เคทลิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เคทลิน
An image of เคทลิน.
ข้อมูล
ฉายา เซเลสต์
เคทลิน
Ricki Vaughn
ความสูง ฟุต 6 นิ้ว (1.68 ม.)
น้ำหนัก 135 ปอนด์ (61 กก.)
เกิด 7 ตุลาคม ค.ศ. 1986 (28 ปี)
ฮิวสตัน, รัฐเทกซัส
มาจาก ฮิวสตัน, รัฐเทกซัส
ฝึกหัดโดย ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง
เปิดตัว 2010
เลิกปล้ำ 2014
เว็บไซต์ CelestialBodiez.com

เซเลสต์ โบนน์ มีชื่อจริงว่า เซเลสต์ เบอริล โบนน์[1] เกิดวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1986 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน เซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อว่า เคทลิน เป็นอดีตนักมวยปล้ำของสมาคม ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง[2] และเป็นผู้ชนะในรายการ ดับเบิลยูดับเบิลยูอีเอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 3 และอดีต แชมป์ดีวาส์ 1 สมัย ปัจจุบันได้ลาออกแล้ว

อาชีพนักเพาะกาย[แก้]

เซเลสต์เริ่มต้นอาชีพของตัวเองด้วยการเป็นนางแบบฟิตเนส และ เพาะกาย โดยเธอเริ่มเปิดตัวเมื่อปี 2006 ขณะอายุได้เพียง 19 ปี เธอชนะรางวัลใหญ่ครั้งแรกในปี 2007 โดยคว้ารางวัลจากการประกวด National Physique Committee , John Sherman Classic Bodybuilding Figure and Fitness Championship และก็ได้อันดับที่ห้าจากการประกวดเพาะกาย Arnold Classic NPC Figure ในรุ่น Class D. เซเลสต์ยังผ่านเข้ารอบเป็นห้าคนสุดท้ายในการประกวดเพาะกายของ Musclemania Superbody ที่จัดขึ้นในปี 2007 อีกด้วย และ ในปี 2008 เธอได้รับเกียรติเป็นนางแบบของเดือนพฤศจิกายนในปฏิทินของ Hardfitness อีกทั้งยังได้อันดับสิบหกในการประกวดของ NPC Junior National ปีเดียวกับการประกวดของ NPC Figure category อีกด้วย, ในปี 2009 เธอได้ปรากฏตัวบนปฏิทินของ Hardfitness อีกครั้ง และ อีกทั้งยังได้ขึ้นปกนิตยสารเพาะการชื่อดังอย่าง Flex Magazine.

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2010–2014)[แก้]

