อะระชิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อาราชิ)
อะระชิ
แหล่งกำเนิด ญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น
แนวเพลง เจ-ป็อป
อาร์แอนด์บี[1]
ฮิปฮอป[1]
ร็อก[1]
ช่วงปี 1999-ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Pony Canyon (1999-2001)
J Storm (2002-ปัจจุบัน)
เว็บไซต์ www.j-storm.co.jp/arashi
สมาชิก โอโนะ ซาโตชิ
ซากุราอิ โช
ไอบะ มาซากิ
นิโนะมิยะ คาซึนาริ
มัตซึโมโตะ จุน

อะระชิ (ญี่ปุ่น:  Arashi ?) เป็นกลุ่มศิลปินบอยแบนด์จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้สังกัดของบริษัท Johnny & Associates เปิดตัวที่ฮาวายในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1999

หลังจากวางจำหน่ายอัลบั้มหนึ่งชุด อัลบั้มรวมฮิตหนึ่งชุด และซิงเกิลอีกหกชุด ภายใต้สังกัด Pony Canyon วงได้ย้ายออกไปอยู่ค่ายลูกของบริษัทจอห์นนีที่ชื่อว่า J Storm ในปี 2001 ซึ่งทำให้วงประสบความสำเส็จอย่างสูง[1] หลังจาก 9 ปีที่ได้เดบิว ในปี 2008 ซิงเกิล "Truth/Kaze no Mukō e" และ "One Love" ได้ทะยานขึ้นสู่อันดับสูงสุด 1 และ 2 ของ ออริก้อนชาร์ทประจำปี พิสูจน์ถึงความสำเร็จอันยาวนานในวงการ เพลงญี่ปุ่น แม้ว่าภาพลักษณ์จะเป็นแค่ไอด้อลญี่ปุ่นก็ตาม[1][2]

ปี 2009 อะระชิกลายเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่สามารถใต่อันดับ 1 ในสาขา ซิงเกิล, อัลบั้ม, DVD เพลง และศิลปินที่ทำยอดขายได้มากสุดของปีทั้งหมดภายในปีเดียวกัน[3][4] พวกเค้ายังเป็นศิลปินกลุ่มที่สามในประวัติศาสตร์ของออริก้อนที่สามารถครองสามซิงเกิลอันดับสูงสุดและสองซิงเกิลอันดับสูงสุดของปีก่อน ทำให้ครองอันดับสูงสุดสองปีติดต่อกัน[4][3]

ประวัติ[แก้]

1999–2001: เดบิวท์ จนถึงการออกจากค่าย Pony Canyon[แก้]

ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1999 ทางค่าย Johnny & Associates ได้ประกาศกลางเดบิวท์ของวงอย่างเป็นทางการ โดยการประครั้งนี้จัดขึ้นในเรือครูซที่แล่นผ่านชายฝั่งของ เมืองโฮโนลูลู ประเทศฮาวาย [5] โดย จอนนี่ คิตางาว่า ได้คัดเลือกเด็กหนุ่มจูเนี่ยร์ 5 คนมาเป็นสมาชิกของอะระชิ โดยชื่อของวงอ่านว่า 「嵐」 ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า "พายุ" และอิเมจของวงคือพายุที่จะโหมกระหน่ำไปทั่วโลก [6][7] แล้ววันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999 ซิงเกิลแรกอย่างเป็นทางการที่ใช้เชื่อเดียวกับวงอย่าง "Arashi" ก็วางจำหน่าย ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ประกอบการแข่งขันวอลเลย์บอลโลกครั้งที่ 8 ซึงญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพ[5] ซิงเกิลนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยทำยาดขายได้ 557,430 ชุดในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย และทำยอดขายได้เกือบถึงหนึ่งล้านชุดในทั้งหมดของการจำหน่าย [1][8]

ในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2000 ซิงเกิลที่สองของวง "Sunrise Nippon/Horizon" ได้วางจำหน่ายและทำยอดขายในอาทิตย์แรกได้ 304,340 ชุด [9] วันต่อมาวงได้เริ่มทัวร์คอนเสิรตครั้งแรกที่ Osaka-jō Hall [10] ต่อมาในเดือนกรกฎาคม วงได้ออกซิงเกิล "Typhoon Generation" โดยเปิดตัวอยู่ที่อันดับสามของตารางด้วยยอดขาย 256,510 ชุดในอาทิตย์แรก และอยู่ในตารางอีก 9 สัปดาห์ก่อนที่จะหลุดตารางไป [11][12] หลังจากจัดคอนเสิรตอีกครั้งในเดือนสิงหา วงได้ออกซิงเกิลสุดท้ายของปี 2000 ชื่อว่า "Kansha Kangeki Ame Arashi" โดยทำยอดขายอาทิตย์แรกได้ 258,720 ชุด [13][14]

เดือนมกราคม ค.ศ. 2001 วงได้ออกอัลบั้มแรก Arashi No.1 Ichigou: Arashi wa Arashi o Yobu! โดยอัลบั้มนี้เปิดตัวเป็นอันดับที่หนึ่งในอาทิตย์แรกของการจำหน่าย และทำยอดขายไปได้ 267,220 ชุด [15] อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของวงจนกระทั่งอัลบั้มฉลอง 1 ปีของวง All the Best! 1999-2001 วางจำหน่าย และอัลบั้มนี้ทำยอดขายทั้งหมดไป 323,030 ชุด [16] จากวันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ปี 2001 วงทัวร์คินเสิรตทั่วประเทศครั้งแรกในชื่อ Arashi Spring Concert 2001 [17] โดยจัดที่ เซนได, โอซาก้า, นาโงย่า, ฮอกไกโด, ฟุคุโอกะ, ฮิโรชิม่า, คานาซาว่า, โทยาม่า และ โตเกียว โดยจัดการแสดงทั้งหมด 26 รอบ [17] ก่อนที่วงจะออกไปอยู่ค่ายใหม่ของตัวเอง วงได้ออกซิงเกิลสุดท้ายภายไต้การจำหน่ายของ Pony Canyon ชื่อว่า "Jidai" ออกมา โดยเพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร Kindaichi Shonen no Jikenbo 3 ซึ่งนำแสดงโดยมัตสึโมโตะ เพลงนี้ยังชนะรางวัล Best Theme Song จากงาน 30th Television Drama Academy Awards ซึ่งเป็นรางวัลแรกที่วงได้รับอีกด้วย [18]

