อซูม่าห์ เนลสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อซูม่าห์ เนลสัน
Azumah nelson.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง อซูม่าห์ เนลสัน
ฉายา The Professor
วันเกิด 19 กันยายน ค.ศ. 1958 (56 ปี)
สถานที่เกิด กานา อักกรา, กานา
รุ่น เฟเธอร์เวท
ซูเปอร์เฟเธอร์เวท
ไลท์เวท
สถิติ
ชก 47
ชนะ 39
ชนะน็อก 28
แพ้ 6
เสมอ 2

อซูม่าห์ เนลสัน (อังกฤษ: Azumah Nelson) อดีตยอดนักมวยอีกคนหนึ่งของทวีปแอฟริกาในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1958 ที่กรุงอักกรา ประเทศกานา

เนลสันเริ่มต้นชกมวยในปี ค.ศ. 1979 ทำสถิติชนะรวด 13 ครั้ง ก่อนจะขึ้นชิงตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่นเฟเธอร์เวท WBC กับยอดนักมวยชาวเม็กซิกัน ซาลวาดอร์ ซานเชส ซึ่งในการชกเนลสันสามารถทำคะแนนได้ดีกว่าซานเชสมาตลอด จนกระทั่งถึงยก 15 ยกสุดท้าย ซานเชสฮึดขึ้นมาและเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกเนลสันไปได้ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 ที่นิวยอร์ก ซึ่งนั่นเป็นการชกมวยครั้งสุดท้ายในชีวิตของซานเชสก่อนจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในต่อมาอีกไม่นาน ด้วยอายุเพียงแค่ 23 ปี

จากนั้นเนลสันทำฟอร์มชนะรวดอีก 6 ครั้ง จึงได้ขึ้นแชมป์โลกอีกครั้งในรุ่นเดิม สถาบันเดิม กับ วิลเฟรโด โกเมซ นักมวยชาวเปอร์โตริกัน เจ้าของตำแหน่งเดิม คราวนี้เนลสันสามารถเอาชนะน็อกยก 11 โกเมซไปได้ถึงถิ่นของโกเมซได้ จากนั้นก็สามารถป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้ถึง 11 ครั้ง ก่อนที่จะสละตำแหน่งก้าวขึ้นไปชิงแชมป์โลกในรุ่นไลท์เวทพร้อมกันถึง 2 สถาบัน คือ WBC และ IBF กับเจ้าของตำแหน่งชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นนักมวยฟอร์มชกด้วยยากมาก คือ เพอร์เนล วิเธเกอร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 ที่ลาสเวกัส ผลปรากฏว่าเนลสันเป็นฝ่ายแพ้คะแนน 12 ยกไป

จากนั้นเนลสันจึงลดรุ่นมาชกชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท WBC แทน กับ ฮวน ลาปอร์เต้ นักมวยชาวเปอร์โตริกัน ในวันที่ 13 ตุลาคม ปีเดียวกันแทน และเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้ กลายเป็นแชมป์โลกซูเปอร์เฟเธอร์เวท WBC คนใหม่

จากนั้นเนลสันได้ชกนอกรอบอีกครั้ง ก่อนจะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับ เจฟฟ์ เฟเนค นักมวยชาวออสเตรเลียนจอมบุกตะลุย ซึ่งเคยเป็นแชมป์โลกแบนตั้มเวท IBF และ แชมป์โลกซูเปอร์แบนตั้มเวท WBC และ แชมป์โลกเฟเธอร์เวท WBC มาก่อน ที่กำลังไล่ล่าตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นที่ 4 อยู่ ทั้งคู่ชกกันที่ลาสเวกัส ผลปรากฏว่าเสมอกัน โดยที่หลายฝ่ายเห็นว่าเฟเนคน่าจะเป็นฝ่ายชนะมากกว่า

