เกมล่าเกม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เกมล่าเกม

โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับโดย แกรี รอสส์
อำนวยการสร้างโดย
เขียนบทโดย
อ้างอิงจาก เกมล่าชีวิต โดย
ซูซาน คอลลินส์
นำแสดงโดย
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
เจมส์ นิวตัน โฮเวิร์ด
กำกับภาพโดย ทอม สเทิร์น
ตัดต่อโดย
ค่าย ไลออนส์เกท
คัลเลอร์ฟอร์ซ
จัดจำหน่ายโดย ไลออนส์เกท
ฉาย 21 มีนาคม ค.ศ. 2012 (เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, ฟิลิปปินส์)
23 มีนาคม ค.ศ. 2012 (สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร)
ความยาว 142 นาที[1]
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้ 364,933,000 ดอลลาร์สหรัฐ[3]

เกมล่าเกม (อังกฤษ: The Hunger Games) เป็นภาพยนตร์อเมริกัน ค.ศ. 2012 แนวแอ็คชั่นดราม่ารูปแบบนิยายวิทยาศาสตร์ว่าด้วยเรื่องราวอันโหดร้าย กำกับโดย แกรี รอสส์ ซึ่งอิงจากนิยายเนื้อเรื่องเดียวกัน ที่เขียนขึ้นโดย ซูซาน คอลลินส์ นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, จอช ฮัทเชอร์สัน, เลียม เฮมส์เวิร์ท, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และ เอลิซาเบธ แบงส์[4] ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการเปิดตัว ณ วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2012 ในประเทศฝรั่งเศสรวมถึงประเทศอื่นๆ[5] และในระดับสากล ณ วันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2012 [6] โดยจัดฉายทั้งในโรงภาพยนตร์ทั่วไปรวมถึงโรงภาพยนตร์ดิจิตอลไอแมกซ์[7] ภาพยนตร์ชุดนี้ทำสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศอันดับสามในช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวนับตั้งแต่ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เคยมีมา (155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสหรัฐอเมริกาถัดจาก แบทแมน อัศวินรัตติกาล (158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 (169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[8] รวมถึงเป็นภาพยนตร์ที่มิใช่ภาคต่อที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ ซึ่งได้ยกย่องการแสดงของลอว์เรนซ์รวมถึงรูปแบบกับถ้อยคำที่ใช้

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

นักแสดงนำ[แก้]

การสร้าง[แก้]

การถ่ายทำภาพยนตร์[แก้]

แกรี รอสส์ กลายมาเป็นผู้กำกับในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2010 [11][12] บริษัทประกันภัยกองทุนไฟเยอร์แมนได้ประกันการผลิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงถึงอันตรายโดยละเอียดหลายประการ อาทิ จากลูกธนู, ไม้เลื้อยพิษ, หมี, ฝูงผึ้ง และการไล่ล่าข้ามห้วงน้ำอย่างรวดเร็ว[13]

ลอว์เรนซ์ได้ย้อมผมของเธอเป็นสีดำ[14] เธอยังเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อให้ได้รูปร่างที่เข้ากับบทบาท อาทิ การยิงธนู, การปีนก้อนหินและต้นไม้, การต่อสู้, การวิ่ง, ปาร์กัว และโยคะ[15] รวมทั้งได้เกิดอุบัติเหตุในวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่หกจากการฝึกหัดของเธอ ซึ่งเธอได้วิ่งชนกำแพงขณะที่เธอวิ่งอย่างรวดเร็วเต็มที่ แต่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด นักแสดงคนอื่นที่ทำการย้อมผม ประกอบด้วย จอช ฮัทเชอร์สัน ในบทของ พีตา และ เลียม เฮมส์เวิร์ท ในบทของ เกล[2] ไลออนส์เกทยังได้ทำการจ้างนักยิงธนูเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกอย่าง คาทูนา ลอริก มาสอนถึงวิธีการยิงธนูให้แก่ลอว์เรนซ์ด้วยเช่นกัน[13]