ในปี 2010 เซเลสต์ได้เซ็นต์สัญญากับบริษัทมวยปล้ำชื่อดังอย่าง WWE และถูกส่งตัวไปฝึกที่สมาคมพัฒนาทักษะมวยปล้ำของ WWE ในขณะนั้นคือ FCW (ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น NXT ในภายหลัง), เซเลสต์เปิดตัวใน FCW โดยใช้เพียงชื่อของตัวเอง "เซเลสต์" โดยเข้าร่วมประกวดชุดว่ายน้ำ แต่ต่อมาไม่นานนักเธอก็เปลี่ยนชื่อในวงการเป็น "ริกกี้ โวคส์", โดยเธอเปิดตัวทางโทรทัศน์ภายใต้ชื่อ "เคทลิน" เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม, โดยเธอมายืนอยู่ด้านข้างของเวทีระหว่างแมตช์ของ เอเจ ลี เจอกับ นาโอมิ, ไม่นานนักเธอก็ได้ขึ้นปล้ำในแมตช์แรกโดยจับคู่กับ นาโอมิ เอาชนะ เอจี ลี จับคู่กับ อัคซาน่า ในวันที่ 7 ตุลาคมปี 2010, ได้มีการประกาศว่า เซเลสต์ ได้เข้าร่วมประกวด NXT ฤดูกาลที่ 3 ภายใต้ชื่อ เคทลิน โดยมี วิกกี้ เกอเรอโร่ มาเป็นผู้ฝึกสอนของเธอ (ซึ่ง เคทลิน มาแทน อโรเซีย สาวร่างยักษ์ผู้ถูกวางตัวไว้เป็นผู้เข้าแข่งขันแต่ต่อมามีการเปลี่ยนตัวเป็น เคทลิน แทน) ในสัปดาห์นั้น เคทลิน ได้เข้าร่วมการประกวดเต้นของทาง NXT (เธอเต้นในแบบหุ่นยนต์) และ การแข่งขันชิงธง แต่ผลสุดท้ายพ่ายแพ้ไปทั้งสองอย่าง, ในสัปดาห์ถัดมา เคทลิน จับคู่กับ ดลอปป์ ซิกเลอร์ เอาชนะ เอจี ลี จับคู่กับผู้ฝึกสอนของเธอในขณะนั้น พรีโม่ และ อีกทั้งยังชนะการแข่งขัน ข้ามสิ่งกีดขวาง, เคทลินปรากฏตัวในศึกใหญ่ครั้งแรกในศึก Night of Champions โดยมาในฐานะผู้ติดตามของ ดลอปป์ ซิกเลอร์ และ วิกกี้ เกอเรโร่ แต่ไม่นานก็ถูกผู้ฝึกสอนของเธอไล่ให้กลับไป. ต่อมาวันที่ 21 กันยายน, เคทลินจับคู่กับทีม เลย์คูล (เลย์ล่า และ มิเชล แมคคูล) พ่ายแพ้ให้กับ นาโอมิ, เคลลี่ เคลลี่ และ เจมี่ (ผู้เข้าแข่งขันอีกคน) โดยเคทลินถูกกดนับสามโดย นาโอมิ, หลังแมตช์ เคทลิน ถูกทีมเลย์คูลทำร้าย เพราะเป็นสาเหตุทำให้แพ้โดย วิกกี้ ไม่ได้ห้ามแต่ประการใด. ใน SmackDown, วันที่ 24 กันยายน เคทลิน ออกมาเป็นผู้ติดตามของ วิกกี้ และ ดลอปป์ อีกครั้งแต่ก็ถูก วิกกี้ ไล่กลับเหมือนเดิม สร้างความไม่พอใจให้กับ เคทลิน เป็นอย่างมาก เธอจึงบันดาลโทสะผลัก วิกกี้ จนล้มก่อนจะเดินจากไป. วันที่ 24 กันยายน เคทลินชนะการแข่งขัน ลากรถเข็น โดยเธอเข้าเส้นชัยโดยทำเวลาได้ดีที่สุด แต่ก็แพ้ไปในการแข่งขัน เล่าเรื่องตลก ในวันนั้น, ต่อมาคืนนั้น วิกกี้ ออกมาประกาศว่าเธอไม่พอใจในตัว เคทลิน และ ดูถูกเคทลินว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดในวงการนี้อย่างแน่นอน สร้างความไม่พอใจให้กับ เคทลิน จน เคทลินท้าว่าให้มา เจอกัน ในแมตช์เดี่ยวที่ซึ่ง วิกกี้ รับคำท้า, หลังจากการท้าทายเสร็จสิ้น วิกกี้ ก็ปรี่ไปทำร้าย เคทลิน อีกครั้งจนต้องมีคนมาห้ามทั้งสองคนให้แยกกัน

