เสี่ยวลิ้มยี่ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เสี่ยวลิ้มยี่ 2
Kids from shaolin

หน้าปกดีวีดี
กำกับโดย จาง ซิ่งเหยิน
นำแสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย
หยูไห่
หยู เจิ้งฮุย
ฉาย 26 มกราคม ค.ศ. 1984
ความยาว 99 นาที
ประเทศ ธงชาติของฮ่องกง ฮ่องกง
ประเทศจีน จีน
ภาษา จีนกลาง
กวางตุ้ง
รายได้ 22,287,595.00 ดอลลาร์ฮ่องกง
ข้อมูลจาก IMDb

เสี่ยวลิ้มยี่ 2 (อังกฤษ: Kids From Shaolin, Shaolin Temple 2: Kids From Shaolin; จีน: 少林小子; พินอิน: Shàolín Xiǎozi) ภาพยนตร์กำลังภายในปนตลกสัญชาติฮ่องกงและจีน นำแสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย, หยูไห่, หยู เจิ้งฮุย ออกฉายในปี ค.ศ. 1984

เนื้อเรื่อง[แก้]

ครอบครัว 2 ตระกูลที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน มีเพียงแม่น้ำสายใหญ่กั้นกลาง หนึ่งคือบ้านของเศรษฐี เปา เซิ่งฟง ผู้เยี่ยมยุทธในทางกระบี่บู๊ตึ้ง มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย และบ้านหลังใหญ่ แต่กลับอาภัพบุตรผู้สืบสกุล มีทายาทถึง 7 คนแต่ก็เป็นลูกสาวเสียหมด

ส่วนอีกบ้านเป็นของ เทียนฟง และน้องชายที่ชื่อว่า หยีหลง สองพี่น้องซึ่งอดีตเคยเป็นจอมยุทธศิษย์ของวัดเส้าหลิน ที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้า 7 คน เป็นบุตรบุญธรรม ทั้งสองพยายามช่วยกันทำงานเก็บเงินเพื่อขอลูกสาวอีกบ้านมาแต่งงานเป็นภรรยา แต่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้ยากเต็มทน เพราะสองบ้านเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน แถมยังมีคำขาดจากอีกฝ่ายว่า ต้องหาเงินมาซื้อวัว 10 ตัวเป็นค่าสินสอด แต่กว่าจะได้วัวซักตัวก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว

นักแสดง[แก้]

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

Kids From Shaolin หรือ Shaolin Temple 2: Kids From Shaolin เป็นภาพยนตร์ภาคต่อจาก Shaolin Temple ที่ฉายในปี ค.ศ. 1982 หรือ 2 ปีก่อนหน้านั้น ถือเป็นภาพยนตร์ภาค 2 ในภาพยนตร์ไตรภาคชุดนี้ โดยมี Martial Arts of Shaolin ในปี ค.ศ. 1986 เป็นภาคจบ

ภาพยนตร์ยังได้ หลี่ เหลียนเจี๋ย นักแสดงนำในภาคแรกกลับมารับบทนำอีกครั้ง และทีมนักแสดงชุดเดิม แต่ได้เปลี่ยนบทบาทไป ซึ่ง หยู เจิ้งฮุย ซึ่งปกติจะรับบทร้าย ในคราวนี้มารับบทเด่นที่เสมือนเป็นตัวเอกอีกคนร่วมกับหยีหลง คือ บทหัวหน้าบ้านบู๊ตึ้ง ที่ดูเหมือนว่าโหด แต่ใจดี และอยากได้ลูกชายมาก ๆ และนักแสดงอีกคนที่เด่นอีกเช่นกัน คือ หยูไห่ ที่แต่เดิมรับบทหลวงจีนเจ้าอาวาสอาจารย์ของตัวเอก คราวนี้มาเป็นพี่ชายของตัวเอก ซึ่ง หยูไห่ ในอีกเกือบ 30 ปีต่อมา ได้รับบทเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินอีกครั้ง จาก Shaolin ในปี ค.ศ. 2011 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชุดนี้อีกด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้นับได้ว่ามีโทนที่เบาที่สุดของภาพยนตร์ไตรภาคชุดนี้ ด้วยว่ามีเนื้อเรื่องแบบง่าย ๆ ทำนองเรื่องเล่าพื้นบ้านด้วยซ้ำ เพราะว่าด้วยเรื่องครอบครัวสองครอบครัว ที่ขัดแย้งกันด้วยวิทยายุทธคนละสำนัก คือ เส้าหลิน กับ บู๊ตึ้ง แต่ขณะที่เจ้าบ้านบ้านหนึ่งมีแต่ลูกสาว จึงอยากได้ลูกชายในแบบลูกเขยของบ้านฝั่งตรงข้ามที่เป็นคู่ขัดแย้งกัน จึงถูกมองว่าสู้ภาคแรกไม่ได้ เพราะเนื้อหาละทิ้งความดุเดือดที่ทำให้ Shaolin Temple โด่งดังขึ้นมาไป อีกทั้งฉากเปิดเรื่องยังเป็นแอนิเมชันอีก ทำให้มีนักวิจารณ์บางคนเปรียบเทียบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีบรรยายกาศแบบเดียวกับภาพยนตร์ของวอสลต์ ดีสนีย์ ในยุคทศวรรษที่ 50 ด้วยซ้ำ ที่เล่าเรื่องราวอันอบอุ่นคั่นกลางด้วยความชุลมุนวุ่นวาย ก่อนทุกอย่างจะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์แบบในตอนท้ายเรื่อง ด้วยความสามัคคีของอดีตคู่ปรับ[1]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]