เส้นทางเซนต์เจมส์
| เส้นทางเซนต์เจมส์ * | |
|---|---|
แผนที่แสดงเส้นทางเซนต์เจมส์จากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป |
|
| ประเทศ | |
| ประเภท | มรดกทางวัฒนธรรม |
| เกณฑ์พิจารณา | (ii) (iv) (vi) |
| ประวัติการจดทะเบียน | |
| จดทะเบียน | 2536 (คณะกรรมการสมัยที่ 17) |
เส้นทางเซนต์เจมส์ (อังกฤษ: Way of St. James; สเปน: Camino de Santiago; กาลิเซีย: Camiño de Santiago; บาสก์: Done Jakue bidea; ฝรั่งเศส: Chemin de St-Jacques; เยอรมัน: Jakobsweg) คือเส้นทางที่ใช้โดยผู้นับถือศาสนาคริสต์จากประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปในการเดินทางเพื่อทำการจาริกแสวงบุญไปยังเมืองซานเตียโกเดกอมโปสเตลาในประเทศสเปน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่บรรจุอัฐิของอัครสาวกนักบุญเจมส์ใหญ่
เส้นทางเซนต์เจมส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของทวีปยุโรปในปี ค.ศ. 1993
เนื้อหา |
เส้นทางจาริกแสวงบุญสำคัญของผู้นับถือศาสนาคริสต์[แก้]
เส้นทางจาริกแสวงบุญเซนต์เจมส์เป็นเส้นทางที่ใช้โดยอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งสเปนนักแสวงบุญคริสเตียนมากว่าหนึ่งพันปี และเป็นเส้นทางจาริกแสวงบุญสำคัญที่สุดเส้นหนึ่งในบรรดาเส้นทางจาริกแสวงบุญสามสายของคริสต์ศาสนา นอกจากนั้นก็ยังเป็นเส้นทางที่นักแสวงบุญสามารถได้รับการไถ่บาปเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางด้วย[1] เส้นทางอีกสองสายคือเส้นทางฟรันชิเจนาไปยังกรุงโรม และเส้นทางไปยังกรุงเยรุซาเล็ม
ตำนานกล่าวว่าร่างของนักบุญเจมส์ ลูกของเซเบดีหรือนักบุญเจมส์ใหญ่ถูกนำทางเรือจากกรุงเยรุซาเล็มมายังตอนเหนือของสเปน และมาฝังไว้ยังที่ที่ปัจจุบันคือเมืองซานเตียโกเดกอมโปสเตลา
การเดินทางไปยังซานเตียโกเดกอมโปสเตลาอาจจะใช้เส้นทางสายใดก็ได้ สำหรับนักแสวงบุญแล้วการเดินทางเริ่มจากที่อยู่ของตนเองไปยังจุดหมายปลายทางที่ซานเตียโกเดกอมโปสเตลา แต่ในบรรดาเส้นทางต่าง ๆ ก็มีเส้นทางที่ถือว่าสำคัญ ๆ อยู่สองสามสาย ในช่วงยุคกลางเส้นทางจาริกแสวงบุญไปยังซานเตียโกเดกอมโปสเตลาเป็นเส้นทางที่นิยมใช้กันมาก แต่เมื่อมาประสบกับกาฬโรคระบาดในยุโรป, การปฏิรูปคริสต์ศาสนา และวิกฤติการณ์ทางการเมืองในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เข้า ความนิยมในการเดินทางดังกล่าวก็เริ่มลดถอยลง เมื่อมาถึงคริสต์ทศวรรษ 1980 ในแต่ละปีก็แทบจะไม่มีนักแสวงบุญที่เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางที่ซานเตียโกเดกอมโปสเตลา แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาความนิยมในการเดินทางไปแสวงบุญก็เริ่มกระเตื้องขึ้นจากนักแสวงบุญจากทั่วโลก เมื่อเส้นทางเซนต์เจมส์ได้รับการยกฐานะโดยสภาแห่งยุโรปขึ้นเป็นเส้นทางวัฒนธรรมแห่งยุโรปในปี ค.ศ. 1987 และโดยองค์การยูเนสโกขึ้นเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993[2]
อ้างอิง[แก้]
- ↑
Kent, William H. (1913). "Indulgences". สารานุกรมคาทอลิก. New York: Robert Appleton Company. สืบค้นเมื่อ 2009-12-13.. This entry on indulgences suggests that the evolution of the doctrine came to include pilgrimage to shrines as a trend that developed from the eighth century A.D.:
“ Among other forms of commutation were pilgrimages to well-known shrines such as that at St. Albans in England or at Compostela in Spain. But the most important place of pilgrimage was Rome. According to Bede (674-735) the "visitatio liminum", or visit to the tomb of the Apostles, was even then regarded as a good work of great efficacy (Hist. Eccl., IV, 23). At first the pilgrims came simply to venerate the relics of the Apostles and martyrs; but in course of time their chief purpose was to gain the indulgences granted by the pope and attached especially to the Stations. ” - ↑ UNESCO: Way of St. James[1]
ดูเพิ่ม[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ เส้นทางเซนต์เจมส์- Xacowebs Collection of websites related to Way of St. James
- International Bibliography