได้เหมือน อย่างคีโบปกครองอยู่โดยมีเจ้าหญิงรีเรเป็นผู้นำและอำมาตย์ใหญ่ชีร่าเป็นผู้วางแผนลับเพื่อปกป้องอนาคตของดาวสีเขียวเอาไว้เป็นผู้รับใช้อยู่เบื้องหลัง โนบิตะ โดราเอมอน และเพื่อนๆ จะทำเช่นไร? เพื่อกลับคืนสู่โลกเดิมของตน และตำนานคนยักษ์สีเขียวในตำนานคืออะไรกันแน่?...!
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2008เป็นตอนที่ 28 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552(รอบพิเศษเข้าฉายวันที่25 ตุลาคม พ.ศ. 2552)
[แก้] โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (2009)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: ; ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: The New Record of Nobita, Spaceblazer
- โดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ โรพอลเป็นเด็กชายคนหนึ่งในอวกาศที่ห่างไกลจากโลกมาก วันหนึ่งขณะที่ทำการวาร์ปก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนยานอวกาศเสียหาย โรพอลจึงกลับบ้านไม่ได้เมื่อตกดึง จามี่ สัตว์เลี้ยงและคู่หูของโรพอลก็คิดจะออกไปหาเสบียง จึงเปิดประตูห้องเก็บของในยานที่ได้ไปเชื่อมต่อเข้ากับเสื่อใต้ที่นอนของโนบิตะโดยบังเอิญ ทำให้ได้พบกับโนบิตะและโดราเอมอนเมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมดโดราเอมอนจึงช่วยซ่อมยานอวกาศให้ โรพอลและจามี่จึงเดินทางกลับดาวโคยะโคยะบ้านเกิดของพวกเขาได้ แต่บนดาวโคยะโคยะนั้นมีเหล่าร้ายผู้หมายยึดครองแร่ธาตุของดาวดวงนี้อยู่ โนบิตะและเพื่อนๆ จึงต้องหาทางปกป้องดาวดวงนี้ไว้ให้ได้
ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2009 เป็นตอนที่ 29 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ Rose ได้นำเข้ามาขายในประเทศไทย
[แก้] ภาพยนตร์ยุค 2010
[แก้] สงครามเงือกใต้สมุทร (2010)
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の人魚大海戦; ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita's Great Battle of the Mermaid King หรือ Doraemon The Legend 2010
- โดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะ สงครามเงือกใต้สมุทร เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโนบิตะบอกว่าอยากเป็นนักดำน้ำ โดราเอมอนจึงใช้ของวิเศษทำให้เมืองจมลงสู่ก้นทะเล ในขณะที่กำลังว่ายน้ำอยู่กับฝูงปลาอย่างสนุกสนาน พวกโนบิตะก็ได้พบกับโซเฟีย เจ้าหญิงแห่งชนเผ่าเงือกที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในทะเลบนโลกตั้งแต่เมื่อ 5,000 ปีก่อน โซเฟียได้พาพวกโนบิตะลงไปยังเมืองใต้ทะเล พวกเขาได้สวมชุดเงือกและสนุกกับการผจญภัยใต้ท้องทะเล แต่ในขณะนั้นเองปลาไหลยักษ์ก็พุ่งเข้ามาจู่โจมพวกเขา แม้จะเอาชีวิตรอดมาได้ แต่ชิซุกะก็ถูกใครบางคนจับตัวไป หลังจากได้รู้เรื่องเกี่ยวกับดาบแห่งตำนานของชนเผ่าเงือกซึ่งเป็นสิ่งที่ชนเผ่าปลาปีศาจต้องการจะครอบครอง พวกโนบิตะจึงตัดสินใจที่จะช่วยชนเผ่าเงือกต่อสู้เพื่อปกป้องดาบแห่งตำนานเอาไว้
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2010 เป็นตอนที่ 30 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553 โดยฉายไปได้ 5 สัปดาห์ รายได้รวมที่ฉายในประเทศไทย $226,393 [2]
[แก้] โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก - ปีกแห่งนางฟ้า (2011)
-
ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน โนบิตะกับกองทัพสงครามหุ่นเหล็ก
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 映画ドラえもん 新・のび太と鉄人兵団 ~はばたけ 天使たち~ ชื่อภาษาอังกฤษ: Doraemon: Nobita and the New Steel Troops: ~Angel Wings~
- โนบิตะได้พบกับชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ยักษ์ที่ขั้วโลกเหนือโดยบังเอิญ และได้นำเอาชิ้นส่วนลูกบอลสีฟ้าติดมือกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าลูกบอลนั้นได้เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ยักษ์มาถึงบ้านของเขาเองอีกด้วย โดราเอมอนจึงออกไอเดียใช้ของวิเศษ สร้างโลกกระจกที่เหมือนกับโลกอีกใบแต่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ขึ้นมา แล้วทั้งสองก็ไปช่วยประกอบหุ่นยักษ์ในโลกนั้นจนเสร็จและนำมาขับเล่นอย่างสนุกสนาน แต่แล้วความจริงก็เปิดเผยขึ้นว่า หุ่นตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพมนุษย์เหล็กจากต่างดาวที่กำลังหมายตาครอบครองโลกมนุษย์อยู่ เมื่อหุ่นยนต์สปายสาว ลิลูลุ ถูกส่งมาเพื่อติดตามเอาหุ่นยนต์ยักษ์กลับคืนไป พวกโนบิตะและผองเพื่อนต้องรักษาความลับในโลกกระจกและจะรับมือกับสงครามครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยอนาคตของมวลมนุษยชาติได้อย่างไร
- ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2011 เป็นตอนที่ 31 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นการนำ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ในปี ค.ศ. 1986 กลับมาสร้างใหม่ และเข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554 โดยฉายไปได้ 5 สัปดาห์ รายได้รวมที่ฉายในประเทศไทย $163,995 (ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากอุทกภัยน้ำท่วมในประเทศไทย พ.ศ. 2554) [3]
และปีหน้ายังมีโดราเอมอน เดอะมูฟวี่ตอนใหม่[4]
[แก้] อ้างอิง
- ^ สมประสงค์ เจียมบุญสม, นิตยสาร a day ปีที่ 2 ฉบับที่ 18, กุมภาพันธ์ 2545, หน้า 62-76
- ^ ยอดรวมรายได้ของโดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะ สงครามเงือกใต้สมุทร เวป Boxofficemojo.com
- ^ ยอดรวมรายได้ของโดราเอมอนฉบับภาพพยนตร์ ตอน โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก - ปีกแห่งนางฟ้า เวป Boxofficemojo.com
- ^ เว็บไซต์โดราเอมอนปี 2012
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ทุกตอน ตั้งแต่ปี 2006-2011 ตามลำดับ สามารถเข้าแต่ละปีโดยพิมพ์ เช่น doraeiga.com/2008
- ข้อมูลอ้างอิงภาพยนตร์ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ตอน โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก - ปีกแห่งนางฟ้า
- ข้อมุลอ้างอิงภาพยนตร์ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน สงครามเงือกใต้สมุทร (ไทย)
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ครบรอบ 30 ปี (ญี่ปุ่น)
- เปิดใจ WPM เจ้าของลิขสิทธิ์โดราเอมอนฉบับแอนิเมชัน โดย ผู้จัดการออนไลน์
- กำเนิดโดราเอมอน และ 10 การผจญภัยที่น่าจดจำ
|
|||||||||||||||||||||||||||||