เจ้าหญิงอัตสึ (ละครโทรทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหญิงอัตสึ
ละครเจ้าหญิงอัตสึ.jpg
ชื่อท้องถิ่น 篤姫
อะสึฮิเมะ
ประเภท รายการทั่วไป สามารถรับชมได้ทุกวัย
นักแสดงนำ มิยะซะกิ อะโอะอิ
ต้นกำเนิด ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
จำนวนตอน 50
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง ซะโนะ โมะโตะฮิโกะ
ความยาวตอน 45 นาทีโดยไม่พักโฆษณา
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี TvThai 2009Logo.pngทีวีไทย
ฉายครั้งแรก 5 พฤษภาคม 2551
ออกอากาศ พุธ พฤหัส ศุกร์

20:20 – 21:05 น.

รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า สารคดี มุม...แมลง
รายการถัดไป ครอบครัวเดียวกัน
เว็บไซต์ทางการ
[1]

เจ้าหญิงอัตสึ (ญี่ปุ่น: 篤姫 อะสึฮิเมะ, ท่านหญิงอะสึ ?) คือละครไทกะหรือละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องยาว[1]ของบรรษัทการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น (NHK) ที่ออกอากาศเป็นรายปี ประจำปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2009) ซึ่งต่อมาทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยได้นำมาออกอากาศ เนื้อหาของละครเป็นเรื่องราวของท่านเท็นโชอิงหรือท่านหญิงอะสึ ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีส่วนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะสามารถยอมจำนนโดยสันติต่อรัฐบาลสมเด็จพระจักรพรรดิในสมัยการปฏิรูปเมจิได้สำเร็จ

ชื่อละครว่า เจ้าหญิงอัตสึ เป็นการแปลที่ผิดพลาดของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เนื่องจากคำว่า ฮิเมะ ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้แปลว่า เจ้าหญิง เสมอไป อะสึโกะเป็นสามัญชนแต่กำเนิด แม้ว่าจะเป็นภริยาของโชกุนก็ไม่ถือว่าเป็นเจ้า ดังนั้น การแปลที่ถูกต้องจึงควรใช้คำแปลว่า ท่านหญิงอะสึ

เนื้อหา

เบื้องหลัง[แก้]

มิยะซะกิ อะโอะอิในบทท่านหญิงอะสึ

เรื่องนี้มาจากฐานนวนิยายของโทมิโกะ มิยะโอะชื่อ เท็นโชอิง อะสึฮิเมะ โดยมีตัวละครสำคัญคือเท็นโชอิง (ท่านหญิงอะสึ) ภริยาในโทะกุงะวะ อิเอะะซะดะ โชกุนคนที่ 13 แห่งเอะโดะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 7 ของละครเกี่ยวกับการปฏิรูปไทกะ

ตัวละครเท็นโชอิงแต่ก่อนเริ่มต้นในปีพ.ศ. 2546 ฟูจิเทเลวิชันเรื่องโอโอขุซึ่งแสดงนำโดยมิโฮะ คันโน

ในเรื่องนี้แสดงโดยมิยะซะกิ อะโอะอิ ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่เกี่ยวกับการปฏิรูปไทกะของเธอ เธอยังอ่อนวัยมากที่เล่นบทบาทนี้ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 เธอได้ชนะรางวัลกาแล็กซีอวอร์ดจากที่ได้เล่นบทนี้

ช่วงครึ่งแรกเรื่องราวจะอยู่ที่จังหวัดคะโงะชิมะซึ่งนักแสดงหลายท่านก็มาจากคะโงะชิมะ

ตัวละคร[แก้]

ตระกูลชิมะซุ[แก้]

ตระกูลอิไมซุมิ ชิมะซุ[แก้]

  • เคียวโซะ นะงะสึกะ เป็น ชิมะซุ ทะดะตะเกะ
  • คะนะโกะ ฮิกุชิ เป็น โอะยุกิ
  • โยะชิโนะริ โอะกะดะ เป็น ชิมะซุ ทะดะยุกิ

โชกุน[แก้]

มะซะโตะ ซะไก รับบทเป็นโทะกุงะวะ อิเอะะซะดะ

ไดเมียว[แก้]

โชตะ มะสึดะ รับบทเป็นโทะกุงะวะ อิเอะะโมะจิ

สมาชิกชั้นสูงในตระกูลชิมะซุ[แก้]

สมาชิกชั้นรองในตระกูลชิมะซุ[แก้]

โอโอขุ[แก้]

อัตสึโกะ ทะคะฮะตะ รับบทเป็นฮงจูอิน

ที่ปรึกษาในโชกุน[แก้]

ผู้รับใช้โชกุน[แก้]

ตังละครอื่นๆ[แก้]

พระราชวงศ์[แก้]

มะกิ รับบทเป็นเจ้าหญิงคะสึ

คักเงียว[แก้]

นางสนองพระโอษฐ์[แก้]

เนื้อเรื่อง[แก้]

ตอน เด็กที่ฟ้าส่งมาเกิด[แก้]

เออิตะ รับบทเป็นคิโมสึกิ นะโอะโกะโระ(โคะมะสึ ทะเตะวะกิ)

นะริอะคิระ ทายาทของเจ้าผู้ครองแคว้นซะสึมะได้กลับบ้านเกิดเป็นครั้งแรก ในเวลาใกล้ ๆ กันนั้น มีเด็กสองคนเกิดมาคือ อัตสึ อยู่ในตระกูลอิไมสุมิชิมะซุ ได้ชื่อว่าคัทสึเพื่อความสมบูรณ์พูนสุขในชีวิต อีกคนหนึ่งเกิดในตระกูลคิโมะสึกิ ชื่อนะโอะโกะโระ ต่อมาสุโชได้เร่งเก็บภาษีอย่างเข้มงวด จึงมีการร้องทุกข์ถึงความยากลำบาก ทะดะตะเกะเจ้าเมืองผ่อนผันให้ชาวบ้านจึงถูกลงโทษ โอคัทสึเห็นพ่อถูกลงโทษจึงรับไม่ได้ บุกไปถามสุโชถึงที่บ้าน.

ตอน คำสาบานที่ซะกุระจิมะ[แก้]

ที่แคว้นซะสึมะ สุโช ฮิโรซาโตะ ดำเนินการพัฒนาแคว้น จึงต้องเก็บภาษีมากมาย ทำให้พวกซะมุไรหนุ่มและชาวเมืองยากจน พวกซะมุไรหนุ่มอย่างไซโก คิชิโนะสุเกะ (ยุคิโยะชิ โอซาวะ) โอคุโบะ โชสุเกะ (ไทโช ฮาราดะ) และคนอื่นๆเกลียดสุโช ในตอนนั้นโอคัทสึ (อะโะอิ มิยะซะกิ) ได้รับคำเชิญให้ไปบ้านสุโช จึงชวนคิโมสึกิ นะโอะโกะโระ (เอตะ) ไปด้วยกัน โอคัทสึได้รู้ความจริงบางอย่างจากสุโช?

