อัศวินทิวทอนิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อัศวินทิวทัน
Coat of arms of the Teutonic Order.png
ตราอาร์มของคณะ
ขึ้นต่อ พระสันตะปาปา, จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
รูปแบบ คณะศาสนาโรมันคาทอลิก
(ค.ศ. 1192-1929 คณะทหาร)
กองบัญชาการ เอเคอร์ (ค.ศ. 1192-1291)
เวนิส (ค.ศ. 1291-1309)
มาเรียนบวร์ก (ค.ศ. 1309-1466)
เคอนิกสแบร์ก (ค.ศ. 1466-1525)
เมอร์เกนท์ไฮม์ (ค.ศ. 1525-1809)
เวียนนา (ค.ศ. 1809-ปัจจุบัน)
สมญา อัศวินทิวทัน, คณะเยอรมัน
ผู้อุปถัมภ์ พระนางมารีย์พรหมจารี, นักบุญเอลิซาเบธแห่งฮังการี, & นักบุญจอร์จ
สีหน่วย เสื้อคลุมขาวมีเครื่องหมายกางเขนดำ
ผู้บังคับบัญชา
แกรนด์มาสเตอร์คนแรก Heinrich Walpot von Bassenheim
แกรนด์มาสเตอร์คนปัจจุบัน Bruno Platter

คณะภราดรบ้านนักบุญมารีย์เยอรมันในเยรูซาเล็ม (ละติน: Ordo domus Sanctæ Mariæ Theutonicorum Hierosolymitanorum) หรือชื่อสามัญว่า คณะทิวทอนิก (หรือ คณะเยอรมันในปัจจุบัน) เป็นคณะทหารสมัยกลางของเยอรมนี และในสมัยใหม่เป็นคณะศาสนาคาทอลิกเต็มตัว ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนคริสต์ศาสนิกชนไปจาริกแสวงบุญยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และตั้งโรงพยาบาล สมาชิกของคณะ เรียกว่า อัศวินทิวทอนิก เพราะยังได้รับราชการในคณะทหารที่ทำสงครามศาสนาในสมัยกลาง สมาชิกภาพทหารนั้นมีจำนวนน้อยอยู่เสมอ โดยมีอาสาสมัครและทหารรับจ้างเสริมกองกำลังตามที่ตจำเป็น หลังการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ เบลลีวิกแห่งยูเทรกต์ของคณะกลายเป็นโปรเตสแตนต์ สาขานี้ยังประกอบด้วยอัศวิน แต่คณะโรมันคาทอลิกสมัยใหม่ประกอบด้วยพระ ชีและผู้ร่วมงานโรมันคาทอลิก

ประวัติ[แก้]

อัศวินทิวทันนั้น แรกเริ่มเดิมทีมีตั้งฐานแห่งแรกที่เมืองเอเคอร์ ต่อมาภายหลังได้รับบริจาคที่ดินจาก จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และชาติอื่นๆ และจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิเฟรดเดอริก II ยังเป็นสหายสนิทของ Hermann von Salza ผู้นำของอัศวินทิวทัน อีกด้วย แต่ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ทรงอิทธิพล แต่อิทธิพลของอัศวินทิวทัน ในอาณาจักรของพวกครูเสดกลับสู้กลุ่มอัศวินคริสเตียนกลุ่มอื่นอย่าง Templars และ Hospitallers ไม่ได้ หลังจากที่กองทัพครูเสดพ่ายแพ้ต่อพวกมุสลิม กษัตริย์แห่งฮังการีก็ได้รับพวก อัศวินทิวทัน เข้ามาอยู่ในดินแดนของตน และพวก อัศวินทิวทัน ก็ช่วยปกป้องฮังการีจากพวก Cuman อย่างแข็งขัน พวก อัศวินทิวทัน จึงได้รับอนุญาตให้ตั้งถิ่นฐานใน Transylvania แต่หลังจากนั้นไม่นาน กษัตริย์แห่งฮังการีก็โกรธที่พวก อัศวินทิวทัน เชื่อฟังคำสั่งของพระสันตปาปามากกว่าคำสั่งของตัวเอง จึงสั่งเนรเทศพวก อัศวินทิวทัน ออกไป