2002–2005: J Storm และยอดขายที่ตกต่ำลง[แก้]

อะระชิ เริ่มต้นปี ค.ศ. 2002 โดยได้ตั้งค่ายใหม่ J Storm ซึ่งตั้งมาจากชื่อภาษาอังกฤษของวงเอง [19] และได้ออกซิงเกิลแรกภาคใต้สังกัดใหม่ที่ชื่อ "A Day in Our Life" ออกมา ซิงเกิลนี้สามารถทำยอดขายในอาทิตย์แรกไปได้ 226,480 ชุด [20] ซึ่งเกิ้ลต่อมาอย่าง "Nice na Kokoroiki" และ "Pikanchi" ได้ใช้ประกอบการตูนอะนิเมะและหนังของวงตามลำดับ ทั้งสองซิงเกิลสามารถเปิดตัวที่ยอดขายอันดับ 1 ของ Oricon Chart ด้วยยอดขาย 168,120 ชุด และ 110,230 ชุด ตามลำดับ [21][22]

ปี ค.ศ. 2003 ผลงานซิงเกิลของวงได้ลดลงมาขายสองซิงเกิลต่อปี และใช้รูปแบบนี้ไปอีก 4 ปี ทั้งสองซิงเกิลของปี 2003 "Tomadoi Nagara" และ "Hadashi no Mirai/Kotoba Yori Taisetsu na Mono" เปิดตัวที่อันดับ 2 ของตาราง [23][24] โดยเพลง "Kotoba Yori Taisetsu na Mono" ยังเป็นเพลงแรกที่สมาชิกของวงได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้อง [25] โดยหลังจากนั้นซากุไร แรปเปอร์ของวงก็รับหน้าเขียนเนื้อเพลงท่อนแร็ปในทุก ๆ เพลงต่อมา ปี 2004 เป็นการฉลองครบ 5 ปี ของการก่อตั้งวง วงได้ออกซิงเกิลที่ 12 ในชื่อว่า "Pikanchi Double" ในเดือนกุมภาพันธ์ และทำยอดขายอาทิตย์แรกไปได้ 89,106 ชุด [26] เพื่อฉลองการครบรอบ 5 ปี วงได้ออกอัลบั้มรวมฮิตในชื่อ 5x5 The Best Selection of 2002–2004

ในวันปีใหม่ปี ค.ศ. 2005 อะระชิได้วางจำหน่าย DVD คอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกหลังจาก How's It Going? ในปี 2003 ในชื่อว่า 2004 Arashi! Iza, Now Tour!! ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม ถึง 24 สิงหาคม วงได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อนชื่อว่า One ซึ่งมากจาก อัลบั้มในชื่อเดียวกัน [27] โดยไฮไลท์สำคัญของทัวร์ที่การที่วงร้องเพลง "Sakura Sake" ซิงเกิลแรกที่จำหน่ายของปีนี้บน "เวทีเคลื่อนที่" ซึ่งเป็นเวทีที่เคลื่อนย้ายผ่านผู้ชมคอนเสิร์ตได้ [28] ซึ่งคิดค้นโดนมัตสึโมโตะ หลังจากนั้นเวทีนี้จึงใช้ในคอนเสิร์ตสำคัญของวงทุก ๆ ครั้ง เพื่อให้ผู้ชมที่อยู่ไกลสามารถสัมผัสกับสมาชิกของวงได้อย่างทั่วถึง [28][29][30] ในเดือนพฤศจิกายน อะระชิได้ออกซิงเกิลใหม่ซึ่งใช้ประกอบ ละครที่สร้างจากหนังสือการตูนชื่อดัง Hana Yori Dango โดยมีมัตสึโมโตะแสดงนำ โดยซิงเกิลชื่อว่า "Wish" โดยสามารถทำยอดขายอาทิตย์แรกไปได้ 178,000 ชุด และ มากกว่า 300,000 ชุดเมื่อหมดการวางจำหน่าย ทำให้ซิงเกิลนี้เป็นซิงเกิลแรกในรอบเกือบสามปีที่สามารถขายได้มากกว่า 300,000 ชุด หลังจาก "A Day in Our Life" ในปี 2002 [31][32]

2006: ตีตลาดเอเชีย[แก้]

ปี ค.ศ. 2006 ซิงเกิลและอัลบั้มของวงได้เริ่มจัดจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น โดยอัลบั้ม Arashic ไม่ได้จัดจำหน่ายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังจำหน่ายไปถึง ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไตหวัน และ ไทย อีกด้วย อัลบั้มนี้ยังประสบความสำเร็จในเกาหลีอย่างมาก โดย 10,000 ชุดแรก สามารถขายหมดในวันแรกของการจัดจำหน่าย ยังขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของชารต์ต่างประเทศในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคมอีกด้วย [33]

ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต Arachic Arashic Arasick Cool and Soul ในช่วงฤดูร้อน วงได้ประกาศทัวร์เอเชียชื่อว่า Jet Storm Tour ในวันที่ 31 กรกฎาคม [34][35] โดยวงได้บินไป 3 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน, ไทย และ เกาหลีใต้ โดยทั้งสามประเทศคือประเทศที่วงจะไปจัดแสดง Asia tour ซึ่งวงได้ไปโปรโมตอัลบั้ม Arashic ทั้งหมดภายในวันเดียว [35] ในวันที่ 16-17 กันยายน อะระชิได้จัดแสดงที่ ไทเปอารีน่า ของ ไทเป [34]