ตอน ซะสึมะแตกเป็นก๊ก[แก้]

แคว้นซะสึมะ สนมโอยุระ กำลังพยายามให้ทาดายุกิ ลูกชายของตนกับเจ้าแคว้นนะริโอกิ ได้ขึ้นเป็นเจ้าแคว้น แต่คนที่นิยมนะริอะคิระ ทายาทตามกฎหมายก็มีมาก ทั้งสองฝ่ายจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น โอคัทสึ สนใจการเมืองภายในแคว้นมาก

แต่ทะดะตะเกะ ผู้เป็นพ่อบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก การจลาจลครั้งนี้ทำให้โอคุโบะ โชสุเกะ ถูกลงโทษให้พักงาน เมื่อโอคัทสึรู้จากคิโมสึกิ นะโอะโกะโระ จึงไปเยี่ยม เอาข้าวปลาอาหารจากบ้านอิไมสุมิไปให้ด้วย โอคุโบะ โชสุเกะ จึงสำนึกในบุญคุณอยู่ 3 คน คือ โอคัทสึ นะโอะโกะโระ และไซโก คิชิโนะสุเกะ

โอคัทสึพยายามจะช่วยให้ครอบครัวโอคุโบะ มีรายได้มากขึ้น แต่ถูกฟุขุ ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี โอคัทสึจึงได้แต่ฟังโอวาทเรื่องศักดิ์ศรีของสตรีซะสึมะจากโอยุกิ อีกด้านหนึ่ง อะเบะ มะซะฮิโระ ที่ปรึกษาโชกุนก็ใช้อุบายปลดเจ้าแคว้นได้สำเร็จ นะริอะคิระจึงได้ครองบัลลังก์เจ้าแคว้นแทน โชคชะตากำลังชักพาให้นะริอะคิระ กับโอคัทสึมาพบกันในการกลับแคว้นซะสึมะครั้งนี้

ตอน ความโกรธของผู้เป็นใหญ่[แก้]

หลังจากการจลาจลในบ้านผ่านไป นะริอะคิระ ได้ขึ้นเป็นเจ้าแคว้นซะสึมะและเริ่มปฏิรูปบ้านเมือง เช่น ทำให้ข้าวราคาถูกลง พวกที่สนับสนุนทาดายุกิ ก็กลัวอยู่ว่านะริอะคิระจะลงโทษอย่างไร แต่นะริอะคิระก็ไม่ได้สั่งลงโทษ ขณะเดียวกัน พวกซะมุไรหนุ่มอย่างไซโก ก็ไม่พอใจ เพราะโอคุโบะ ไม่ได้รับการอภัยโทษทันที โอคัทสึ กับนะโอะโกะโระ จึงไปที่บ้านของโอชิคะ น้องสาวของโคมะสึ คิโยมิชิ ซึ่งเป็นผู้ช่วยของนะริอะคิระ เพื่อถามว่า นะริอะคิระจะทำอะไรกันแน่ คิโยมิชิตอบแต่ว่า บุชิโดคือความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อนาย และบอกให้เชื่อมั่นในนะริอะคิระ

แต่โอคัทสึไม่พอใจคำตอบเช่นนี้ ต่อมานะริอะคิระได้เชิญญาติตระกูลชิมะซุ ทั้งหมดไปงานเลี้ยงที่ปราสาท เพื่อจะได้พบหน้ากันทีละคน ทะดะตะเกะ กลัวว่า โอคัทสึ จะทำให้ขายหน้าจึงให้คิขุโมโตะ ฝึกกริยามารยาทให้ พอถึงวันงาน โอคัทสึ คาดคั้นถามนะริอะคิระว่า ทำไมไม่ลงโทษพวกสนับสนุนทาดายุกิ และไม่อภัยโทษให้พวกโอคุโบะ นะริอะคิระซึ่งมีเจตนาอื่นในการจัดงานรวมญาติครั้นี้ จึงสนใจโอคัทสึขึ้นมา

ตอน ยอดบุรุษของญี่ปุ่น[แก้]

ฮิเดกิ รับบทเป็นนะริอะคิระ

นะริอะคิระ ส่งหนังสือชุด (เกร็ดประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น) มาให้โอคัทสึ ทำให้ดีใจมาก ขณะที่อ่านอย่างเพลิดเพลิน คิขุโมโตะ พยายามบอกว่าความสุขของผู้หญิง คือการได้แต่งงานเป็นภรรยาที่ดีต่างหาก ขณะเดียวกัน ทาดายุกิ บอกทะดะตะเกะ ว่าอุกง ลูกชายตนอย่างจะแต่งงานกับโอคัทสึ เพราะเป็นรักแรกพบ ทะดะตะเกะกลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้นะริอะคิระเข้าใจผิด ทาดายุกิ ลูกของทะดะตะเกะจึงรีบไปบอกนะโอะโกะโระ เป็นนัยๆ นะโอะโกะโระถามโอคัทสึว่า คิดอย่างไรกับการแต่งงาน ก็ได้รับคำตอบว่า อยากแต่งกับผู้ชายที่เลิศสุดยอดของญี่ปุ่น

ขณะนั้น จอห์น มันจิโร่ ซึ่งกลับจากอเมริกาและได้รับเชิญมาที่ซะสึมะ เล่าว่าที่อเมริกามีการแต่งงานกับคนที่รัก โดยไม่ต้องให้ครอบครัวเป็นผู้กำหนด นะโอะโกะโระจึงรวบรวมความกล้า เข้าไปบอกทะดะตะเกะว่า ขอแต่งงานกับโอคัทสึ วันรุ่งขึ้น ทะดะตะเกะได้รับคำสั่งให้ไปเฝ้านะริอะคิระที่ปราสาท ด้วยความกังวลว่านะริอะคิระจะสู่ขอโอคัทสึให้อุกง แต่กลับได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดจากนะริอะคิระ

ตอน วิถีแห่งสตรี[แก้]

นะริอะคิระเอ่ยปากว่า อยากขอโอคัตสึมาเป็นลูกสาว ทำให้คนในบ้านอิไมสึมิดีใจมาก แต่โอยุกิรู้สึกว่าคิขุโมโตะมีอาการแปลกไป ส่วนโอคัตสึซึ่งไม่รู้ว่าทำไมจึงถูกเลือกเป็นลูกสาว ได้ขอร้องทะดะตะเกะว่า จะไปเฝ้าท่านนะริอะคิระเพื่อถามเหตุผล เช้าวันที่จะไปยังปราสาทคิขุโมโตะได้ย้ำกับโอคัตสึว่า วิถีแห่งสตรี มีแต่เดินไปข้างหน้า ไม่อาจย้อนกลับมาให้อายคน แต่ทว่า?