การตอบรับ[แก้]

ปฏิกิริยาการตอบรับ[แก้]

เกมล่าเกม ได้รับการสรรเสริญจากนักวิจารณ์ในเวทีสากล โดยอิงจาก 226 ความคิดเห็นที่รวบรวมจากเว็บไซต์รอทเทนโตเมโต้ ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการจัดระดับที่ 85% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ "รับรองความสด" และได้ค่าเฉลี่ยที่ 7.3/10 คะแนน ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับคะแนนที่ค่า 80% จากนักวิจารณ์ชั้นนำ ฉันทามติของเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า "น่าตื่นเต้นและแสดงได้ดีเยี่ยม เกมล่าเกม สามารถเข้าถึงความรุนแรง, อารมณ์ดิบ รวมถึงขอบเขตการทะเยอทะยานที่มีอยู่ในนิยายต้นฉบับได้เป็นอย่างมาก"[16] เว็บไซต์เมต้าคริทิคส์ ให้คะแนนภาพยนตร์ดังกล่าวที่ 67 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 และมีการบอกถึงการตอบรับโดยทั่วไปในเกณฑ์ที่ดี โดยอิงจาก 44 ความคิดเห็นของนักวิจารณ์[17]

บ็อกซ์ออฟฟิศ[แก้]

ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 เกมล่าเกม ได้ทำลายสถิติยอดบัตรเข้าชมผ่านทางแฟนแดงโก ทำลายสถิติ แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์ ที่ได้ทำไว้ในช่วงก่อนหน้าเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 โดยยอดจำหน่ายได้รับการรายงานว่าอยู่ที่ 83 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมตลอดวัน[18]

โฮมมีเดีย[แก้]

ภาพยนตร์ได้รับการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือและเนเธอร์แลนด์ในรูปแบบดีวีดีและบลูเรย์ ณ วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2012 และในยุโรป ณ วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2012 และแถมเบื้องหลัง 'ภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกเฝ้ารอคอย: การสร้างเกมล่าเกม', ฟีเจอร์ที่หลากหลาย, วิดีโอประชาสัมพันธ์, การพูดคุยกับผู้กำกับ แกรี รอสส์ และ เอลวิส มิชเชล กับความสำเร็จในการทำการตลาด

ในสุดสัปดาห์แรกของการจัดจำหน่าย ไลออนส์เกตได้รายงานว่ามีการจำหน่ายดีวีดีและบลูเรย์ไปแล้ว 3.8 ล้านชุด โดยมากกว่าหนึ่งในสามอยู่ในรูปแบบของบลูเรย์[19] สามสัปดาห์ภายหลังจากการเปิดตัวภาพยนตร์ในรูปแบบโฮมมีเดียในสหรัฐฯ ได้มีการจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีไปแล้ว 5 ล้านชุด และในรูปแบบบลูเรย์อีก 3.7 ล้านชุด[20][21]

ภาคต่อ[แก้]

ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ในช่วงที่การถ่ายทำยังคงดำเนินอยู่ ทางไลออนส์เกทได้ประกาศว่า ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายภาคสองในไตรภาคของ เดอะฮังเกอร์เกมส์ ที่มีชื่อว่า ปีกแห่งไฟ มีกำหนดเปิดตัว ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 [22]

เดอะฮังเกอร์เกมส์แอดเวนเจอร์[แก้]

เกมโซเชียลเน็ตเวิร์คในชื่อชุด เดอะฮังเกอร์เกมส์แอดเวนเจอร์ ได้รับการเปิดตัวผ่านทางเฟซบุ๊กในช่วงเดียวกันกับการเปิดตัวภาพยนตร์ชุดนี้ ซึ่งเป็นวิดีโอเกมเล่นตามบทบาทที่พัฒนาขึ้นโดยไลออนส์เกท ที่ได้ร่วมมือกับฟังแทคติกซ์[23]