ในงาน Asia Song Festival ครั้งที่สาม วงได้เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นไปร่วมงาน โดยได้แสดงเพลง "Arashi", "Wish" และ "Kitto Daijōbu" ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกของปีนี้ ในวันที่ 22 กันยายน [34][36] เกือบสองเดือนหลังจากนั้น พวกเค้าได้กลายเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่ายที่ได้จัดแสดงคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการในประเทศเกาหลีใต้ [34][37][38] อ้างอิงจาก The Korea Times คอนเสิร์ตในประเทศเกาหลีจัดขึ้นเพราะแฟน ๆ ชาวเกาหลีได้ไปรวมตัวกันต้อนรับวงที่ Incheon International Airport มากถึง 1,500 คน ในตอนที่ไปโปรโมต Jet Storm Tour [36] อะระชิยังพิสูจน์ถึงความนิยมของพวกเค้า เมื่อแฟน ๆ กว่า 15,000 คนได้เข้าไปสั่งซื้อบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์จนหมดภาคใน 1 ชม. [39]

วงได้กลับมาที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อวางจำหน่ายซิงเกิลสุดท้ายของปีในชื่อว่า "Aozora Pedal" โดยเพลงนี้เขียนขึ้นโดย ซุกะ ชิอาโกะ นักดนตรีชื่อดัง [40] ในชารต์ออริก้อน วงสามารถทำยอดขายอาทิตย์แรกได้เป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 154,832 ชุด [41] แม้ว่าอะระชิมีแผนจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยในวันที่ 7 ตุลาคม แต่ก็ต้องยกเลิกเนื่องจาก วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศ[1][37]

2007: กลับมาตีตลาดในญี่ปุ่น[แก้]

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 วงได้ออกซึ่งเกิ้ลแรกของปี "Love So Sweet" ซึ่งใช้เป็นเพลงประกอบละครเรตติ้งสูงเรื่อง Hana Yori Dango 2 และทะยานขึ้นสู้นอันดับ 1 ในทั้งรายวันและรายสัปดาห์ของตาราง [42] นอกจากนี้ยังเป็นซิงเกิลแรกในรอบ 5 ปีที่สามารถขายไปได้กว่า 200,000 ชุด ในสัปดาห์แรก [42][43] วันที่ 2 พฤษภาคม ซิงเกิลที่ 19 "We Can Make It!" สามารถขึ้นอันดับ 1 ของตารางได้เช่นกันด้วยยอดขาย 150,546 ชุด [44] และยังสามารถทำยอดขายเพิ่มไปได้อีก 54,229 ชุด จนถึงสิ้นปี ทำให้ขายไปได้ทั้งหมด 204,775 ชุด [45]

เดือนเมษายน ปี 2007 คอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่ของวงได้จัดขึ้นในชื่อ Arashi Around Asia in Dome ซึ่งต่อเนื่องมาจากคอนเสิร์ตที่กลับมาเล่นที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคม โดยคอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองให้แก่ความสำเร็จจาก Asia tour [46] Arashi Around Asia in Dome ได้จัดขึ้นที่ Kyocera Dome ในโอซาก้า และเป็นครั้งแรกที่จัดที่ Tokyo Dome [46] วันที่ 14 กรกฎาคม อะระชิได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อนที่ชื่อว่า Time - Kotoba no Chikara ซึ่งมาจากอัลบั้ม Time อัลบั้มที่ 7 ของวง โดยอัลบั้มนี้สามารถทำยอดขายไปได้ 190,000 ชุดในอาทิตย์แรกของการจัดจำหน่าย [47] ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มยอดขายอันดับ 1 ให้แก่วง แต่อัลบั้มนี้ยังได้รางวัล Platinum จาก RIAJ อีกด้วย [48]

ในเดือนกรกฎาคม อะระชิได้ร้องเพลงประกอบละครช่อง TBS เรื่อง Yamada Tarō Monogatari ซึ่งแสดงโดย นิโนะมิยะ และ ซากุไร ชื่อเพลง "Happiness" และวางขายวันที่ 5 กันยายน ซึ่งเป้นซิงเกิลที่สามของปี [49] ซิงเกิลนี้เปิดตัวเป็นที่ 1 และสิ้นปีขายไปได้ทั้งหมด 271,869 ชุด [45][50] ปีนี้ยังได้พิสูจน์ความสำเร็จของวง เมื่อซิงเกิลทั้งหมดสามารถติด Top 30 ของ ออริก้อนชารต์ ประจำปี โดย "Love So Sweet" ได้อันดับที่ 4 และกลางเป็นซิงเกิลแรกของวงที่สามารถเข้าไปติด Top 10 ได้สำเร็จ [45] "Love So Sweet" ยังได้เป็น 1 ใน 10 ซิงเกิลยอดเยี่ยมจากงาน Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 22 ในปี 2008 อีกด้วย ทำให้เป็นครั้งแรกที่อะระชิได้รับรางวัลจากงาน Japan Gold Disc Award [51]

2008: กลับมาได้รับความนิยมในญี่ปุ่น[แก้]

  • "Truth"
    "Truth" หนึ่งในเพลงที่ขายดีที่สุดในปั 2008 และกลายเป็นซิงเกิลแรกของอะระชิที่ครองอันดับที่ 1 ของออริก้อนประจำปี[52]
    "One Love"
    ซิงเกิลที่ขายดีที่สุดอันดับที่ 2 ของญี่ปุ่นในปี 2008
  • หากไม่ได้ยินเสียง โปรดดูเพิ่มที่ วิกิพีเดีย:วิธีใช้สื่อ

จากความสำเร็จในปี 2007 ทำให้วงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ อะระชิได้ออกซิงเกิลแรกของปีนี้ชื่อ "Step and Go" ซึ่งสามารถเปิดตัวได้เป็นอันดับ 1 และทำยอดขายไปได้ 324,223 ชุด ภายในอาทิตย์แรก กลายเป็นซิงเกิลแรกนับตั้งแต่ "Sunrise Nippon/Horizon" ในปี 2000 ที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 300,000 ชุด ในสัปดาห์แรก [9][53] ในเดือนเดียวกัน ได้มาการประกาศว่าวงจะจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่โดมใหญ่ 5 โดมคือ โตเกียว, นาโงย่า, โอซาก้า, ฟุคุโอกะ และ ซับโปโร [54] โดยทัวร์มีชื่อว่า Arashi Marks 2008 Dream-A-Live จัดทั้งหมด 10 รอบ ระหว่าง 16 พฤษภาคม ที่โอซาก้า ถึง 6 กรกฎาคม ที่ซับโปโร [54][55] โดยมีแค่ศิลปินรุ่นพี่อย่าง SMAP และ KinKi Kids ที่เคยทำทัวร์ 5 โดมมาก่อน [54] ทัวร์นี้ยังใช้ชื่อเดียวกับอัลบั้มที่ 8 ของวง Dream "A" Live ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ได้รับความนิยมแม้แต่แฟนเพลงเพศชาย ซึ่งปกติแฟนคลับของศิลปินจอหนนี่มันจะเป็นวันรุ่นผู้หญิงและเด็กเล็ก [56] ระหว่างทัวร์ อะระชิได้จำหน่ายซิงเกิลที่ 22 "One Love" ซึ่งใช้ประกอบภาพยนตร์ภาคสุดท้าย จากไตรภาคของ Hana Yori Dango ซีรีส์ ซิงเกิลนี้ทำยอดขายได้มากกว่า 300,000 ชุด และเปิดตัวที่อันดับ 1 ภายในอาทิตย์แรกเช่นเดียวกับ "Step and Go" [57]