ตอน น้ำตาของพ่อ[แก้]

โอคัตสึตกใจมากที่แม่นมคิขุโมโตะฆ่าตัวตาย และต้องเสียใจมากยิ่งขึ้นที่ทาดะตาเกะจัดการกับศพของเธอราวกับเป็นผู้ร้าย ในเวลาเดียวกันมีข่าวลือหนาหูว่าเรือรบของอเมริกากำลังประชิดเข้ามาใกล้เอะโดะเต็มที ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังยุ่งเหยิงขนาดหนัก นะริอะคิระวางแผนที่จะรับโอคัตสึเข้าวังให้เร็ววัน พอใกล้ถึงวันที่โอคัทสึจะต้องไปสึรุมารุโจ จู่ๆ ทะดะตะเกะก็แสร้งทำเย็นชากับโอคัตสึ

ตอน บทเรียนของเจ้าหญิง[แก้]

โอคัตสึซึ่งบัดนี้ได้เข้ามาอยู่ในปราสาทสึรุมารุ ยากที่จะทำใจให้คุ้นเคยกับการอยู่ในกรอบธรรมเนียมที่เคร่งครัดของที่นี่ได้ วันเวลาผ่านไปด้วยความทุกข์ทรมาน แถมถูกพวกนางกำนัลตำหนักในไม่เว้นแม้แต่นางกำนัลอาวุโส ฮิโรงะวะมองเหมือนเธอเป็นเด็กโดดเดี่ยวที่พลัดพรากจากบ้านมา เรือรบของอเมริกาที่บัญชาการโดยนายพลเพอร์รี่เคลื่อนเข้ามาใกล้โทกะเต็มที นะริอะคิระร้องขอไปยัง ทาดาชิฮิโรชิ โคโนเอะที่เคียวโตะ ให้ส่งนางกำนัลอาวุโสที่เชี่ยวชาญศิลปะหลายด้าน อิคุชิมะมาสอนโอคัตสึ

ตอน กำเนิดท่านหญิงอะสึ[แก้]

โอคัตสึ ต้องรับการฝึกฝนเข้มข้นจากพี่เลี้ยงคนใหม่ที่มาจากตระกูลโคโนเอะ แห่งเคียวโตะ อิคุชิมะ เมื่อนะริอะคิระ กลับมาถึงซะสึมะ ก็เปลี่ยนชื่อโอคัตสึ เป็น อัตสึโกะ ท่านหญิงอะสึ จึงได้กำเนิดขึ้น ทางด้านเอะโดะ อิเอะโยะชิ โชกุนคนที่ 12 เสียชีวิตกะทันหัน มีอิเอะซาชิ ลูกชายปัญญาอ่อนสืบทอดตำแหน่งโชกุนคนต่อไป นะริอะคิระ จึงบอกความลับให้อิคุชิมะรู้สาเหตุที่ต้องเร่งฝึกเจ้าหญิงอัทสึ

ตอน ตัดสินใจไปเป็นภรรยาโชกุน[แก้]

นะริอะคิระ บอกความจริงแก่องค์หญิงอัตสึ ว่าจะต้องไปเป็นภรรยาโชกุน หรือ มิไดโดโกโระ คืนนั้นเององค์หญิงอัตสึ ลอบหนีออกจากปราสาทแต่ไม่สำเร็จ จึงไปถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของท่านนะริอะคิระ และได้รับคำตอบว่า ถ้าองค์หญิงอัตสึเป็นมิไดโดโกโระ จะทำให้นะริอะคิระมีอิทธิพลพอที่จะเปลี่ยนรัฐบาลทหารให้ดีขึ้นได้ องค์หญิงอัทสึจึงตัดสินใจยอมไปเป็นภรรยาโชกุนโดยไม่ต้องบังคับ

ตอน พบกันอีกในวันทานาบาตะ[แก้]

ท่านหญิงอะสึ จำต้องทำใจยอมรับการเป็นภรรยาหลวงของ โชกุน เริ่มต้นด้วยการเรียนประวัติศาสตร์กับอิคุชิมะ ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน ด้วยความหวังดีนะริอะคิระ จัดการให้นะโอะโกะโระ ได้พบกับท่านหญิงอะสึที่ทานะบาตะอีกครั้ง ท่านหญิงอะสึขอให้นะโอะโกะโระช่วยดูแลท่านพ่อและท่านแม่ รวมทั้งฝากฝังอนาคตของซะสึมะ นะโอะโกะโระเห็นถึงการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ของท่านหญิงอะสึ ก็รู้ได้เลยว่าเจ้าหญิงจะต้องมีอนาคตที่รุ่งโรจน์อย่างแน่นอน วันที่เจ้าหญิง อัตสึจะต้องไปเอะโดะ ใกล้เข้ามาเต็มที

ตอน ลาก่อนซะกุระจิมะ[แก้]

เพื่อแจ้งข่าวของท่านหญิงอะสึ พวกหัวหน้าบ้านมารวมตัวกันที่ปราสาท ท่านหญิงอะสึมีโอกาสได้พบกับทาดะตาเกะ โอยุกิ อีกครั้ง แต่อิคุชิมะ อนุญาตให้ทักทายตามมารยาทเป็นพิธีเท่านั้น หลังจากนั้นวันที่ท่านหญิงอะสึเดินทางไปเอะโดะ ระหว่างที่เรือแล่นออกจากท่า ท่านหญิงอะสึอยู่บนดาดฟ้าของเรือทอดสายตามองเกาะซะกุระจิมะจนลับตา วันนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ท่านหญิงอะสึสาบานกับอิคุชิมะว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะร้องไห้เพราะคิดถึงซะสึมะ

ตอน ท่านแม่ที่เอะโดะ[แก้]

องค์หญิงอัตสึ มาถึงเอะโดะและเข้าไปพักในจวนของแคว้นซะสึมะหลายวันแล้วก็ยังไม่ได้พบกับองค์หญิงฮิสะ ภรรยาของนะริอะคิระ ซึ่งนับเป็นท่านแม่ นอนจากนี้ในปราสาทเอะโดะ นะริอะกิ ยังคัดค้านการให้องค์หญิงอัตสึเป็นมิไดโดโกโระ ทางด้านซะสึมะ นะริอะคิระ เลือกไซโกให้ติดตามไปเอะโดะด้วย สุดท้ายเมื่อได้เข้าเฝ้าองค์หญิงฮิสะ ก็ได้ฟังคำพูดเย็นชาว่า อย่างองค์หญิงอัตสึนั้น ไม่มีทางที่จะเป็นมิไดโดโกโระได้

ตอน คำขอร้องของพ่อ[แก้]

คำพูดของท่านหญิงฮิสะว่า เจ้าไม่สมควรจะเป็นมิไดโดโกโระ ทำให้ท่านหญิงอัตสึ อยู่ไปอย่างเซ็ง ๆ ปีต่อมา เปอรี่นำกองเรือรบอเมริกา เข้ามาที่เอะโดะอีก ทำให้นะริอะคิระ ถูกเรียกตัวกลับเอะโดะโดยด่วน ก่อนออกเดินทางเขาไปแวะเยี่ยมทะดะตะเกะ ที่กำลังป่วยหนัก ทะดะตะเกะขอร้องเรื่องหนึ่งไว้ แต่เมื่อได้พบท่านหญิงอัตสึ นะริอะคิระกลับไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้แก่ทะดะตะเกะ

ตอน ท่านหญิงออกรบ[แก้]

