อิปไซลอนแอนดรอเมดา ซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อิปไซลอนแอนดรอเมดา ซี
ดาวเคราะห์นอกระบบ รายชื่อดาวเคราะห์นอกระบบ
Upsilon Andromedae c.png
ภาพจินตนาการของ อิปไซลอนแอนดรอเมดา ซี
ดาวฤกษ์แม่
ดาวฤกษ์ อิปไซลอนแอนดรอเมดา เอ
กลุ่มดาว กลุ่มดาวแอนดรอเมดา
ไรต์แอสเซนชั่น (α) 01h 36m 47.8s
เดคลิเนชั่น (δ) +41° 24′ 20″
โชติมาตรปรากฏ (mV) 4.09
ระยะห่าง 44.0 ± 0.1 ly
(13.49 ± 0.03 pc)
ชนิดสเปกตรัม F8V
มวล (m) 1.28 M
องค์ประกอบวงโคจร
กึ่งแกนเอก (a) 0.830 ± 0.048 AU
    ~61.5 mas
ความเยื้องศูนย์กลาง (e) 0.262 ± 0.021
คาบโคจร (P) 241.23 ± 0.30 d
ความเอียง (i) 7.9 ± 1°
ข้อมูลการค้นพบ
ค้นพบเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2542
ค้นพบโดย จีออฟรีย์ มาร์ซี่
วิธีตรวจจับ ความเร็วแนวเล็ง
สถานที่ที่ค้นพบ สถานที่หาดาวเคราะห์นอกระบบแคลิฟอร์เนีย
Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
สถานะการค้นพบ ยืนยันแล้ว
ชื่ออื่น
50 แอนดรอเมดา ซี, อัปซีลอนแอนดรอเมดา เอซี

อิปไซลอนแอนดรอเมดา ซี หรืออิปไซลอนแอนดรอเมดา เอซี (อังกฤษ: Upsilon Andromedae c, υ Andromedae c, υ and c; Upsilon Andromedae ac, υ Andromedae Ac หรือ υ and Ac) เป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบดาวอิปไซลอนแอนดรอเมดา เอ ดาวเคราะห์ดวงนี้มีความร้อนสูงมาก และมีความหนาแน่นถึง 13.98 เท่าของดาวพฤหัสบดี ถ้าสมมุติว่าอิปไซลอนแอนดรอเมดา ซีนั้นอยู่ในระบบสุริยะของเรา มันจะโคจรระหว่างโลกกับดาวศุกร์ นักดาราศาสตร์ก็ได้ตั้งข้อเสนอว่ามีดาวเคราะห์วงนอกอีกดวง (ซึ่งอาจหลุดวงโคจรไปแล้ว) ดันให้อิปไซลอนแอนดรอเมดา ดีเข้าไปโคจรดาวเอกของมันในระยะทางที่ใกล้กว่า ดังนั้นอิปไซลอนแอนดรอเมดา ดีจึงค่อยๆ ทำให้วงโคจรของอิปไซลอนแอนดรอเมดา ซีเยื้องมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ ดาวเคราะห์ที่หายไปก็จะต้องถูกผลักดันให้หลุดวงโคจรไป นักดาราศาสตร์จึงไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก

สีดาวเคราะห์ [แก้]

สีฟ้าที่เห็นอยู่ในภาพจินตนาการของศิลปินส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่า "ความเย็น" แต่สีฟ้านี้เกิดจากการกระจายตัวของแสง เพราะดาวเคราะห์ดวงนี้ร้อนมาก ดังนั้นถ้ามองด้วยตาเปล่า เราจะเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีเมฆสีแดงอยู่

การมีดาวบริวาร [แก้]

ดาวเคราะห์ดวงนี้มีโอกาสที่จะมีดาวบริวารอยู่ได้ และเนื่องจากดาวเคราะห์ดวงนี้มีความหนาแน่นสูง จึงน่าจะมีดาวบริวารที่ใหญ่ถึงดาวอังคารได้ และมีชั้นบรรยากาศของมันเองด้วย เนื่องจากอิปไซลอนแอนดรอเมดา ซี โคจรรอบดาวเอกของมันในระยะทางที่ค่อนข้างใกล้ชิด ดาวบริวารของมันจึงน่าจะมีพื้นผิวเป็นทะเลทราย และปราศจากน้ำ