จึงได้มีโอกาสล้างตากันอีกครั้ง ในปีถัดมา ถึงถิ่นออสเตรเลียประเมศของเฟเนคเอง คราวนี้เนลสันสามารถเอาชนะที.เค.โอ.เฟเนคไปได้ในยกที่ 8 ซึ่งตลอดชีวิตการชกมวยของเฟเนคไม่เคยพ่ายแพ้อย่างหมดรูปแบบนี้มาก่อน

จากนั้นเนลสันได้ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกอีก 2 ครั้ง ชนะ คัลวิน โกร๊ฟ นักมวยชาวอเมริกันอดีตแชมป์โลกเฟเธอร์เวท WBC ผู้เคยเอาชนะเฟเนคได้ และ กาเบรียล รูเอลาส นักมวยชาวเม็กซิกัน ก่อนจะมาเสมออย่างชนิดน่าแพ้อีกครั้งกับ เจสซี่ เจมส์ ไลฮ่า นักมวยชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1993 ที่เท็กซัส

ต่อมาเนลสันได้พบกับไลฮ่าอีกครั้ง คราวนี้เนลสันเป็นฝ่ายแชมป์โลกเมื่อแพ้คะแนน 12 ยก ต่อมาในปี ค.ศ. 1995 ไลฮ่าได้เสียแชมป์โลกให้กับ กาเบรียล รูเอลาส อดีตคู่ปรับเก่าของเนลสันที่เนลสันเคยเอาชนะมาได้ เนลสันขึ้นชิงแชมป์โลกกับรูเอลาส คราวนี้เนลสันก็เป็นฝ่ายย้ำแค้นเอาชนะน็อกยก 5 รูเอลาสไปได้ ได้เป็นแชมป์โลกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1996 จากนั้นเนลสันก็ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกเอาชนะน็อกยก 6 เจสซี่ เจมส์ ไลฮ่า อดีตคู่ปรับเก่าที่เคยเอาชนะเนลสันไปได้

เนลสันมาเสียแชมป์โลกครั้งสุดท้ายเมื่อเป็นฝ่ายแพ้คะแนน 12 ยก แก่ เจนาโร่ เฮอร์นันเดซ นักมวยเชิงสูงชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งเฮอร์นันเดซนั้นเคยเป็นแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ของ WBA มาก่อนด้วย จากนั้นในปีต่อมา เนลสันได้ขึ้นชกมวยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแขวนนวมและเป็นฝ่ายแพ้คะแนน 12 ยก แก่ เจสซี่ เจมส์ ไลฮ่า อดีตคู่ปรับเก่าอีกครั้ง

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2008 เนลสันกลับขึ้นมาชกมวยอีกครั้งเป็นนัดพิเศษกับ เจฟฟ์ เฟเนค ซึ่งเคยเป็นคู่ปรับเก่าอีกคนที่ไม่เคยเอาชนะเนลสันได้เลย เนื่องจากเฟเนคนั้นแรกเริ่มเลือกเอา สามารถ พยัคฆ์อรุณ เป็นคู่ชกด้วย แต่สามารถปฏิเสธ จึงเลือกเลสันเป็นคู่ชกด้วย ซึ่งเนลสันในวัยถึง 50 ปีแล้วก็เป็นฝ่ายแพ้คะแนน 10 ยกไป ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

อซูม่าห์ เนลสัน จัดได้ว่าเป็นนักมวยขวัญใจชาวแอฟริกันอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นนักมวยมีชื่อเสียงและมีฝีมือระดับโลก ได้ชกกับยอดนักมวยระดับโลกหลายคน และเป็นฝ่ายสามารถเอาชนะไปได้ในหลายหน เนลสันเป็นนักมวยรูปร่างเล็ก แต่สามารถชกได้ตลอด และสามารถหาจังหวะน็อกได้อยู่เสมอ แม้จะมีอายุมากแล้ว จนได้ฉายาว่า "The Professor"

ปัจจุบัน เนลสันได้ตั้งมูลนิธิเพื่อการสาธารณกุศลขึ้นมา โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กชาวแอฟริกันที่ยากจนทั้งหลาย ได้มีโอกาสในชีวิต โดยฝึกหัดให้เล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]