ไซโก ได้รับแต่งตั้งให้เป็น นิวะโฮ และให้ทำหน้าที่เลือกของใช้สำหรับท่านหญิงอัตสึ (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ที่จะใช้เมื่อแต่งงาน ระหว่างนั้น นะริอะคิระ (ฮิเดกิ ทะกะฮะชิ) ล้มป่วยหนัก บนบานกี่วัดก็ไม่หาย คนในแคว้นซะสึมะเชื่อกันว่า เป็นเพราะท่านโอยุระ (มาโยะ สุสุคาเสะ) ทำพิธีสาปแช่ง ท่านหญิงอัตสึจึงตัดสินใจไปเผชิญหน้ากับโอยุระ และยิงคำถามใส่ทันทีที่พบ

ตอน พายุในงานชมดอกไม้[แก้]

การเตรียมงานแต่งงานของท่านหญิงอัตสึ (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ผ่านมาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ส่วนอิเอะซาดะ (มะซะโตะ ซะไก) ถูกฮงกิวอิน (จุนโกะ ทะกะฮะตะ) แนะนำ ยังเอาแต่พูดจาเฉไฉไปเรื่องอื่นเหมือนเดิม นะริอะคิระ (ฮิเดกิ ทะกะฮะชิ) ชวน นะริอะกิ (โทโอรุ เอะโมริ) ที่คัดค้านไม่เห็นด้วย ให้มาชมดอกไม้ที่ซะสึมะเพื่อเกลี้ยกล่อม ท่านหญิงอัตสึกลับโต้เถียงกับนะริอะกิเรื่องที่เขาเป็นแกนนำขับไล่คนต่างชาติ คำพูดของท่านหญิงอัตสึ ทำให้นะริอะกิโกรธมาก

ตอน การแต่งงานที่ไม่คาดคิด[แก้]

การแต่งงานของท่านหญิงอัตสึ (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ถูกกำหนดขึ้นต้นปีหน้า ทำให้จวนของแคว้นซะสึมะที่เอะโดะเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง ไซโก (ยูคิโยะชิ โอซะวะ) ก็กำลังยุ่งอยู่กับการซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับท่านหญิงอัตสึ เพราะเลือกมาแล้วก็ถูกอิคุชิมะ (เคโกะ มะสึซากะ) บอกให้ซื้อของคุณภาพดีๆ ส่วนนะโอะโกะโระ (เอตะ) ก็ได้รับเลือกให้มาทำงานที่เอะโดะ เขาตื่นตาตื่นใจกับชีวิตที่เอะโดะมาก เพราะนี่เป็นการมาเป็นครั้งแรก นะโอะโกะโระได้ทำงานเป็นผู้รักษาความปลอดภัยในสวนส่วนในนะริอะคิระ (ฮิเดะกิ ทะกะฮะชิ) ไซโกมักกระตุ้นให้นะโอะโกะโระหมั่นศึกษาวิชาความรู้ของฝรั่งไว้

ตอน คำสั่งลับจากนะริอะคิระ[แก้]

นะโอะโกะโระ กลับมาที่ซะสึมะและตัดสินใจจะแต่งงานกับโอชิคะ ตามคำสั่งของนะริอะคิระ ส่วนทางเอะโดะ พิธีแต่งงานของท่านหญิงอัตสึ ได้ถูกกำหนดขึ้น คืนก่อนที่ท่านหญิงจะเข้าไปอยู่ในปราสาทเอะโดะ นะริอะคิระ ได้สังว่า ให้เกลี้ยกล่อมอิเอะซาดะ ให้เสนอชื่อ ฮิโตสึบาชิ โยะชิโนะบุ เป็นทายาทโชกุน ท่านหญิงอัตสึจึงตระหนักถึงจุดประสงค์หลังของนะริอะคิระเป็นครั้งแรก ทะกิยะมะ จากฝ่ายในได้มารับและพอองค์หญิงอัตสึเข้าไปในปราสาทเอะโดะ

ตอน เข้าไปในโอโอขุ[แก้]

ใกล้จะถึงวันแต่งงาน องค์หญิงอัตสึ ถูกส่งตัวเข้าไปในปราสาทเอะโดะ ความใหญ่โตโอฬารของโอโอขุ เครื่องเรือนที่หรูหรา และคนรับใช้นับพันคนทำให้องค์หญิงตื่นตาตื่นใจมาก เธอได้พบกับฮงจูอิน แม่สามีในอนาคต และทะกิยะมะ หัวหน้านางกำนัลทั้งหมดเพื่อแนะนำตัว เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการซุบซิบไปทั่วโอโอขุว่าเธอเป็น องค์หญิงเพี้ยน ถึงแม้จะยังไม่ได้พบกับโชกุนอิเอะซาดะ ว่าที่สามี แต่องค์หญิงอัทสึก็ได้ทราบว่าอิเอะซาดะมีสนมชื่อโอชิงะ

ตอน คืนแต่งงาน[แก้]

ท่านหญิงอะสึในพิธีแต่งงาน

วันแต่งงานกำลังใกล้เข้ามา ท่านหญิงอัตสึ เริ่มค้นหาความจริงว่าอิเอะซาดะ ที่วิ่งเล่นซ่อนหาในสวนนั้นมีบุคลิคอย่างไรกันแน่ ส่วนนะโอะโกะโระ ก็ร้อนใจอยู่ที่ซะสึมะ เพราะตกข่าวไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เอะโดะและเคียวโตะ พอโอคุโบะ เล่าให้ฟังว่าคนทั้งหลายนินทากันว่าอิเอะซาดะปัญญาอ่อน นะโอะโกะโระยิ่งเป็นห่างว่าท่านหญิงอัตสึจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในที่สุดวันแต่งงานก็มาถึง ตลอดพิธีอันยาวนาน อิเอะซาดะไม่สนใจเจ้าสาวเลย เมื่อส่งตัวเข้าหอ ก็ยังหลับไปอย่างรวดเร็ว ท่านหญิงอัตสึพยายามคุยด้วยเพื่อให้เจ้าบ่าวตื่น เขาก็ตอบว่า เล่าเรื่องตลกให้ฟังสิ ท่านหญิงอัตสึจึงยิ่งสงสัย อิคุชิมะ บอกว่า คนลือกันว่าอิเอะซาดะเป็นคนปัญญาอ่อน แต่นะริอะคิระ คิดว่าไม่ใช่ เมื่อท่านหญิงอัตสึ เห็นอิเอะซาดะวิงไล่จับเป็ดอยู่ในสวน จึงตัดสินใจจะหาความจริงให้ได้

ตอน สงครามของเหล่าภรรยา[แก้]

ท่านหญิงอัตสึถามอิเอะซาดะว่า ทำไมต้องแสร้งทำเป็นคนสติไม่สมประกอบ แต่อิเอะซาดะทำเป็นไม่สนใจ อีกทั้งยังบอกอีกว่าไม่คิดที่จะมีลูกเป็นของตนเอง ทำให้ท่านหญิงอัตสึสะเทือนใจไม่น้อย ท่านหญิงอัตสึเอ่ยถามโอชิงะภรรยารองว่า คิดยังไงกับท่าทางของอิเอะซาดะแต่ โอชิงะบอกเพียงว่า ขอให้ได้อยู่เคียงข้างอิเอะซาดะก็พอใจแล้ว ท่านหญิงอัตสึรู้สึกอิจฉาที่โอชิงะทำใจได้

ตอน ความลับของโชกุน[แก้]