ในปี ค.ศ. 1226 แกรนด์มาสเตอร์ Hermann von Salza ผู้นำของ อัศวินทิวทัน ก็ได้ร่วมมือกับ Duke Konrad I of Masovia ยกทัพเข้าไปในดินแดนปรัสเซีย ที่ซึ่งยังมีพวกที่ยังนับถือศาสนา pagan อยู่เป็นจำนวนมาก การยกทัพครั้งนี้เป็นการแพร่ขยายอิทธิพลของศาสนาคริสเข้าสู่ปรัสเซีย และไล่ล่าพวก pagan ที่ต่อต้านศาสนาคริสต์ หลังจาก 50 ปีแห่งการต่อสู้นองเลือด พวก อัศวินทิวทัน ก็ได้ตั้งรัฐของตัวเองขึ้นมาในดินแดนปรัสเซีย ซึ่งเทียบได้กับรัฐของพวก ลัทธิเซนต์จอห์น บนเกาะ โรดส์ หลังจากตั้งถิ่นฐานมั่นคง และฟื้นตัวจากกาฬโรคระบาดดีแล้ว พวก อัศวินทิวทัน ก็เริ่มวางแผนที่จะรุกรานรัสเซีย เพื่อไปพิชิตพวกนิกายออโธด๊อกให้หันมานับถือนิกายโรมันคาทอลิก แต่พวก อัศวินทิวทัน กลับพ่ายแพ้ต่อ Prince Alexander Nevsky แห่ง Novgorod แผนการนี้จึงถูกยกเลิก ถึงแม้จะพ่ายแพ้ต่อพวกออโธด๊อก แต่พวก อัศวินทิวทัน ยังคงมีอำนาจทางทหารมาก และยังยกทัพไปรุกรานดินแดนข้างเคียงอยู่เนืองๆ เช่นเข้ารุกรานลิทัวเนีย ที่ซึ่งยังมีคนนับถือ Pangan อยู่ และมีเรื่องกระทยกระทั่งกับพวก Poland

อัศวินทิวทัน ขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 1407 อาณาเขตของรัฐของ กินพื้นที่หลายแคว้น และมีอำนาจในทะเลบอลติก และลงสู่จุดตกต่ำ ที่สมรภูมิ Tannenberg

เนื่องด้วยทั้ง ประเทศโปแลนด์ และ ประเทศลิทัวเนีย ต่างมองว่า อัศวินทิวทัน เป็นศัตรูร่วมของทั้ง 2 ประเทศ จึงตกลงตั้งกองทัพผสม เพื่อกำจัด อัศวินทิวทัน ให้หมดสิ้นไป พวก อัศวินทิวทัน ก็เริ่มรู้ตัวว่าทั้ง 2 ประเทศนั้นกำลังเตรียมการเพื่อที่จะกำจัดตนเองออกไป จึงตระเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ และเตรียมรับศึก 2 ด้าน กองทัพผสมโปแลนด์-ลิทัวเนีย เดินทัพเข้าไปในดินแดนของพวก อัศวินทิวทัน โดยมีจุดมุ่งหมายที่ฐานบัญชาการของพวก อัศวินทิวทัน สร้างความตระหนกต่อพวก อัศวินทิวทัน อย่างมาก เพราะคิดว่าศัตรูจะใช้วิธีตีขนาบ2ข้าง นึกไม่ถึงว่าศัตรูจะรวมตัวตีด้านเดียวกัน

Battle of Tannenberg[แก้]

