เซมินารี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เซมินารี[1] (อังกฤษ: Seminary) บางตำราเรียกว่าสำนักเสมินาร์[2] ชาวคาทอลิกในประเทศไทยเรียกว่าสามเณราลัย เป็นสถาบันการศึกษาสำหรับฝึกบุรุษเพื่อเตรียมบวชเป็นบาทหลวง นอกจากชื่อนี้แล้ว บางที่ก็เรียกว่าวิทยาลัยเทววิทยา (theological college) วิทยาลัยศาสนศาสตร์ (divinity school) นักเรียนเซมินารีเรียกว่าเซมินาเรียน (seminarian) หรือเซมินาริสต์ (seminarist)

การศึกษา[แก้]

เมื่อเด็กชายสมัครใจจะเป็นบาทหลวง เมื่อจบการศึกษาชั้น ป. 6 จะต้องติดต่อกับอธิการโบสถ์ที่ตนเองสังกัดเพื่อให้ท่านออกเอกสารรับรอง จากนั้นจึงเข้าเรียนที่เซมินารีเล็กซึ่งจะมีอยู่ในทุกมุขมณฑล กรณีที่ต้องการเป็นบาทหลวงประจำคณะนักบวชคาทอลิก ก็จะต้องเข้าเซมินารีซึ่งแต่ละคณะจะมีเป็นของตนเอง เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 ที่เซมินารีเล็กแล้วจึงฝึกอบรมอีกหนึ่งหรือสองปีเพื่อเข้าเรียนต่อที่เซมินารีกลาง 1 ปี จากนั้นจึงเข้าเรียนที่เซมินารีใหญ่ (major seminary) ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษา[3] ผู้จบที่เซมินารีใหญ่จะได้รับวุฒิบัณฑิตทางเทววิทยาหรือปรัชญาตามแต่สาขาที่เรียน จากนั้นจึงฝึกงานต่อในมุขมณฑลหรือในคณะนักบวชคาทอลิกที่ตนเองจะสังกัดเพื่อเตรียมบวชเป็นบาทหลวงต่อไป

เซมินารีในประเทศไทย[แก้]

เซมินารีแห่งแรกของสยามตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา คือเซมินารีนักบุญยอแซฟเป็นเซมินารีเล็ก ต่อมาสร้างเซมินารีมหาพราหมณ์เป็นเซมินารีใหญ่ซึ่งเจริญมากจนเป็นศูนย์กลางของอินโดจีน เซมินารีทั้งของแห่งถูกทำลายลงคราวเสียกรุงครั้งที่ 2[3] ในปัจจุบันประเทศไทยมีเซมินารีเล็กอยู่เกือบทุกเขตมิสซัง ส่วนเซมินารีกลางมีแห่งเดียวคือที่เซมินารีพระวิสุทธิวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา ส่วนเซมินารีใหญ่ก็มีแห่งเดียวเช่นกันคือวิทยาลัยแสงธรรม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม [3]


ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศาสนา...พลังสำคัญของชีวิต. วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล. เรียกข้อมูลวันที่ 25 ก.พ. พ.ศ. 2554.
  2. ปาลเลกัวซ์, มงเซเญอร์, เล่าเรื่องกรุงสยาม, แปลโดย สันต์ ท. โกมลบุตร, กรุงเทพฯ : ศรีปัญญา, 2549
  3. 3.0 3.1 3.2 วรยุทธ กิจบำรุง, บาทหลวง, บาทหลวง", กรุงเทพฯ: สื่อมลชนคาทอลิกประเทศไทย, 2546, หน้า 17-22