ท่านหญิงอัตสึรู้สึกว่าอิเอะซาดะแกล้งทำเป็นคนปัญญาอ่อนแต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก จึงอยากจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วอิเอะซาดะเป็นคนยังไงกันแน่ นะโอะโกะโระได้ยินข่าวลือด้านร้ายเกี่ยวกับอิเอะซาดะ จึงเป็นห่วงท่านหญิงอัตสึ ระหว่างนั้นรัฐบาลก็เริ่มกดดันให้หาโชกุนคนใหม่เพื่อมาแก้ปัญหานี้ อะเบะซึ่งเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของโยะชิโนะบุได้ถึงแก่กรรมไป

ตอน การประลองกำลังภายใน[แก้]

อิเอะซาดะเลิกแกล้งทำเป็นปัญญาอ่อนเมื่ออยู่กับองค์หญิงอัทสึ แต่ยังคงทำเหมือนเดิมเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น องค์หญิงอัทสึกลุ้มใจมากว่านะริอะคิระ จะไม่สมปรารถนาเพราะแน่ใจว่าอิเอะซาดะจะไม่ยอมเสนอชื่อโยะชิโนะบุ เป็นโชกุนคนต่อไป ระหว่างนั้นฮาริส กงสุลอเมริกันยื่นข้อเสนอจะเข้าพบอิเอะซาดะให้ได้

ตอน จะไม่ให้อภัยท่านหญิงอัตสึ[แก้]

วันที่จะพบกับฮาริส ใกล้เข้ามา อิเอะซาดะสารภาพกับองค์หญิงอัทสึว่า เขากังวลมาก องค์หญิงดีใจและคิดหาหนทางไม่ให้โชกุนเสียหน้าระหว่างประชุม ขณะเดียวกัน ฮงจุอินไม่พอใจองค์หญิงอัทสึ เพราะคิดว่าจะให้อิเอะซาดะตกกระป๋องโดยการสนับสนุนโยะชิโนะบุ

ตอน ความรักและความเกลียดของแม่[แก้]

ฮงจุอินรู้ว่าอัตสึฮิเมะมีแผนที่จะสนับสนุนให้โยะชิโนะบุ ขึ้นเป็นโชกุนคนต่อไป จึงพยายามแยกอิเอะะซาดะออกจากอัตสึฮิเมะ และให้โอชิงะคอยเฝ้ารับใช้อิเอะะซาดะ อัตสึฮิเมะต้องการที่จะอธิบายเรื่องที่ฮงจุอินเข้าใจผิด กลับถูกพูดประชดให้ว่าคงไม่คิดจะให้กำเนิดทายาทสืบทอดอำนาจแล้ว ช่องว่างระหว่างฮงจุอินกับอัตสึฮิเมะนับวันยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น

ตอน พายุฎีกา[แก้]

ศึกชิงตำแหน่งทายาทโชกุนกำลังเข้มข้น อี นาโอสุเกะเข้าไปพบฮงจุอินในโอโอขุตกลงเป็นพันธมิตรกันสนับสนุนโยะชิโตมิแห่งแคว้นคิชู นะริอะคิระส่งจดหมายลับไปบอกท่านหญิงอัตสึให้เร่งรัดโชกุนว่า "ให้ตั้งโยะชิโนะบุเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุน" ทำให้ท่านหญิงอัตสึจนตรอก แล้วยังส่งฎีกาถึงรัฐบาล แสดงจุดยืนที่ชัดเจนด้วย ทำให้เกิดความปั่นป่วนอย่างมากทั้งในโอโอขุและรัฐบาล

ตอน ศรีภรรยาแห่งโทะกุงะวะ[แก้]

เพื่อไม่ให้เป็นการทรยศต่อนะริอะคิระ ท่านหญิงอัตสึจึงตัดสินใจไม่สนับสนุนทั้งโยะชิโนะบุและโยะชิโตมิ ขณะนั้น ทะกิยะมะ ได้นำคำร้องขอให้แต่งตั้ง อี นาโอสุเกะ เป็นไทโร มาให้ท่านหญิงอัตสึล่ารายชื่อผู้สนับสนุนและลงชื่อเห็นชอบด้วย อิคุชิมะห้ามไว้อย่างแข็งกร้าวแต่ท่านหญิงอัตสึไม่ฟัง จึงเกิดความบาดหมางกันอย่างรุนแรงระหว่างท่านหญิงอัตสึกับอิคุชิมะ

ตอน คำสั่งเสีย 2 ข้อ[แก้]

อี ได้รับตำแหน่งไทโรและแต่งตั้งให้โยะชิโตมิ เจ้าแคว้นคิชูเป็นทายาทโชกุน อิเอะซาดะสั่งอีกับฮตตะไว้ว่า "ให้ท่านหญิงอัตสึ เป็นผู้ปกครองโยะชิโตมิ" หลังจากนั้นอิเอะซาดะล้มป่วยหนัก แต่ปกปิดไม่ให้ท่านหญิงอัตสึและฮงจุอินรู้อาการที่แท้จริง ขณะนั้นก็มีข่าวจากทางซะสึมะว่านะริอะคิระถึงแก่กรรมแล้ว

ตอน กำเนิดเท็นโชอิง[แก้]

ท่านหญิงอัตสึไม่ฟังคำทัดทาน ได้บอกให้โอชิงะกับฮงจุอินทราบว่า อิเอะซาดะเสียแล้ว โอชิงะรู้ว่าอิเอะซาดะป่วยอยู่แล้วจึงยอมรับได้ แต่ฮงจูอินนั้นหาว่าท่านหญิงอัตสึวางยาพิษอิเอะซาดะ ท่านหญิงอัตสึเข้าพิธี "ระขุโชขุ" และเปลี่ยนชื่อเป็น เท็นโชอิง แล้วจะทำตามที่อิเอะซาดะสั่งเสียไว้คือ "เป็นผู้ปกครองของโชกุนคนใหม่" ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับไทโร อี

ตอน แม่ของโชกุน[แก้]

เท็นโชอิงมุ่งหวังจะเป็นผู้ปกครองของอิเอะโมะจิ ส่วนไทโร อี เริ่มปราบปรามพวกต่อต้านอย่างรุนแรง เรียกว่า "การกวาดล้างครั้งใหญ่อันเซ" อีไปหาเท็นโชอิงเพื่อถามว่า รู้ที่อยู่ของไซโกหรือไม่ อิคุชิมะ รู้สึกว่าตัวเองแพ้ในศึกชิงตำแหน่งโชกุน จึงไปบอกเท็นโชอิงว่าขอลาออกไปจากโอโอขุ

ตอน จำลาจากอิคุชิมะ[แก้]

อี นาโอสุเกะ ยังคงปราบปรามฝ่ายที่ต่อต้านอย่างต่อเนื่อง แถมยังจับตัวมุราโอกะ ที่เคยทำหน้าที่เป็นตัวแทนมารดาของเท็นโชอิง ตอนเข้าพิธีสมรส เท็นโชอิงได้สั่งให้อิคุชิมะทำอะไรบางอย่าง อิคุชิมะไปพบมุราโอกะเพียงลำพัง พอถึงวันสอบสวนมุราโอกะสวมกิโมโนสีขาวชุดเดียวกับที่สวมในงานสมรสของเท็นโชอิง หลังจากปฏิบัติทำหน้าที่สำเร็จลงด้วยดี อิคุชิมะเอ่ยปากกับเท็นโชอิงว่าถึงเวลาที่ตนจะหยุดพักผ่อน