ในที่สุดทั้ง 2 กองทัพก็ได้ประจัญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างตั้งแถวพร้อมรบ ปีกซ้ายของกองทัพผสมโปแลนด์-ลิทัวเนีย นำโดย กษัตริย์ king Władysław Jagiełło แห่งโปแลนด์ ซึ่งประกอบไปด้วยทหารม้าหนักเป็นส่วนใหญ่ ส่วนกองทัพลิทัวเนีย ซึ่งเป็นทหารม้าเบาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังมีกองหนุนจากชนเผ่า Tatar อีก

กองทัพของ อัศวินทิวทัน ประกอบด้วยทหารม้าหนัก และทหารราบหนัก และยังมีอัศวินที่พระสันตปาปาส่งมาช่วยอีกด้วย

  • เริ่มสงคราม

ผู้นำทัพลิทัวเนียเริ่มโจมตีกองทัพอัศวินทิวทันทางปีกซ้าย ขณะเดียวกันทัพทหารม้าหนักโปแลนด์ก็เข้าตีทางปีกขวาด้วยเช่นกัน ทางกองทัพอัศวินทิวทัน จึงส่งกองทหารม้าหนักเข้าปะทะด้วย หลังจากปะทะกันราว 1 ชั่วโมง ผู้นำทัพลิทัวเนียก็เริ่มใช้กลยุทธ โดยสั่งให้กองทหารม้าเบาถอยจากการต่อสู้ และถอยทัพเข้าไปในบริเวณบึงและป่าทึบ ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่พวกมองโกลใช้ ผู้นำทัพของลิทัวเนียเคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับทัพมองโกลมาแล้ว จึงนำกลยุทธ์นี้มาใช้ในสงครามครั้งนี้ พวกทหารม้าหนักทัพโปแลนด์ตีฝ่าเพื่อเปิดทางถอยให้ทหารม้าเบาลิทัวเนีย ซึ่งเสียหายหนักจากการปะทะกองทัพอัศวินทิวทัน พวกอัศวินทิวทันเห็นศัตรูเสียกายหนักและล่าถอยจึงหลงกล ไล่ติดตามศัตรูที่ถอยทัพเข้าไปในพื้นที่หนองบึง ซึ่งกองทัพลิทัวเนีย เตรียมรับมือไว้แล้ว ขณะเดียวกันทางด้านทัพหลักของโปแลนด์ ซึ่งกำลังเสียเปรียบพวก อัศวินทิวทัน อย่างหนัก Grand Master Ulrich von Jungingen ผู้นำของ อัศวินทิวทัน นำกองมหารม้าเข้าชาร์จหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดของโปแลนด์ สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ทัพโปแลนด์ สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อกองทหารม้าหนักของอัศวินทิวทัน ไล่ตามกองทัพลิทัวเนีย ที่แกล้งเป็นถอยทัพไป ทำให้กำลังพลของอัศวินทิวทันเหลือน้อยลง ประกอบกับทัพโปแลนด์ส่งกองหนุนมาอีก ทำให้สถานการณ์ของทัพอัศวินทิวทันย่ำแย่ ถึงแม้กองทหารม้าที่ไล่ตามทัพลิทัวเนีย จะเลิกไล่ตามและกลับเข้าสู่สมรภูมิแล้ว แต่ก็มาสายเกินไป กองทัพอัศวินทิวทันจึงจำเป็นต้องถอยทัพ สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก เมื่อกองทัพลิทัวเนีย ที่แกล้งทำเป็นถอยทัพไป กลับเข้ามาในสมรภูมิอีกครั้งในสภาพเกือบไร้ความบอบช้ำเพราะไม่ได้เข้าต่อสู้โดยตรง ทำให้กลายเป็นว่าจำนวนกองทัพ Polish-Lithuanian มีจำนวนทหารมากกว่าทหารของกองทัพ อัศวินทิวทัน ผู้นำของกองทัพผสม Polish-Lithuanian สั่งให้กองทหารทั้งหมด เข้าโจมตีกองทัพของอัศวินทิวทัน พวกอัศวินทิวทัน ถูกล้อมและเสียหายหนัก ตัวผู้นำ Grand Master Ulrich von Jungingen ของ อัศวินทิวทัน ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของทหารราบชาวนา เมื่อเห็นว่าผู้นำตายแล้ว กองทัพ อัศวินทิวทัน จึงถอยทัพกลับไปที่แคมป์ของตน ซึ่งก็ถูกไล่ตีแตก และถูกล่าสังหารจนคนสุดท้าย พวก Polish-Lithuanian ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด

สมรภูมินี้เป็นตัวอย่างของการใช้กลยุทธ์ในการเอาชนะกองทัพที่มีเทคโนโลยีสูงกว่า พวกอัศวินทิวทัน นั้นมีอุปกรณ์และอาวุธที่เหนือกว่าศัตรูมากมาย แต่ก็ต้องพ่ายให้กองทัพที่ใช้กลยุทธที่ดี

หลังจากสงครามครั้งนี้ อัศวินทิวทัน สูญเสียอิทธิพลที่ตนเคยมีไป และไม่เคยฟื้นตัวกลับมาดังเดิมได้เลย

  • ภายหลัง

หลังจากพ่ายแพ้ อัศวินทิวทัน ก็ถูกบีบให้ทำสัญญาที่ทำให้ต้องสูญเสียดินแดนของตนเองในปรัสเซียไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสูญเสียดินแดนของตนในปรัสเซียทั้งหมด แต่พวกอัศวินทิวทัน ยังไม่ได้ล่มสลายไป แต่ยังสามารถรวมตัวกันในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ ถึงแม้จะสูญเสียอิทธิพลไปหมดแล้วก็ตาม และยังคงคอยช่วยเหลือ Holy Roman Empire ในการทำสงครามอยู่บ่อยๆ และยังคงอำนาจทางทหารอยู่มาได้เป็นร้อยปีจนถึงยุคดินปืน

ปี1809 บทบาททางการทหารของอัศวินทิวทัน ก็จบสิ้นลง เมื่อนโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส สั่งให้ยุบกำลังทหารของกลุ่มทั้งหมด

ยุคปัจจุบัน[แก้]

ถึงแม้จะสูญเสียกำลังทหารไปแล้ว พวกอัศวินทิวทัน ก็ยังคงรวมกลุ่มกันในออสเตรีย จนกระทั่งปี 1929 กลุ่ม อัศวินทิวทัน ก็ได้เปลี่ยนไปเป็นองค์กรทางศาสนาเต็มตัว และเปลี่ยนชื่อเป็น Deutscher Orden ("German Order")

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพวกนาซีเข้ายึดออสเตรีย กลุ่มก็ถูกพวกนาซียุบ เนื่องจากพวกนาซีต้องการใช้ชื่อ อัศวินทิวทัน และภาพลักษณ์อัศวินศาสนายุคกลางในการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อปลุกกระแสนาซี

กลุ่มได้ถูกตั้งขึ้นใหม่ในปี 1945 ในเยอรมัน ในปัจจุบัน ทางกลุ่มสมาชิก 1000 คน ซึ่งเป็นพระ 100 รูป และ แม่ชี 200 คน ซึ่งเหล่าแม่ชีมีหน้าที่หลักในการดูแลสงเคราะห์ผู้ป่วยและคนชรา

Grand Master คนปัจจุบันคือ Bruno Platter

อ้างอิง[แก้]

  • แม่แบบ:German
  • Christiansen, Erik (1997). The Northern Crusades. London: Penguin Books. p. 287. ISBN 0-14-026653-4. 
  • Seward, Desmond (1995). The Monks of War: The Military Religious Orders. London: Penguin Books. p. 416. ISBN 0-14-019501-7. 
  • Urban, William (2003). The Teutonic Knights: A Military History. London: Greenhill Books. p. 290. ISBN 1-85367-535-0. 
  • Westermann Verlag (1963). Westermanns Atlas zur Weltgeschichte: Vorzeit / Altertum, Mittelalter, Neuzeit. Braunschweig: Georg Westermann Verlag. p. 170.  (เยอรมัน)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]