ในวันที่ 5 กันยายน อะระชิกลายเป็นศิลปินคนที่สามหลังจาก SMAP และ Dreams Come True ที่ได้จัดคอนเสิร์ตที่ National Olympic Stadium ที่โตเกียว โดยเป็นครั้งแรกที่วงได้จัดแสดงกลางแจ้ง และเป็นการเริ่มทัวร์เอเชียครั้งที่สอง โดยเป็นการกลับไปสองที่เดิมในครั้งที่แล้วคือ ไทเป และ โซล [58] และการไปครั้งแรกที่ เซี่ยงไฮ้ [59][60] โดยคอนเสิร์ตที่เซี่ยงไฮ้ยังเป็นครั้งแรกที่ศิลปินค่ายจอห์นนี่ได้ไปเล่นที่ ประเทศจีน [59][60] เกือบเดือนหลังจากที่ "One Love" วางจำหน่าย ซิงเกิลที่ 23 "Truth/Kaze no Mukō e" ได้ออกออกมา เปิดตัวด้วยอันดับสูงสุดในชารต์ออริก้อนด้วยยอดขาย 467,288 ชุด [61] ก่อนที่จะจัดแสดงที่เซี่ยงไฮ้ วงได้ออกซิงเกิลที่ 4 ของปี "Beautiful Days" ออกมา [62] แม้ว่าจะมีเวลาแค่เดือนกว่า ๆ ก่อนที่จะสรุปชารทประจำปี "Beautiful Days" สามารถใต่อันดับขึ้นมาติด Top 10 ของปีได้สำเร็จ [52][63] DVD คอนเสิร์ตของพวกเค้า Summer Tour 2007 Final Time - Kotoba no Chikara ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อ 16 เมษายน ติดอันดับที่ 2 ในสาขาดีวีดีเพลง และ อันดับ 6 ในสาขาดีวีดีทั่วไป[64]

2009: ฉลองครบรอบ 10 ปี[แก้]

วงได้วางจำหน่ายซิงเกิลหน้า A คู่ สองชุด คือ "Believe/Kumorinochi, Kaisei" และ "Ashita no Kioku/Crazy Moon: Kimi wa Muteki" ในวันที่ 4 มีนาคม และ 27 พฤษภาคม ตามลำดับในปี 2009 โดยซิงเกิลทั้งสองสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 500,000 ชุด ในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย ทำให้อะระชิเป็นศิลปินแรกในรอบ 7 ปี 7 เดือน ที่สามารถทำยอดขายภายในอาทิตย์แรกได้เกิน 500,000 ทั้ง 2 ชุดติดต่อกัน โดยคนสุดท้ายที่ทำสถิตินี้ไว้ได้คือ คุวาตะ เคนสุเกะ[65]

เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน อะระชิได้ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปี ที่ชื่อว่า Arashi Anniversary Tour 5x10 โดยจะจัดแสดงสามรอบติดที่ National Olympic Stadium[66] ทำให้พวกเค้าเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่ได้จัดแสดง 3 วันติดต่อกันที่สเตเดี่ยมแห่งนี้[66] ซึ่งเกิ้ลที่สามของวง "Everything" ได้วางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม และทำยอดขายไปได้ประมาณ 342,000 ชุดในสัปดาห์แรก[67] วันที่ 19 สิงหาคม อะระชิได้วางจำหน่ายอัลบั้มรวมฮิต All the Best! 1999-2009 ซึ่งรวมเอาเพลงซิงเกิลทั้งหมดตั้งแต่เดบิว, เพลงพิเศษที่สมาชิกของวงร่วมกันแต่ง และแผ่น limited edition ที่บรรจุเพลง 10 เพลงที่สมาชิกของวงเลือกมา[68] อัลบั้มนี้ทำยอดขายไปได้ 753,000 ชุด ในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย[69] หลังจากผ่านไปได้ 13 วัน อัลบั้มก็สามารถทำยอกขายได้เกิน 1 ล้านชุด และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอะระชิอีกด้วย[70][71][72] และเป็นอัลบั้มแรกในปี 2009 ที่ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านชุด[70][73]

วันที่ 11 พฤศจิกายน อะระชิได้ออกซิงเกิลสุดท้ายของปีที่ชื่อ "My Girl" ซิงเกิลนี้เปิดตัววันแรกด้วยยอดขาย 178,000 ชุด และประมาณ 432,000 ชุด ในอาทิตย์แรก[74][75] วันที่ 17 พฤศจิกายน ได้มีการประกาศว่าซิงเกิลของวงได้ผูกขาดยอดขายอันดับ 1-4 ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายของปี 2009[75][76][77]

วันที่ 20 พฤศจิกายน บริษัจ House Foods ร่วมมือกับอะระชิจัดงานพิเศษที่ที่ชื่อว่า Arashi in Tokyo DisneySea Premium Event[78][79] โดยได้จองทั้งสวนสนุกไว้ 1 คืน วงได้แสดงเมดเลห์พิเศษเพลงฉลองวันคริสต์มาส และเพลงของวงเองเช่น "Arashi" และ "One Love" ทีให้อะระชิเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่ได้ร้องเพลงของตัวเองในโตเกียวดิสนีย์ซี[78][80]