ตอน ความเปลี่ยนแปลงนอกซากุราดะมง[แก้]

อิเอะะโมะจิ กับเท็นโชอิง มีโอกาสได้พบกับ คัตสึ รินทาโร่ อาจารย์สอนเดินเรือของเรือรบคังรินมารุอีกครั้ง ความเป็นกันเองของเขาทำให้เท็นโชอิงประทับใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเท็นโชอิงยังได้พูดคุยกับ อี ตอนที่ได้พบกันเพียงลำพัง อีกล่าวว่า "หากมีใจอยากที่จะรักษาประเทศเอาไว้ ขอเพียงทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ก็พอ" เท็นโชอิงรู้สึกประทับใจคำพูดนั้นเป็นอย่างมาก และตั้งใจว่าจากนี้ไปจะพูดคุยกับอีให้มากขึ้น แต่พอถึงวันที่ 3 เดือน 3 ก็เกิดเรื่องขึ้นที่นอกซากุราดะมง

ตอน พระขนิษฐาคะสุโนะมิยะ[แก้]

การตายของอี (ไบจะขุ นาคามุระ) ทำให้บะขุฝุสั่นคลอนอย่างยิ่ง เพื่อเรียกศรัทธาในกลับคืนมา บะขุฝุจึงสู่ขอเจ้าหญิงคะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) พระขนิษฐาของจักรพรรดิโคเม (ฮิเดกิ โทกิ) ให้มาแต่งงานกับโชกุนอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) ถึงแม้เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) จะคัดค้านอย่างหนัก เพราะเจ้าหญิงคะสุโนะมิยะมีพระคู่หมั้นอยู่แล้วแต่พวกที่ปรึกษาก็ไม่เชื่อฟัง ขณะเดียวกันมีจดหมายมาจากซะสึมะเกลี้ยกล่อมให้เท็นโชอิง "กลับบ้านเกิดที่ซะสึมะ จะดีมั้ย?"

ตอน ราชนิกูล กับ ซะมุไร[แก้]

คะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) ได้เข้ามาในปราสาทเอะโดะ และได้พบกับโชกุนอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) เป็นครั้งแรก คะสุโนะมิยะเริ่มเกิดรักแรกพบ เมื่อเห็นความใจดีและสง่างามของ อิเอะโมะจิ แต่ในการพบกับเท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ครั้งแรก คะสุโนะมิยะถูกจัดให้นั่งในที่ต่ำกว่าและไม่มีเบาะรองนั่งไว้ให้ พวกคะสุโนะมิยะจึงโกรธมาก และคะสุโนะมิยะก็ส่งของฝากมาให้โดยเขียนว่า "ถึงเท็นโชอิง" โดยไม่มีคำนำหน้าชื่อว่า ท่าน ทั้ง 2 ฝ่ายจึงหมางใจกันตั้งแต่นั้นมา

ตอน มีดพกที่พากันสงสัย[แก้]

พิธีแต่งงานของอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) กับ คะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) ผ่านไปด้วยดี อุปสรรคที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ขนบธรรมเนียมของปราสาทเอะโดะที่แตกต่างจากของวังหลวงอย่างสิ้นเชิง เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) กังวลใจเกี่ยวกับการเข้าหอครั้งแรกของอิเอะโมะจิ จริงตามคาดคะสุโนะมิยะปฏิเสธอิเอะโมะจิ แถมคะสุโนะมิยะยังแอบซ่อนมีดพกเอาไว้ด้วยท่าทีหวาดกลัว เท็นโชอิงตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องที่สงสัย แต่คะสุโนะมิยะไม่ยอมบอก ใช้กำลังค้นตัวคะสุโนะมิยะเพื่อหาสิ่งที่หลายคนพากันหวาดกลัว

ตอน ซะสึมะหรือโทะกุงะวะ[แก้]

คะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) กับอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) สนิทสนมกันมากขึ้น เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) จึงโล่งใจ ขณะเดียวกัน ชิมะซุ ฮิสะมิทสึ (ยูอิชิโร่ ยามากุจิ) ก็ยกกองทัพทหารเป็นพันคนไปเคียวโตะ ทำให้โอโอขุ เกิดข่าวลือว่า "เท็นโชอิงชักใยอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ?" แม้กระทั่งอิเอะโมะจิก็พูดแสดงความสงสัยทำให้เท็นโชอิงเสียใจมาก

ตอน มิตรภาพกับการอำลา[แก้]

ฮิสะมิทสึ (ยูอิจิโร่ ยามากุจิ) นำกองทหารซะสึมะพร้อมด้วยราชทูตของจักรพรรดิมายังเอะโดะ ฮิสะมิทสึกับโอคุโบะ (ไทโซ ฮาราดะ) ใช้อุบายข่มขู่จนบะขุฝุต้องยอมทำตามคำสั่งจักรพรรดิ เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) เชิญฮิสะมิทสึมาพบ ทาเตวากิ (เอตะ) ก็มาด้วยแต่ไม่สบโอกาสคุยกัน ฮิสะมิทสึยืนยันว่า "จะทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้มแข็ง จึงต้องล้มล้างรัฐบาลเก่าเสียก่อน " เท็นโชอิงจึงบอกว่า "จะปกป้องตระกูลโทะกุงะวะและประเทศญี่ปุ่น" ทั้ง 2 คนจึงมีความคิดขัดแย้งกัน

ตอน หัวอกสะใภ้ หัวใจแม่สามี[แก้]

มีจดหมายจากทาเตวากิ (เอตะ) ส่งมาถึงเท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) เล่าถึงเหตุการณ์จริงของคดีนะมะมุกิ ทำให้เท็นโชอิงยืนยันว่า รัฐบาลกับซะสึมะจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อังกฤษเป็นการขอโทษ ขณะเดียวกัน ทางเคียวโตะพวกแคว้นโชชู มีบทบาททางการเมืองโดดเด่นขึ้นมา ทำให้ชิมะซุ ฮิสะมิทสึ (ยูอิจิโร่ ยามากุจิ) ต้องนำทัพล่าถอยกลับซะสึมะ อิวาคุระ โทโมมิ (สึรุทาโร่ คาตะโอกะ) ต้องเงียบเสียงลงไป ขณะเดียวกัน ทูตจากราชสำนักก็มากดดันโชกุนอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) เรื่องที่รัฐบาลสัญญาว่าจะขับไล่ฝรั่ง เมื่อไปปรึกษากับเท็นโชอิงก็ถูกผลักดันให้ไปเคียวโตะ เพื่ออธิบายให้จักรพรรดิเข้าพระทัยว่า การขับไล่ฝรั่งและปิดประเทศอีกนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่คะสุโนะมิยะ (มากิ โอริคิตะ) คัดค้านการที่อิเอะโมะจิจะไปเมืองหลวงด้วยตนเอง ตอนนั้น ซากะโมะโตะ เรียวมะ (ฮิโรชิ ทามากิ) ได้ไปหาคัตสึ รินทาโร่ (คินยะ คิตะโอจิ) ด้วยเจตนาจะฆ่าในตอนแรก แต่เมื่อได้ฟังวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ก็กลับใจ ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของคัตสึ ส่วนทางซะสึมะ ทาเตวากิได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคะโร่ ทำให้คิโมสึกิ คาเนโยะชิผู้เป็นพ่อดีใจมาก ในปราสาทเอะโดะเกิดการถกเถียงกันว่า จะให้อิเอะโมะจิเดินทางไปเคียวโตะโดยทางบกหรือทางน้ำ เมื่อคะสุโนะมิยะทราบว่า เท็นโชอิงเป็นคนผลักดันให้อิเอะโมะจิไปเมืองหลวงก็มาพูดแสดงความโกรธเท็นโชอิงอย่างเปิดเผย