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Hunger Games" (Press release). Lions Gate Entertainment. March 3, 2012. สืบค้นเมื่อ March 3, 2012. 
  2. 2.0 2.1 "9 Untold Secrets of the High Stakes 'Hunger Games[[:แม่แบบ:'-]]". The Hollywood Reporter. February 1, 2012. สืบค้นเมื่อ February 7, 2012.  Wikilink embedded in URL title (help)
  3. "The Hunger Games (2012)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ April 1, 2012. 
  4. Fleming, Mike (May 24, 2011). "Toby Jones In 'The Hunger Games[[:แม่แบบ:'-]]". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ May 24, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  5. "Release dates for The Hunger Games". Internet Movie Database. สืบค้นเมื่อ March 14, 2012. 
  6. Valby, Karen (January 25, 2011). "[[:แม่แบบ:-']]The Hunger Games' gets a release date". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ April 6, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  7. Goldberg, Matt (February 2, 2012). "THE HUNGER GAMES Will Get a One-Week IMAX Run". Collider.com. สืบค้นเมื่อ March 8, 2012. 
  8. {{{author}}}, Box Office Shocker: 'Hunger Games' Third-Best Opening Weekend of All Time, [[{{{publisher}}}]], {{{date}}}.
  9. Joshua L. Weinstein (March 16, 2011). "Jennifer Lawrence Gets Lead Role in 'The Hunger Games[[:แม่แบบ:'-]]". The Wrap. สืบค้นเมื่อ March 17, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  10. 10.0 10.1 Sperling, Nicole (April 4, 2011). "[[:แม่แบบ:-']]The Hunger Games': Josh Hutcherson and Liam Hemsworth complete the love triangle". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ April 6, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  11. "The Changing Objective of the American Film Market". Baseline Intel. November 18, 2010. สืบค้นเมื่อ April 6, 2011. 
  12. Valby, Karen (January 6, 2011). "[[:แม่แบบ:-']]Hunger Games' exclusive: Why Gary Ross got the coveted job, and who suggested Megan Fox for the lead role". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ April 6, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  13. 13.0 13.1 Janet Morrissey (March 24, 2012). "Insuring Hollywood Against Falls (but Not Flops)". The New York Times. BU1.
  14. Ayres, Tom (May 23, 2011). "Jennifer Lawrence 'unaware of Hunger Games hate[[:แม่แบบ:'-]]". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ December 18, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  15. Still, Jennifer (May 26, 2011). "Jennifer Lawrence: 'Hunger Games training fun[[:แม่แบบ:'-]]". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ December 18, 2011.  Wikilink embedded in URL title (help)
  16. "The Hunger Games". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ March 25, 2012. 
  17. "The Hunger Games". Metacritic. สืบค้นเมื่อ March 17, 2012. 
  18. Semigran, Aly (February 24, 2012). "[[:แม่แบบ:-']]The Hunger Games' breaks a 'Twilight' ticket sales record; hundreds of showings already sold out". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ February 17, 2012.  Wikilink embedded in URL title (help)
  19. "3.8 million Hunger Games DVDs sold". Coming Attractions by Corona. สืบค้นเมื่อ August 21, 2012. 
  20. "DVD Sales Chart - Week Ending Sep 9, 2012". The-numbers.com. สืบค้นเมื่อ September 20, 2012. 
  21. "Domestic Weekly Blu-ray Sales Chart". The Numbers. สืบค้นเมื่อ September 20, 2012. 
  22. Weinstein, Joshua L (August 8, 2011). "The Hunger Games Sequel Set for 2013 Release". The Wrap. สืบค้นเมื่อ August 15, 2011. 
  23. "‘The Hunger Games Adventures’ New Facebook Game". WhatCulture!. March 28, 2012. สืบค้นเมื่อ 29 March 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]