ในสัปดาห์ต่อมา เคทลิน แพ้ในการแข่งขัน ขี่วัวกระทิง แต่เอาชนะในการแข่งขันประกวดความสารถในคืนเดียวกัน (ซึ่งเคทลินวาดรูปล้อเลียนผู้ฝึกสอนของตนเอง), เคทลิน เอาชนะ วิกกี้ ในการปล้ำเดียวในคืนเดียวกัน เคทลิน เข้าร่วมการแข่งขันอีกมากมายใน NXT ทั้ง WWE Name that Tune , Power of the Punch หรือ การทายรูปร่างของนักมวยปล้ำคนอื่นๆ ซึ่งเธอแพ้ไปหมดทั้งสามอย่างที่กล่าวมา, วันที่ 26 ตุลาคม NXT จัดประกวดชุดฮาโลวีนของผู้เข่าแข่งขันที่ซึ่งเธอเอาชนะมาได้จากการแต่งตัวเป็นผู้ฝึกสอนของตนเอง แต่ก็มาแพ้ในการแข่งขัน กินขนม ที่ซึ่งเธอเผลอสำลักและพ่นใส่หน้า วิกกี้. ในวันที่ 2 พฤศจิกายน, วิกกี้ จับได้ว่า เคทลิน แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ดลอปป์ (แฟนของวิกกี้ในบทขณะนั้น) เธอจึงปรี่จะเข้าไปทำร้าย เคทลิน แต่โดนเคทลินเอาขนมเค้กปาใส่หน้า. ใน Smackdown คืนถัดมา วิกกี้ สามารถเอาชนะ เธอได้ในการปล้ำเดี่ยวหลังจากรวบกดเคทลินแล้วจับเชือกช่วย, ต่อมาในวันที่ 30 พฤศจิกายน, เคทลิน เอาชนะ นาโอมิ ในการปล้ำเดี่ยวและคืนนั้นเองเธอก็รับการประกาศว่าเป็น ผู้ชนะ NXT Season 3

หลังจากเอาเป็นผู้ชนะใน NXT ฤดูกาลที่ 3 เคทลินถูกย้ายมา Smackdown โดยเธอเปิดตัววันที่ 3 ตุลาคม ปี 2010 โดยปรากฏตัวที่หลังฉาก พูดคุยกับ ดรอปป์ ซิกเลอร์. เคทลิน ปล้ำแมตช์แรกวันที่ 28 มกราคม ปี 2011 โดยจับคู่กับ เคลลี่ เคลลี่ เจอกับ ทีมเลย์คูล ที่ซึ่งเธอแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมา เคทลิน จับคู่กับ เอเจ ลี และตั้งชื่อกลุ่มว่า Chickbusters โดยปล้ำทั้งแมตช์เดียว และ แท็กทีม ซึ่งส่วนใหญ่จะแพ้ให้กับ Divas ระดับสูงในขณะนั้นอย่าง เบท ฟีนิกส์ , นาตาเลีย , อลิเซีย ฟอกซ์ และ ทามินา สนุ๊กก้า แต่ต่อมาทั้งสองก็แยกทีมกันหลังจาก เอเจ ได้รับการผลักดันจากทางสมาคมให้มีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ เคทลิน แทบจะไร้บทบาทในขณะนั้นก่อนถูกส่งตัวกลับไป NXT Redemption และมีเรื่องราวกับ แมกซีน เล็กๆน้อยๆ และ มีบทบาทในเรื่องรักสามเส้าพอประมาณ

ในปี 2012 เคทลินได้ขึ้นปล้ำในศึกใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเธอ Money in the Bank โดยจับคู่กับ เลย์ลา และ ทามินา เอาชนะ เบท ฟีนิกส์, นาตาเลีย และ อีฟ ทอเรส ไปได้อย่างสวยงาม ก่อน เคทลินจะมีบทบาทกับ อีฟ ทอเรส เนื่องมาจากทั้งสองต่างช่วงชิงตำแหน่งการเป็นผู้ช่วยของ บูเกอร์ ที โดยทั้งสองได้ปล้ำในแมตช์ที่ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นต่ำแหน่งผู้ช่วยของ บูเกอร์ ซึ่งผลปรากฏว่าเป็น อีฟ ที่เอาชนะไปได้. ใน Raw สัปดาห์ต่อมา เคทลิน เอาชนะ Diva battle royal และกลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งของเข็มขัด Divas Champion ซึ่งถือครองอยู่ในตอนนั้นคือ เลย์ล่า. ในศึกใหญ่ Night of Champions เคทลินซึ่งมีคิวจะเจอกับ เลย์ล่า นั้น เธอถูกทำร้ายจากบุคคลนิรนามจนทำให้เธอได้รับบาจเจ็บข้อเท้าไม่สามารถขึ้นปล้ำได้ ทำให้ อีฟ ได้รับโอกาสขึ้นปล้ำแทนเธอ ซึ่งจบลงด้วย อีฟ เอาชนะ เลย์ล่า ได้เข็มขัดมาครอง.