ตอน ซะสึมะลุกเป็นไฟ[แก้]

โชกุนอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) ไปถึงเมืองหลวงแล้ว แต่ที่เคียวโตะพวกหัวรุนแรงที่นิยมขับไล่ฝรั่งจากแคว้นโชชูสมคบกับพวกราชนิกูลขัดขวางไม่ให้อิเอะโมะจิได้พูดเปิดอกกับจักรพรรดิ ทำให้รัฐบาลทหารจำต้องปฏิบัติการขับไล่ฝรั่งตามคำสั่งของราชสำนัก เพราะอิเอะโมะจิถูกกักไว้เป็นตัวประกัน และหลังจากนั้นก็ล้มป่วย เมื่อได้ข่าวเท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ก็ไปหาคะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) เพื่อขอร้องให้คะสุโนะมิยะส่งจดหมายไปทูลขอให้จักรพรรดิโคเม (ฮิเดกิ โทกิ) ปล่อยให้อิเอะโมะจิกลับมาเอะโดะ แต่คะสุโนะมิยะปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย

ตอน ลูกชายออกศึก[แก้]

แคว้นโชชูซ่องสุมกำลังยกเข้าโจมตีวังหลวง เรียกว่า "คดีขบถที่ประตูฮะมะกุริ" ทาเตวากิ (เอตะ) นำกองทัพซะสึมะเข้าช่วยบะขุฝุรบได้ชัยชนะอย่างงดงาม ส่วนทางโอโอขุ ทะกิยะมะ (อิสุมิ อินาโมริ) เสนอความคิดว่าควรจะให้โชกุนอิเอะโมะจิ (โชตะ มะสึดะ) มีภรรยาน้อย แต่เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) คัดค้านอย่างแข็งขันทันที ระหว่างนั้นคะสุโนะมิยะ (มากิ โฮริคิตะ) ก็มีอาการเหมือนกับแพ้ท้อง ทำให้โอโอขุดีใจกันมาก แต่ทว่า ...

ตอน การผูกสัมพันธ์ระหว่าง ซัตสึมะและโชชู[แก้]

เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) และคะสุโนะมิยะ (มะคิ โฮริคิตะ) ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก อิเอะโมะจิ (โชวตะ มะสึดะ) ได้ออกรบเพื่อจะทำสงครามกับโชชู อีกด้านหนึ่ง ทาเตวากิ (เอตะ) และเรียวมะ (ฮิโรชิ ทามะคิ) ให้ซะสึมะร่วมมือกับโชชู ด้วยมีแนวคิดที่จะปฏิรูปรัฐบาลโชกุน ซะสึมะกับโชชูได้ผูกสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว เท็นโชอิงทราบเรื่องราวทั้งหมดจากคัตสึ (คินยะ คิตะโอจิ) ว่าผู้ที่เป็นศูนย์กลางของแผนการนี้ ก็คือ ทาเตวากิ ซึ่งสร้างความประหลาดใจยิ่งนัก ในเวลานั้นก็ถึงเวลาการผูกสัมพันธ์ระหว่างซะสึมะกับโชชูได้เริ่มต้นขึ้นที่เมืองเคียวโตะ

ตอน ความตายของลูกชาย[แก้]

เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) กับคะสุโนะมิยะ (มาคิ โฮริคิตะ) ได้สวดมนต์ขอพรให้อิเอะโมะจิ (โชวตะ มะสึดะ) ที่ออกไปรบที่โอซาก้าปลอดภัย อิเอะโมะจิได้เรียกคัตสึ (คินยะ คิตะโอจิ) มาจากเอะโดะ และพยายามฝ่าฟันอุปสรรคนั้น แต่แล้วไม่นานก็ได้ล้มป่วยลง อิเอะโมะจิยังหนุ่มยังแน่น รู้สึกหนาวสั่นและเต็มไปด้วยความกลัว ความเจ็บปวดที่ต้องลาจากโลกนี้ไป ได้ฝากฝั่งเรื่องของ เท็นโชอิงและคะสุโนะมิยะไว้กับคัตสึก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ

ตอน การตัดสินใจของลูกสะใภ้[แก้]

เท็นโชอิง ได้ยินมาว่าคะสุโนะมิยะ (มะคิ โฮริคิตะ) ไม่ตัดผมและจะกลับเคียวโตะ จึงได้ถามความตั้งใจจริง คะสุโนะมิยะได้ตอบว่า "ไม่ว่าจะเป็นบะขุฝุ ตระกูลโทะกุงะวะ โอโอขุ สำหรับตัวเองแล้ว จะเป็นอย่างไรก็ช่าง" อีกด้านหนึ่ง ทาเตวากิ (เอตะ) ได้ร่วมมือกับไซโก (ยูคิโยะชิ โอซาว่า) กับโอคุโบะ (ไทโซว ฮาระดะ) พยายามที่จะเปิดประชุมรัฐสภารูปแบบใหม่ ซึ่งมีไดเมียวที่มีอิทธิพลเข้าร่วมรัฐบาล แต่ทว่าถูกโยะชิโนะบุ (ทาเกะฮิโร ฮิระ) ขัดขวาง การประชุมจึงต้องจบลงด้วยความล้มเหลว

ตอน วาระสุดท้ายของเรียวมะ[แก้]

ทาเตวากิ (เอตะ) ทราบแผนการไทเซโฮคัง (การคืนอำนาจการปกครองให้กับราชสำนัก) จากเรียวมะ (ฮิโรชิ มะซะคิ) และตัดสินใจจะดำเนินแผนการนี้ ในที่ประชุมของเหล่าขุนนาง ได้กล่าวถึงความหมายของไทเซโฮคัง ทางโอโอขุได้ทราบข่าวของโยะชิโนะบุ (ทาเกะฮิโร่ ฮิระ) ที่ยอมคืนอำนาจการปกครองแล้ว ก็รู้สึกกังวลหวั่นไหว เท็นโชอิง (อาอิ มิยะซะกิ) เองก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี เท็นโชอิงได้ทราบถึงความหมายของไทเซโฮคังและเรื่องของเรียวมะที่ยอมสละชีวิตเพื่อแผนการนี้จากคัตสึ (คินยะ คิตะโอจิ) จากนั้นจึงได้พูดการตัดสินใจหนึ่งต่อหน้าทุกคนในโอโอขุ