อะระชิ ได้เข้าแสดงในงาน 60th NHK Kōhaku Uta Gassen ใน วันสิ้นปี ไม่เพียงแต่เป็นครั้งแรกของวงที่ได้ขึ้นแสดง แต่เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ที่ศิลปินค่ายจอห์นนี่วงอื่นนอกจาก SMAP และ Tokio สองวงที่ได้ขึ้นแสดงทุกปี ได้ขึ้นแสดงเป็นวงที่สาม[81][82][83]

2010-ปัจจุบัน[แก้]

วันที่ 5 มกราคม ได้มีการประกาศว่าเพลง (ญี่ปุ่น: "Yurase, Ima o" 揺らせ、今を lit. Shake It Now ?) จะใช้ประกอบในช่วงข่าวงาน โอลิมปิกฤดูหนาว 2010 ทางช่อง NTV[84] วันที่ 6 มกราคม ซากุราอิ ประกาศว่าอะระชิจะมีซิงเกิลใหม่ที่ชื่อว่า "Troublemaker" ที่ใช้ประกอบในละครแนวตลกของเค้าเอง[85] ในวันต่อมา รายการ Mezamashi TV ได้เปิดตัวอย่างเพลงประกอบละครตอนพิเศษเรื่อง (ญี่ปุ่น: Saigo no Yakusoku 最後の約束 The Last Promise ?) เป็นครั้งแรก โดยเป็นละครที่สมาชิกทั้ง 5 ร่วมแสดงด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี[86] เพลงประกอบละคร (ญี่ปุ่น: "Sora Takaku" 空高く, "Sky High" ?) ได้ประกาศระหว่างการแถลงข่าวละครตอนพิเศษในวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2009[87] ในสามเพลงใหม่นี้ มีเพียงเพลง "Troublemaker" และ "Yurase, Ima o" เท่านั้นที่บรรจุอยู่ในซิงเกิลแรกของปี และวางขายในวันที่ 3 มีนาคม โดยเพลง "Troublemaker" บรรจุไว้เป็นเพลงหลักในหน้าเอ[88]

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ อะระชิได้รับรางวัล "ศิลปินแห่งปี" และรางวัลอื่น ๆ อีก 9 รางวัล จากงาน Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 24 ทำให้กลายเป็นศิลปินกลุ่มแรก ที่ได้รางวัลทั้งหมด 10 รางวัลในครั้งเดียว[89]

วันที่ 5 เมษายน ได้มีการประกาศถึงซิงเกิลใหม่ของวงในชื่อ "Monster" และวางจำหน่ายในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยเพลงนี้ได้ใช้ประกอบละครของ โอโนะ แนวคอมมาดี้-แฟนตาซีเรื่อง ไคบุซึคุง ซึ่งเป็นละครที่ดัดแปลงมาจากการตูนมังงะชื่อดังโดย อ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ[90] วันที่ 24 พฤษภาคม "Monster" เปิดตัวที่อันดับ 1 ของชารท์โอริก้อนด้วยยอดขาย 543,000 ชุด ในสัปดาห์แรก ทำให้อะระชิสามารถครองชารท์ Top 3 ในชารทออริก้อนได้ถึง 30 ซิงเกิลติดต่อกัน[91][92]

ผลงาน[แก้]

ดูบทความหลักที่: ผลงานของอะระชิ

สตูดิโออัลบั้ม

อัลบั้มพิเศษ

งานโฆษณา[แก้]

ในทุก ๆ ปี วงได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้แก่ Coca-Cola, House Foods และ มือถือ au by KDDI โดยตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา อะระชิได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ส่วนตัวให้แก่โฆษณามือถือทั้งหมดของ KDDI[93] เพลงส่วนใหญ่ของวงได้ใช้เป็นประกอบละครหลายเรื่อง อาทิเช่น Stand Up!![94], Hana Yori Dango[95] และ Maō[96] ทางด้านภาพยนตร์เช่น Hana Yori Dango Final และ Yatterman และโฆษณาอีกหลายชนิด ในปี 2004 เพลง "Hero" ได้ใช้เป็นเพลงธีมของช่วงข่าวงาน โอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ทางช่อง NTV และในปี 2008 ได้ใช้เพลง "Kaze no Mukō e"[97] และเพลง (ญี่ปุ่น: "Yurase, Ima o" 揺らせ、今を lit. Shake It Now ?) ใช้ประกอบในช่วงข่าวงาน โอลิมปิกฤดูหนาว 2010 ทางช่อง NTV[98]

กิจกรรมอื่น ๆ[แก้]

ดูบทความหลักที่ ผลงานภาพยนตร์ของอะระชิ

นอกจากผลงานเพลง อะระชิยังได้ไปปรากฏตัวในละคร และ ภาพยนตร์, จัดรายการวิทยุ รวมถึงเป็นพิธีกรในรายการต่าง ๆ โดยตั้งแต่ปี 2002 พวกเค้ารับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ variety shows ของตัวเอง[99] เมื่อปี 2006 พวกเค้าได้เริ่มรายการ (ญี่ปุ่น: Arashi no Shukudai-kun 嵐の宿題くん Arashi's Homework ?) ทางสถานี NTV และปี 2008 เป็นครั้งแรกของวงที่ได้มีรายการช่วงเวลาไพรมไทม์คือ (ญี่ปุ่น: Himitsu no Arashi-chan ひみつの嵐ちゃん Arashi's Secrets ?) ทางช่อง TBS และได้ย้ายเวลารายการ (ญี่ปุ่น: VS Arashi VS嵐 Buiesu Arashi ?) รายการเกมโชว์ทางช่อง Fuji TV จากเวลาช่วงบ่ายมาเป็นช่วง Golden Time ในปี 2009[100][101]