หลังจาก เคทลิน หายจากอาการบาจเจ็บ เธอก็ได้สืบหาบุคคลที่ทำร้ายเธอ ซึ่งเธอรู้เพียงแค่ว่าบุคคลนั้นมีผมสีทอง ก่อนเธอจะดำเนินการสอบสวนจนรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังครั้งนี้คือ อีฟ ที่จัดฉากให้ อัคซานา ใส่วิกผมสีทองแล้วลอบทำร้ายเธอ, ต่อมาเคทลินได้รับโอกาสให้ท้าชิงเข็มขัดอีกครั้งกับ อีฟ รวมทั้ง เลย์ล่า แชมป์เก่าด้วยในศึก Hell in a Cell ซึ่งผลปรากฏเป็นอีฟที่ยังสามารถป้องกันต่ำแหน่งไปไว้ได้หลังจาก เหวี่ยงเคทลินตกเวที แล้วสวมรอยกดเลย์ล่าแทน, ไม่นานนัก เคทลิน ก็เอาชนะ เลย์ล่า ในแมตช์หาผู้ท้าชิงอับดับหนึ่งกับอีฟในศึก Survivor Series ที่ซึ่งเธอแพ้ให้กับ อีฟ อย่างน่าเสียดาย. เคทลิน ได้รับโอกาสให้ชิงเข็มขัดอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่มักจะถูก อีฟ โกงอยู่เสมอๆ จนเมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2013 เธอได้รับโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกับ อีฟ โดยมีเข็มขัดเป็นเดิมพัน โดยสถานที่จัดงานครั้งนี้คือบ้านเกิดของเธอเอง (Houston, Texas) โดย อีฟ ถูก บูเกอร์ ปรามไว้ว่าถ้าเกิดเธอเล่นตุกติกอีกครั้ง เธอจะเสียเข็มขัด Divas Champion ในทันที ซึ่งผลปรากฏว่า ในที่สุด เคทลิน ก็สามารถเอาชนะ อีฟ กระชากเข็มขัดมาครองได้สำเร็จด้วยท่าไม้ตายใหม่ Spear โดยเธอกลายเป็นผู้หญิงจาก NXT คนแรกที่สามารถครองเข็มขัด Divas Champion

หลังจากที่เธอเอาชนะอีฟ แล้วได้ครองเข็มขัด Divas Champion นั้น อีฟก็ได้ขอยุติบทบาทของการเป็นนักมวยปล้ำเสียดื้อๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาท้าชิงกับเธอหลังจากนั้นคือ ทามินา โดย เคทลิน จะต้องป้องกันแชมป์กัข ทามินา ในศึก Elimination Chamber; ซึ่งเคทลินก็สามารถป้องกันเข็มขัดของตัวเองได้สำเร็จ, ในเดือนกุมภาพันธ์ เคทลิน เริ่มมีเรื่องราวความรักเกิดขึ้นกับ โคดี้ โรดส์ แต่เธอก็ขอยุติความสัมพันธ์กับเขาลง หลังจากเธอพบเขาอยู่กับ เดอะ เบลล่า ทวิน.