ตอน จดหมายจากแม่[แก้]

อย่างไรก็ตาม ทาเตวากิ (เอตะ) คิดจะหยุดไซโก ( โยคิโยะชิ โอซาว่า ) และโอคุโบะ ( ไทโซว ฮาระดะ ) ที่ดำเนินการตามแผนการที่จะล้มตระกูลโทะกุงะวะร่วมกับอิวาคุระ ( สึรุทาโร่ คาตาโอกะ ) แต่ว่าทั้งสองไม่ยอมฟัง ทาเตวากิต้องการช่วยเหลือเท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) จึงได้เดินทางไปหาโอยุกิ ( คานาโกะ ฮิงุจิ) พร้อมกับโอชิคะ ( เอริ โทโมเอะ) ทาเตวากิขอร้องให้โอยุกิเขียนจดหมายถึงเท็นโชอิง ให้กลับมาที่ซะสึมะ

ตอน การช่วยเหลือโยะชิโนะบุ[แก้]

เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) และเซคังอิน ( มะคิ โฮริคิตะ ) การสวดมนต์ของสองคนไม่เป็นผล สงครามระหว่างโยะชิโนะบุ ( ทาเกฮิโร่ ฮิระ) แห่งกองกำลังของบะขุฝุและไซโก ( ยูคิโยะชิ โอซาว่า) แห่งกองกำลังของซะสึมะได้เริ่มต้นขึ้น กองกำลังหลักของซะสึมะ ได้ชักธงนิชิคิโนะมิฮะตะ ( ธงที่มีตราสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ) ที่ทางอิวาคุระ (สึรุทาโร่ คะตาโอกะ) บะขุฝุที่กลายเป็นศัตรูของจักรพรรดิมีท่าทีว่าจะพ่ายแพ้ โยะชิโนะบุจึงได้หนีกลับไปเอะโดะ โยะชิโนะบุได้ขอร้องให้คัตสึ ( คินยะ คิตะโอจิ) "ช่วยเหลือ" แต่กลับถูกตอบกลับมาว่า "คนที่ควรจะขอร้อง ก็คือ เท็นโชอิง"

ตอน คนรับใช้ของโอโอขุ[แก้]

เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) และเซคังอิน ( มะคิ โฮริคิตะ) ได้ปรึกษากันถึงวิธีการช่วยเหลือและขอร้องให้ทางราชสำนักให้ละเว้นชีวิตของโชกุนโยะชิโนะบุ ( ทาเกฮิโร่ ฮิระ) ทาเตวากิ (เอตะ) ที่คัดค้านการโจมตีเอะโดะ ได้เดินทางไปยังที่ตั้งของกองทัพใหญ่แห่งซะสึมะ เพื่อจะพบกับไซโก (ยูคิโยะชิ โอซาว่า) แต่ว่าได้รับการปฏิเสธการเข้าพบ และได้นำกองทัพที่จะเข้าตีโยะชิโนะบุออกจากเคียวโตะทันที เท็นโชอิงที่มีแต่ความวิตกกังวล แต่ว่า ณ ตอนนั้น อิคุชิมะ (เคโกะ มะสึซากะ) ได้ปรากฏตัวขึ้นที่โอโอขุ ปราสาทเอะโดะ

ตอน การเปิดปราสาทโดยไม่หลั่งเลือด[แก้]

เท็นโชอิงได้คิดหาหนทางร่วมกับอิคุชิมะ (เคโกะ มะสึซากะ) ถึงวิธีการที่จะโน้มน้าวใจของไซโก ( ยูคิโยะชิ โอซาว่า) ให้หันไปหาทางสันติ ณ ตอนนั้น กองกำลังของจักรพรรดิที่นำโดยไซโกก็เข้าสู่เอะโดะ คัตสึเมื่อพบกับไซโกแล้ว ได้ขอร้องให้รักษาตระกูลโทะกุงะวะไว้ โดยที่สัญญาว่าจะมอบปราสาทเอะโดะให้ แต่ว่าไซโกก็ยังเดินหน้าที่จะเข้าโจมตีปราสาทเอะโดะด้วยกองกำลังของจักรพรรดิต่อไป ณ ตอนนั้นเอง คัตสึได้นำจดหมายของนะริอะคิระที่ได้รับมาจากเท็นโชอิงออกมา

ตอน การพบกันอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่สมัยเมจิ[แก้]

ท่านหญิงอะสึ

ที่ปราสาทเอะโดะ วันที่เปิดปราสาท โดยไม่มีการหลั่งเลือดก็มาถึง เท็นโชอิง (อาโอิ มิยะซะกิ ) รู้สึกเสียใจที่ต้องจากคนของโอโอขุ เซคังอิน (มะคิ โฮริคิตะ) บอกว่าจะร้องขอไปยังราชสัมนักเพื่อให้ตระกูลโทะกุงะวะกลับคืนมายังปราสาทเอะโดะอีกครั้ง และแล้ววันที่พวกเท็นโชอิงต้องออกจากปราสาทเอะโดะก็มาถึง เท็นโชอิงก็หวนนึกถึงวันเก่าๆที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่โอโอขุแห่งนี้ และได้เดินไปรอบๆโอโอขุ เพียงลำพัง และแล้วเมื่อการจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็มาเฝ้ารอฮงจุอิน (อัทสึโกะ ทะกะฮะตะ) ที่กำลังจัดดอกไม้อยู่

ตอน ถนนหนึ่งสาย[แก้]

เท็นโชอิง (อะโอะอิ มิยะซะกิ) ที่ออกจากปราสาทเอะโดะ ได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายร่วมกับฮงจุอิน (อัทสึโกะ ทะกะฮะตะ) และคาระฮาชิ ( ยูมิโกะ ทะกะฮะชิ) โอยูกิ (คะนะโกะ ฮิงุจิ) กับ ทาดายูกิ ( โยะชิโยริ โอคาดะ) จากซะสึมะเดินทางมาเยี่ยมเท็นโชอิง เท็นโชอิงได้บอกขอบคุณที่ได้เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของแม่แก่โอยูกิที่ต้องทนลำบากเหนื่อยยากมาจนถึงทุกวันนี้ วันคืนผ่านไป ชิเงโนะ ( อะกิโกะ นากาจิมา) ทะกิยะมะ ( อิซึมิ อินะโมริ) ได้มารวมกันที่บ้านของเท็นโชอิง เพื่อมาอวยพรงานหมั่นของอิเอะซาโตะ ( เรโอะ โยะชิทะเกะ) ได้ฟังเรื่องราวการใช้ชีวิตของแต่ละคนหลังจากที่ได้ออกจากโอโอขุไปแล้ว เท็นโชอิงยิ้มอย่างพอใจและได้ถ่ายรูปร่วมกับทุกคนไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นเท็นโชอิงก็ถึงแก่กรรมขณะกำลังนั่งปักผ้าด้วยอาการที่สงบเหมือนคนนอนหลับ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8179865/A8179865.html Taiga Drama คืออะไร เรามีคำตอบ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]