มังกรน่ำปั๊ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มังกรน่ำปั๊ก
Martial Arts of Shaolin
กำกับโดย หลิว เจียเหลียง
นำแสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย
หยู เจิ้งฮุย
หยูไห่
หวง ชูหยิง
ค่าย ชอว์ บราเธอร์ส
เพิร์ล สตูดิโอ ฟิล์ม
ฉาย 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1986 (ฮ่องกง)
1 มีนาคม ค.ศ. 1986 (ญี่ปุ่น)
ความยาว 99 นาที
ประเทศ ธงชาติของฮ่องกง ฮ่องกง
ประเทศจีน จีน
ภาษา จีนกลาง
กวางตุ้ง
รายได้ 18,106,589.00 ดอลลาร์ฮ่องกง
ข้อมูลจาก IMDb

มังกรน่ำปั๊ก (อังกฤษ: Shaolin Temple 3: Martial Arts of Shaolin, Martial Arts of Shaolin, จีน: 南北少林, พินอิน: Nan bei Shao Lin) ภาพยนตร์แนวแอ๊คชั่นกำลังภายในสัญชาติฮ่องกงออกฉายในปี ค.ศ. 1986 นำแสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย

เนื้อเรื่อง[แก้]

ซื่อหมิง หลวงจีนวัดเส้าหลิน และ ซื่อ หม่าเหยียน มีความต้องการสังหารขุนนางชั่วหูเชา เพื่อแก้แค้นให้พ่อ แต่การลอบสังหารไม่สำเร็จจึงถูกออกหมายจับ หูเชาได้สั่งให้ลักพาตัวซื่อ หม่าเหยียนไป ซื่อหมิงจึงรวบรวมพวกวัดเส้าหลินเพื่อช่วยเหลือเธอให้ได้

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

Martial Arts of Shaolin หรือ Shaolin Temple 3: Martial Arts of Shaolin นับเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของไตรภาคภาพยนตร์ชุด Shaolin Temple ที่ออกฉายภาคแรกในปี ค.ศ. 1982 โดยมี Kids From Shaolin เป็นภาค 2 ในปี ค.ศ. 1984

ภาพยนตร์ยังคงใช้ทีมนักแสดงชุดเดิมจากภาคแรกและภาคที่สอง โดยเฉพาะตัวนักแสดงนำ คือ เจ็ต ลี หรือ หลี่ เหลียนเจี๋ย โดยทีมงานส่วนใหญ่ยังเป็นชาวฮ่องกง โดยมี หลิว เจียเหลียง ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับฯ

ภาพยนตร์ยังคงใช้เค้าโครงเรื่องเดิมจากภาคแรก ที่ว่าด้วยหนุ่มชาวฮั่น ที่เข้าสู่วัดเส้าหลินเพื่อฝึกวิชากลับไปล้างแค้น ซึ่งเป็นเค้าโครงเรื่องเดิม ๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ แต่ทว่าในเรื่องนี้กลับดำเนินเรื่องได้ลื่นไหลกว่า โดยฉากแอ๊คชั่นทำได้อย่างสร้างสรรค์มากขึ้น สมจริงสมจัง ปราศจากบรรยายกาศแบบภาพยนตร์เรื่องเดียวกันก่อนหน้านั้น อีกทั้งเนื้อหาก็หนักแน่นกว่า และยังเพิ่มแง่มุมที่เป็นตัวมนุษย์มีเลือดเนื้อจริง ๆ มากขึ้นด้วย โดยเพิ่มเรื่องรักสามเส้าเข้ามา ก็ดูไม่เลอะเทอะ แต่กลับทำให้มีสีสันมากขึ้น

เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ หลี่ เหลียนเจี๋ย กล่าวไว้เมื่อหลายปีผ่านไปว่า มีการแบ่งชนชั้นระหว่างชาวจีนแผ่นดินใหญ่กับชาวฮ่องกง ตั้งแต่เรื่องยิบย่อย เช่น อาหารกล่องที่ทั้งสองทีมนี้จะได้รับไม่เท่ากัน จนไปถึงค่าจ้างที่ต่างกันมากราวฟ้ากับเหว และยิ่งไปกว่านั้น คือ การไม่ให้เกียรติทีมงานที่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่กับทีมงานชาวฮ่องกง เช่น วันหนึ่ง ตัวเขาและเพื่อน ๆ นักแสดง ตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อรอเข้าฉาก แต่เมื่อผู้กำกับฯมาถึง กลับกล่าวว่าแสงน้อยไป และยกเลิกการถ่ายทำในวันนั้นไปทันที

แม้ตัวภาพยนตร์จะออกมาดี แต่ทว่าจากประสบการณ์การทำงานร่วมกันแล้ว ทำให้ต่อมาทั้งหลี่ เหลียนเจี๋ย และหลิว เจียเหลียง ไม่เคยร่วมงานกันอีกเลย[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. เสี่ยมลิ้มยี่ (3) 'มังกรน่ำปั๊ก' หนังดีจากความขัดแย้ง, คอลัมน์ เอเชีย รามา : เอเอสทีวีผู้จัดการฉบับวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555 หน้า Life Style 3

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]