ปี 2004 วงได้เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในรายการ 24-Hour Television (หรืออีกชื่อคือTelethon) ครั้งที่ 27 ทางช่อง NTV[102] โดยมีธีมคือ (ญี่ปุ่น: "Your Dream is Everybody's Dream" あなたの夢はみんなの夢 Anata no Yume wa Minna no Yume ?) โดยมีการถ่ายทอดสดเป็นเวลา 24 ชม.เต็ม ตั้งแต่วันที่ 21-22 สิงหาคม และในปี 2008 เป็นอีกครั้งที่อะระชิได้มาเป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการนี้[103] โดยธีมของครั้งที่ 31 คือ (ญี่ปุ่น: "Vow: The Most Important Promise" 誓い 一番大切な約束 Chikai: Ichiban Taisetsu na Yakusoku ?) ได้ถ่ายทอดสดตั้งแต่วันที่ 30-31 สิงหาคม โดยรายการ Telethon ได้รับเงินบริจากมากถึง 1,083,666,922 เยน และเป็นยอดบริจากสูงสุดในประวัติศาสตร์อันดับที่สองของ 24-Hour Television ตั้งแต่เริ่มรายการมา[104][105][106][107]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

ปี 2009 ออริก้อนได้ประกาศว่าอะระชิเป็นศิลปินที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดของปี และได้รับรางวัล "Artist Top Sales" (ATS) หลังจากที่ซิงเกิล, อัลบั้ม, DVD เพลง และ Blu-ray สามารถทำยอดขายได้ถึง 14.46 พันล้านเยน (ประมาณ 5,644.0272 ล้านบาท)

Japan Gold Disc Awards[แก้]

อะระชิได้รางวัลจาก Recording Industry Association of Japan's ทั้งหมด 16 รางวัล จากงาน Japan Gold Disc Awards.[51][108][109]

2008 "Love So Sweet" Best 10 Singles ชนะ
2009 "Truth/Kaze no Mukō e" Single of the Year ชนะ
Best 10 Singles ชนะ
"One Love" ชนะ
"Beautiful Days" ชนะ
Summer Tour 2007 Final Time - Kotoba no Chikara Best Music Videos ชนะ
2010 Arashi Artist of the Year ชนะ
"Believe/Kumorinochi, Kaisei" Single of the Year ชนะ
The Best 5 Singles ชนะ
"Ashita no Kioku/Crazy Moon" The Best 5 Singles ชนะ
"Everything" The Best 5 Singles ชนะ
"My Girl" The Best 5 Singles ชนะ
All the Best! 1999–2009 Album of the Year ชนะ
The Best 5 Albums ชนะ
Arashi Around Asia 2008 in Tokyo The Best Music Videos ชนะ
5x10 All the Best! Clips 1999–2009 The Best Music Videos ชนะ

Television Drama Academy Awards[แก้]

อะระชิได้รับรางวัลที่หมด 3 รางวัล และได้เข้าชิงทั้งหมด 7 ครั้ง จัดอันดับโดยหนังสือ The Television