ใน Raw วันที่ 25 มีนาคม, เคทลิน มีเรื่องกับอดีตเพื่อนซี้อย่าง เอเจลี โดยทั้งสองต่างตบตีกับหลังฉาก, หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้เจอกันในแมตช์การปล้ำเดี่ยว โดยจบลงที่ เคทลิน พ่ายแพ้ไปโดย countout. ต่อมาใน Smackdown วันที่ 29 มีนาคม, เคทลิน จับคู่กับ แดเนียล ไบรอัน เจอกับ ดลอปป์ ซิกส์เลอร์ จับคู่กับ เอเจลี ซึ่งเป็นฝ่าย เคทลิน เอาชนะไปได้หลังจากที่ เคทลินจับ เอเจ ใส่ท่าไม้ตาย. หลัวจากนั้นไม่นาน เอเจ ก็ได้รับการประกาศเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งของเข็มขัด Divas champion. เคทลิน ได้รับดอกไม้ และ ข้อความจาก บุคคลที่แอบหลงรักเธอซึ่งต่อมาถูกเผยว่าคือ บิ๊กอี ลิงก์ตัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนเอเจ ที่จะทำให้ เคทลิน รู้สึกเหมือนตายอย่างช้าๆ ทำให้เคทลินปรี่เข้าไปทำร้ายเอเจทันที. ทั้งสองมีคิวเจอกันโดยมีเข็มขัดเป็นเดิมพันในศึก Payback ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแมตช์ผู้หญิงที่ดีที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้ โดยแมตช์นี้จบลงที่ เอเจ เอาชนะ เคทลิน เอาเข็มขัดมาครองได้สำเร็จ ทำลายสถิติครองเข็มขัดของ เคทลิน ที่ 153 วัน

ความบาดหมางระหว่าง เอเจ กับ เคทลิน ยังไม่จบเพียงเท่านี้. เอเจ ยังเอาเรื่องน้ำหนักตัวของ เคทลิน มาล้อเลียน และ ตามรังควาน เคทลิน แทบทุกแมตช์การปล้ำ แต่ขณะเดียวกับ เคทลิน ก็สามารถเอาคือ เอเจ ได้อย่างเจ็บแสบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแต่งตัวล้อเลียน เอเจ ทำให้ เอเจ ขาดสมาธิแพ้ให้กับ นาตาเลีย, หรือ จะเป็นการโจมตี เอเจ หลังจากจบแมตช์ทำให้ เอเจ ถึงขั้นสลบมาแล้ว. ใน Smackdown วันที่ 12 กรกฎาคม, ได้มีการเซ็นต์สัญญาการชิงแชมป์ระหว่าง เอเจ และ เคทลิน ในศึก Money in the Bank หลังจากการเซ็นต์สัญญาจบลง, เคทลินก็เล่นงาน เอเจ จนสลบอีกครั้ง. แต่ในศึก Money in the Bank เคทลิน เสียท่าแพ้ให้กลับ เอเจ หลังจากเธอเกิดเจ็บข้อศอกขึ้นมา. ใน Smackdown วันที่ 26 กรกฎาคม, เคทลิน ลอบทำร้าย เอเจ ตอนเอเจเผลอ จนทำให้เกิดแมตช์ในสัปดาห์ถัดมาใน Raw โดยไม่มีเข็มขัดเป็นเดิมพัน, ซึ่งเป็นฝ่าย เคทลิน เอาชนะไปได้อย่างน่าประหลาดใจ. ในศึก Smackdown วันที่ 2 สิงหาคม, เคทลินได้รับโอกาสได้ชิงแชมป์กับ เอเจ อีกครั้งในบ้านเกิดของตนเอง ระหว่างที่ได้เปรียบอยู่นั้นเอง เลย์ล่า (ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ติดตามของเคทลิน) ได้หักหลังเคทลิน จนทำให้ เอเจ ได้โอกาสเล่นงาน เคทลิน จนสามารถเอาชนะเธอมาได้, สัปดาห์ต่อมาเธอได้เจอกับเลย์ล่าในการปล้ำเดี่ยว ผลจากการช่วยเหลือของ เคทลิน ทำให้ เลย์ล่าสามารถเอาชนะ เคทลิน มาได้, คืนเดียวกันนี้เอง เอเจ ได้ไปรบกวน แมตช์การปล้ำของ ดลอฟ ซิกส์เลอร์ กับ บิ๊กอี เคทลิน จึงออกมาเล่นงาน เอเจ ซึ่งส่งผลให้ ดลอฟ เสียสมาธิโดยบิ๊กอีจับเล่นงานพ่ายแพ้ไปในที่สุด. ทำให้เกิดการปล้ำคู่ผสมในศึก SummerSlam ซึ่งเป็นฝ่าย เคทลิน และ ดลอฟเอาชนะมาได้, และถือเป็นการจบเรื่องราวบาดหมางของ เคทลิน กับ เอเจ ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้น เคทลิน ขอลาพักการปล้ำและหายจากหน้าจอทีวีไปหลายเดือน.