2001 "Jidai" Best Theme Song ชนะ[110]
2002 "A Day in Our Life" เข้าชิง[111]
2004 "Hitomi no Naka no Galaxy" เข้าชิง[112]
2007 "We Can Make It!" เข้าชิง[113]
"Happiness" เข้าชิง[114]
2008 "Beautiful Days" ชนะ[115]
2009 "Ashita no Kioku" ชนะ[116]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 "Arashi Biography". AllMusic. สืบค้นเมื่อ 2009-05-17. 
  2. "(Yearly Ranking) Arashi reach 1st and 2nd spots for the first time in 19 years". Oricon. 2008-12-11.  (ญี่ปุ่น)
  3. 3.0 3.1 "Arashi sweeps 2009 sales rankings". Tokyograph. 2009-12-18. สืบค้นเมื่อ 2009-12-18. 
  4. 4.0 4.1 "嵐、史上初の“CD、DVD4 冠”達成〜シングルTOP3独占は光GENJI以来21年ぶり". Oricon. 2009-12-18. สืบค้นเมื่อ 2009-12-18.  (ญี่ปุ่น)
  5. 5.0 5.1 "Arashi 1999 Timeline". Johnny & Associates. สืบค้นเมื่อ 2009-11-16.  (ญี่ปุ่น)
  6. Arashi (2004-02-23). Interview with Downtown. Hey! Hey! Hey! Music Champ.  Missing or empty |title= (help) (ญี่ปุ่น)
  7. "Arashi's first Kōhaku appearance". Livedoor News. 2009-11-24. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  8. "Oricon weekly chart for the 3rd week of November 1999". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-09-24.  (ญี่ปุ่น)
  9. 9.0 9.1 "Oricon weekly chart for the third week of April 2000". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  10. "Arashi 2000 Timeline". Johnny & Associates. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  11. "Typhoon Generation Music Profile". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  12. "Oricon weekly chart for the fourth week of July 2000". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  13. "Kansha Kangeki Ame Arashi Music Profile". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  14. "Oricon weekly chart for the third week of November 2000". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  15. "Oricon weekly chart for the first week of February 2001". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-09-26.  (ญี่ปุ่น)
  16. "Arashi's Album Ranking". Oricon. 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  17. 17.0 17.1 "Arashi 2001 Timeline". Johnny & Associates. สืบค้นเมื่อ 2009-11-16.  (ญี่ปุ่น)
  18. "Best Theme Song for the 30th Television Drama Academy Awards". Television Drama Academy Awards. 2001-09-19. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.  (ญี่ปุ่น)
  19. "J Storm". Japanese Wikipedia. สืบค้นเมื่อ 2009-11-28.  (ญี่ปุ่น)
  20. "Oricon weekly chart for the third week of February 2002". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  21. "Oricon weekly chart for the fifth week of April 2002". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  22. "Oricon weekly chart for the first week of May 2002". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  23. "Tomadoi Nagara Music Profile". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  24. "Hadashi no Mirai/Kotoba Yori Taisetsu na Mono Music Profile". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  25. "Kotoba Yori Taisetsu na Mono Profile". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  26. "Oricon weekly chart for the first week of March 2004". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  27. "Arashi 2005 Biography". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  28. 28.0 28.1 "Arashi's moving stage". TV Life. 2005-08-24. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  29. "Arashi Anniversary Tour 5x10". Eye-Ai: 1–11. January 2010. 
  30. Music Lovers. NTV. 2009-03-24. (ญี่ปุ่น)
  31. "嵐、4作連続通算11作目のシングルNo.1獲得!". Oricon. 2005-11-22. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  32. "Oricon weekly chart for the fourth week of November 2005". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  33. "Japanese Group Arashi to Give Concert in Korea". KBS Global. สืบค้นเมื่อ 2008-01-06. 
  34. 34.0 34.1 34.2 34.3 "Arashi 2006 Timeline". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  35. 35.0 35.1 Arashi Around Asia: Thailand-Taiwan-Korea. J Storm. 2007-05-23. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.  (ญี่ปุ่น)
  36. 36.0 36.1 [dead link] Alternate link [1][ลิงก์เสีย], Retrieved 2007-06-07
  37. 37.0 37.1 "Arashi announces solo concerts in Korea". Tokyograph. 2006-09-01. สืบค้นเมื่อ 2009-10-10. 
  38. "Arashi begins its conquest of Asia". Tokyograph. 2006-07-07. สืบค้นเมื่อ 2008-03-01. 
  39. "Arashi Concert in Korea Sold Out in 1 Hour". KBS Global. สืบค้นเมื่อ 2009-11-29. 
  40. "Aozora Pedal Information". J Storm. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  41. "Oricon weekly chart for the second week of August 2006". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  42. 42.0 42.1 "Arashi, Ringo Shiina top charts". Tokyograph. 2007-02-26. สืบค้นเมื่อ 2009-10-10. 
  43. "Oricon weekly chart for the first week of March 2007". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  44. "Oricon weekly chart for the second week of May 2007". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  45. 45.0 45.1 45.2 "年間シングルランキング". Oricon. 2007-12-18.  (ญี่ปุ่น)
  46. 46.0 46.1 "Arashi 2007 Timeline". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  47. "Oricon weekly chart for the fourth week of July 2007". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-08.  (ญี่ปุ่น)
  48. "ゴールド等認定作品一覧 2007年7月". RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2009-11-03.  (ญี่ปุ่น)
  49. "Production Staff of Yamada Tarō Monogatari". TBS. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  50. "Happiness Music Profile". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  51. 51.0 51.1 "The 22nd Japan Gold Disc Award 2008". Recording Industry Association of Japan. สืบค้นเมื่อ 2009-11-16. 
  52. 52.0 52.1 "年間シングルランキング". Oricon. 2008-12-11.  (ญี่ปุ่น)
  53. "Oricon weekly chart for the first week of March 2008". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  54. 54.0 54.1 54.2 "Arashi Announces "5 Dome Tour"". Tokyograph. สืบค้นเมื่อ 2008-02-26. 
  55. "Arashi 2008 Timeline". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25. 
  56. "嵐 8枚目のアルバムは、男性からの関心度も上昇". Oricon. 2008-04-20. สืบค้นเมื่อ 2008-05-03.  (ญี่ปุ่น)
  57. "Oricon weekly chart for the first week of July 2008". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  58. Garcia, Cathy Rose A. "J-pop Idols Arashi Returns in November". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2009-11-27. 
  59. 59.0 59.1 "Othello's Matsushima to Wed Marsas Sound Machine Singer". Japan Zone. สืบค้นเมื่อ 2008-06-19. 