เคทลิน กลับมาอีกครั้งโดยครั้งนี้ไม่ถูกระบุว่า เธอ เป็นฝ่าย ธรรมะ หรือ อธรรม เพราะเคทลินจับคู๋แท๊กทีมกับดีว่าส์ฝ่ายอธรรมของสมาคม และ มีเรื่องกับดีว่าส์จากรายการ โททัล ดีวาส์ นำไปสู่แมตช์การปล้ำใน Survivor Series, ที่ซึ่งเธอสามารถกด นาโอมิ และ อีวา มารี ออกจากแมตช์ไปได้ แต่อย่างไรก็ตามฝั่งของเธอก็เป็นผู้ปราชัยในการปล้ำครั้งนี้. เคทลิน ได้ร่วมปล้ำกับดีวาส์ฝ่ายอธรรมอีกหลายแมตช์ ซึ่งเป็นตอนที่คนดูสามารถสังเกตเห็นได้ว่าการปล้ำของเธอดูน่าเบื่อ เชื่อช้า และ ขาดเสน่ห์อย่างรุนแรง ซึ่งแฟนๆคาดเดาว่าอาจจะเป็นช่วงที่ เคทลิน หมดความสนใจกับวงการมวยปล้ำเสียแล้ว และ ก็เป็นจริงในวันที่ 8 มกราคม ปี 2014 โดยเธอขอยกเลิกสัญญากับทาง WWE โดยแมตช์อำลาเธอได้ปล้ำกับอดีตเพื่อนซี้อย่าง เอเจลี ซึ่งเป็นฝ่ายเอเจ เอาชนะไปได้. เคทลิน ได้กล่าวอำลาแฟนๆมวยปล้ำของเธอผ่าน WWE Universe ว่าเธอรัก และ รู้สึกขอบคุณทุกๆคนที่คอยสนับสนุนเธอ ตอนนี้เธอได้เริ่มธุรกิจใหม่ของเธอเอง โดยเป็นธุรกิจเสื้อผ้าฟิตเนสโดยใช้ชื่อธุรกิจว่า "เซเลสต์ บอดี้ส์"

         แมตช์สุดท้าย https://www.youtube.com/watch?v=iQspw3m3EF0[3]

เพลงเปิดตัว[แก้]

  • "Let's Go" by Hollywood Records (March 11, 2011–February 29, 2012)
  • "Spin the Bottle" by Ashley Jana (April 4, 2012–February 23, 2013)
  • "Higher" by Nicole Tranquillo (March 8, 2013–January 8, 2014)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

เคทลิน ในฐานะ แชมป์ดีวาส์

กีฬาเพาะกาย[แก้]

  • National Physique Committee
    • John Sherman Classic Bodybuilding Figure and Fitness Championship
    • Arnold Classic NPC Figure Class D Competition (Fifth place)[4]

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI จัดในอันดับที่ 5 ของสุดยอด 50 นักมวยปล้ำหญิงเดี่ยว PWI Female 50 ในปี 2013[5]
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Worst Worked Match of the Year (2010) ปะทะ แมกซีน ใน NXT วันที่ 19 ตุลาคม[7]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Texas Births, 1926-1995". Family Tree Legends. สืบค้นเมื่อ January 7, 2012. 
  2. "Kaitlyn". Florida Championship Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 14, 2011. 
  3. "Kaitlyn no longer under contract with WWE". WWE. สืบค้นเมื่อ January 8, 2014. 
  4. "2008 Arnold Classic and Arnold Amateur; NPC Figure Class D". HardFitness Magazine Online. สืบค้นเมื่อ December 14, 2011. 
  5. "2013 PWI Female 50 list revealed". Pro Wrestling Illustrated. Ringbelles. สืบค้นเมื่อ October 25, 2013. 
  6. Stephens, David. "WWE RAW Results - 1/14/13 (20th Anniversary)". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ January 14, 2013. 
  7. Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]