  60. 60.0 60.1 "Johnny's group Arashi to tour Asia from September". Japan Today. สืบค้นเมื่อ 2008-06-19. 
  61. "Oricon weekly chart for the first week of September 2008". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  62. "Arashi announces Asia concert tour". Tokyograph. 2008-06-15. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25. 
  63. "EXILE dominates 2008 sales rankings". Tokyograph. 2008-12-11. 
  64. "2008年 年間総合DVDランキング". Oricon. 2008-12-11. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25.  (ญี่ปุ่น)
  65. "嵐が2作連続初動50万超、7年7か月ぶりの快挙". Oricon. 2009-06-02. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02.  (ญี่ปุ่น)
  66. 66.0 66.1 "Arashi celebrates 10 years with best album, tour". Tokyograph. 2009-06-25. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02. 
  67. "Charts: Arashi, Masaharu Fukuyama". Tokyograph. 2009-07-08. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02. 
  68. "All the Best! 1999-2009 album information". Johnny's net. สืบค้นเมื่อ 2009-12-09.  (ญี่ปุ่น)
  69. "嵐ベストがミスチル上回り初動75万枚で09年度No.1獲得". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-26.  Text "date-2009-08-25" ignored (help) (ญี่ปุ่น)
  70. 70.0 70.1 "Charts: SMAP extends #1 streak, Arashi reaches 1 million". Tokyograph. 2009-09-02. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02. 
  71. "Arashi's album achieves first million 13 days after release". Oricon. 2009-09-02. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02.  (ญี่ปุ่น)
  72. "Arashi's Best Album: First Million in 2 Weeks!". Nikkan Sports. 2009-09-02. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02.  (ญี่ปุ่น)
  73. "Arashi tops '09 album sales". Tokyograph. September 22, 2009. สืบค้นเมื่อ October 17, 2009. 
  74. "嵐の新曲「マイガール」、デイリーランキング首位獲得で好スタート". Oricon. 2009-11-12. สืบค้นเมื่อ 2009-11-12.  (ญี่ปุ่น)
  75. 75.0 75.1 "Arashi monopolizes top 1-4 spots for first week singles sales of 2009". Oricon. 2009-11-17. สืบค้นเมื่อ 2009-11-17.  (ญี่ปุ่น)
  76. "Oricon weekly chart for the fourth week of November 2009". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-11-17.  (ญี่ปุ่น)
  77. "Oricon weekly chart for the second week of July 2009". Oricon. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23.  (ญี่ปุ่น)
  78. 78.0 78.1 "ディズニーシーに嵐!超プレミアムイベント 7000人招待に500万通!!". Sports Hochi. 2009-11-21. สืบค้นเมื่อ 2009-11-21.  (ญี่ปุ่น)
  79. "嵐 ディズニーシースペシャル公演". Sponichi. 2009-07-28. สืบค้นเมื่อ 2009-11-21.  (ญี่ปุ่น)
  80. "Over 5 Million Applications! Arashi Reserves TDS". Yahoo! Japan. 2009-11-21. สืบค้นเมื่อ 2009-11-28.  (ญี่ปุ่น)
  81. "2009 Kohaku Uta Gassen lineup announced". Tokyograph. 2009-11-23. สืบค้นเมื่อ 2009-11-23. 
  82. "紅白歌合戦:松潤「勉強させていただきます」 “ジャニーズ2枠”破り「嵐」初出場". Mainichi. 2009-11-23. สืบค้นเมื่อ 2009-11-26.  (ญี่ปุ่น)
  83. "A Storm Coming to NHK". Japan Zone. 2009-11-24.  Text "accessdate-2009-12-01" ignored (help)
  84. "嵐、新曲が日テレ・バンクーバー五輪&ズームインテーマに決定". Oricon. 2010-01-05. สืบค้นเมื่อ 2010-01-08.  (ญี่ปุ่น)
  85. "堀北真希:櫻井翔に「嫌われたい」? いじめ役「気持ちいい」と ドラマ「特上カバチ!!」発表" (ใน Japanese). Mainichi Shimbun. 2010-01-06. สืบค้นเมื่อ 2010-01-28. 
  86. "All 5 Arashi members to star in drama special "Saigo no Yakusoku"". Tokyograph. 2009-11-21. สืบค้นเมื่อ 2010-01-12. 
  87. "嵐、10年ぶり5人共演ドラマに「5人で1つの楽屋は新鮮」" (ใน Japanese). Oricon. 2009-12-15. สืบค้นเมื่อ 2010-01-05. 
  88. "Troublemaker (Regular Edition)". CDJapan. สืบค้นเมื่อ 2010-01-27. 
  89. "嵐、『日本ゴールドディスク大賞』を初受賞! 同賞史上初の10冠も達成" (ใน Japanese). Oricon. 2010-02-24. สืบค้นเมื่อ 2010-02-25. 
  90. "65時間嵐祭り!日テレ43番組ジャック" (ใน Japanese). Sports Hochi. 2010-04-05. สืบค้นเมื่อ 2010-04-05. 
  91. "嵐、史上初のデビューから 30作連続TOP3入り" [Arashi Made 30 Consecutive First-Ever Top 3 since Their Debut] (ใน Japanese). Oricon. 2010-05-25. สืบค้นเมื่อ 2010-05-24. 
  92. "Hatsune Miku, Arashi's Kaibutsu-kun Song Top CD Charts". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ 2010-05-26. 
  93. "Appointing Arashi as image characters for au". au by KDDI. 2008-01-28. สืบค้นเมื่อ 2009-11-27.  (ญี่ปุ่น)
  94. "Staff Information for Stand Up!!". Tokyo Broadcasting System. สืบค้นเมื่อ 2009-12-10.  (ญี่ปุ่น)
  95. "Staff Information for Hana Yori Dango". Tokyo Broadcasting System. สืบค้นเมื่อ 2009-12-10.  (ญี่ปุ่น)
  96. "Staff Information for Maō". Tokyo Broadcasting System. สืบค้นเมื่อ 2009-12-10.  (ญี่ปุ่น)
  97. "Arashi provides another Olympic theme song". Tokyograph. 2008-07-10. สืบค้นเมื่อ 2009-11-27. 
  98. "嵐、新曲が日テレ・バンクーバー五輪&ズームインテーマに決定". Oricon. 2010-01-05. สืบค้นเมื่อ 2010-01-08.  (ญี่ปุ่น)
  99. "CxDxG no Arashi Vol. 1 DVD information". YesAsia. สืบค้นเมื่อ 2009-12-09. 
  100. "Arashi to host prime time variety show". Tokyograph. 2008-02-04. สืบค้นเมื่อ 2009-11-30. 
  101. ""VS Arashi" goes golden". Tokyograph. 2009-07-25. สืบค้นเมื่อ 2009-11-30. 
  102. "Arashi chosen to host "24 Hour Television"". Tokyograph. 2008-05-02. สืบค้นเมื่อ October 17, 2009. 
  103. "Idol group Arashi to host NTV's 24 Hour TV". Japan Today. 2008-05-05. 
  104. "24時間テレビの歴史". Hiroshima Telecasting Co.,Ltd. สืบค้นเมื่อ 2009-10-18.  (ญี่ปุ่น)
  105. "「24時間テレビ」歴代2位の募金額". Sponichi. 2008-10-15. สืบค้นเมื่อ 2009-09-12.  (ญี่ปุ่น)
  106. "「24時間テレビ31」募金額が歴代2位を記録、10億8366万6922円が集まる". Oricon. 2008-10-15. สืบค้นเมื่อ 2009-09-12.  (ญี่ปุ่น)
  107. ""24 Hour Television" raises second largest amount in history". Tokyograph. 2008-10-15. สืบค้นเมื่อ 2009-10-14. 
  108. "The 23th Japan Gold Disc Award 2009". RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2009-11-16. 
  109. "The 24th Japan Gold Disc Award 2010". RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2010-02-24. 
  110. "第30回ドラマソング賞「時代」嵐". Television Drama Academy Awards. 2001-09-19. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.  (ญี่ปุ่น)
  111. "第32回ドラマソング賞「夢」ザ・ブルーハーツ". Television Drama Academy Awards. 2002-04-05. สืบค้นเมื่อ 2009-12-31.  (ญี่ปุ่น)
  112. "第42回ドラマソング賞「かたちあるもの」 柴咲コウ". Television Drama Academy Awards. 2004-10-27. สืบค้นเมื่อ 2009-12-31.  (ญี่ปุ่น)
  113. "第53回ドラマソング賞「明日晴れるかな」桑田佳祐". Television Drama Academy Awards. 2007-07-24. สืบค้นเมื่อ 2009-12-31.  (ญี่ปุ่น)
  114. "第54回ドラマソング賞「こころ」小田和正". Television Drama Academy Awards. 2007-10-24. สืบค้นเมื่อ 2009-12-31.  (ญี่ปุ่น)
  115. "第59回ドラマソング賞「Beautiful days」嵐". Television Drama Academy Awards. 2009-02-18. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02.  (ญี่ปุ่น)
  116. "第61回ドラマソング賞「明日の記憶」嵐". Television Drama Academy Awards. 2009-07-22. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02.  (ญี่ปุ่น)

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ[แก้]