หมึกสายวงน้ำเงิน
| หมึกสายวงน้ำเงิน | |
|---|---|
| หมึกสายวงน้ำเงิน ชนิด Hapalochlaena lunulata | |
| ชนิด H. maculosa ซึงเล็กกว่าชนิด H. lunulata ถึง 2-3 เท่า | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Mollusca |
| ชั้น: | Cephalopoda |
| ชั้นย่อย: | Coleoidea |
| อันดับ: | Octopoda |
| วงศ์: | Octopodidae |
| วงศ์ย่อย: | Octopodinae |
| สกุล: | Hapalochlaena (Robson, 1929) |
| ชนิด | |
|
|
หมึกสายวงน้ำเงิน (อังกฤษ: Blue-ringed octopus) เป็นหมึกในสกุล Hapalochlaena ในอันดับหมึกยักษ์ จัดเป็นหมึกขนาดเล็กจำพวกหนึ่ง มีจุดเด่น คือสีสันตามลำตัวที่เป็นจุดวงกลมคล้ายแหวนสีน้ำเงินหรือสีม่วงซึ่งสามารถเรืองแสงได้เมื่อถูกคุกคาม ตัดพื้นลำตัวสีขาวหรือเขียว แลดูสวยงามมาก
แต่ทว่า หมึกสายวงน้ำเงินนั้นมีพิษที่ผสมอยู่ในน้ำลายที่มีความร้ายแรงมาก ซึ่งร้ายแรงกว่างูเห่าถึง 20 เท่า ผู้ที่ถูกกัดจะตายภายใน 2-3 นาที ทั้งสามารถฆ่าคนได้ 26 คนในคราวเดียว นับเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก[1]
เนื้อหา |
พิษ [แก้]
โดยที่สารพิษของหมึกสายวงน้ำเงินนั้น เรียกว่า Tetrodotoxin (TTX) เป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า[2] พิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยจะเข้าไปขัดขวางการสั่งงานของสมองที่จะไปยังกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้อำนาจจิต คนที่ถูกพิษจะมีอาการคล้ายเป็นอัมพาต หายใจไม่ออกเนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมและหน้าอกไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถนำอากาศเข้าสู่ปอดได้ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต การปฐมพยาบาลต้องหาวิธีนำอากาศเข้าสู่ปอด เช่น เป่าปาก เป็นต้น จากนั้นต้องรีบนำส่งแพทย์โดยด่วน เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าช่วยชีวิตเป็นผล ผู้ป่วยจะฟื้นเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ว่าจะขาดอากาศนานเกินไปจนสมองตาย
ต้นกำเนิดของพิษในน้ำลายของหมึกสายวงน้ำเงินเกิดจากผลผลิตของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในต่อมน้ำลายของมัน[3] แบคทีเรียดังกล่าวประกอบด้วย Bacillus และ Pseudomonas พิษ TTX และแบคทีเรียยังพบได้ในไข่ของหมึก สันนิษฐานว่าเป็นกระบวนการส่งถ่ายความสามารถในการสร้างพิษจากแม่หมึกไปยังลูก โดยพบได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยด้วยซ้ำ
ชนิด [แก้]
หมึกสายวงน้ำเงิน ในปัจจุบันพบทั้งหมด 3 ชนิด (หรืออาจจะ 4 ชนิด) คือ
- H. lunulata ซึ่งสามารถโตเต็มที่ได้น้ำหนักได้ถึง 10 กรัม
- H. maculosa มีความเล็กกว่าชนิดแรกถึง 20 เซนติเมตร สามารถพบได้ในน่านน้ำไทยด้วย ทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย
- H. fasciata ทั้งหมดพบได้ในพื้นน้ำหน้าดินทั้งโคลนและทรายและแนวโขดหินปะการังในเขตร้อนของทะเลแถบอินโดแปซิฟิก ตั้งแต่น่านน้ำของญี่ปุ่นจนถึงออสเตรเลีย
ขนาดโดยเฉลี่ยเมื่อโตเต็มที่ จะมีขนาดเท่าลูกกอล์ฟ มีอายุขัยเต็มที่ราว 1 ปี วงจรชีวิตเริ่มต้นจากมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว เป็นหมึกมี 8 หนวด โดยหนวดเส้นที่ขาดไปจะสามารถงอกใหม่ได้ ในเวลากลางวัน หมึกสายวงน้ำเงินมักพักหลบอยู่ตามโพรงหินหรือเปลือกหอย แล้วจะออกหากินในเวลากลางคืน ชอบเคลื่อนที่ไปตามพื้นหน้าดินเพื่อหาอาหารมากกว่าที่จะว่ายน้ำเช่นหมึกชนิดอื่น
วงจรชีวิต [แก้]
จะผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวตลอดวงจรชีวิต เพศเมียจะวางไข่ติดกันเป็นพวง จำนวน 20-300 ฟอง สำหรับชนิด H. lunulata เพศเมียจะกางหนวดอุ้มไข่ไว้และดูแลไข่จนกระทั่งฟักเป็นตัว ส่วนชนิด H. maculosa เพศเมียจะวางไข่ติดกับวัสดุใต้น้ำ ไข่จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานว่าลูกหมึกชนิด H. maculosa ดำรงชีวิตแบบหน้าดิน ขณะที่ H. lunulata ดำรงชีวิตแบบแพลงก์ตอน แต่จากการทดลองเพาะเลี้ยงลูกหมึกที่ใช้พ่อแม่พันธุ์ที่รวบรวมจากบริเวณทะเลจังหวัดระยอง พบว่าเพศเมียอุ้มไข่ แต่ลูกหมึกมีการดำรงชีวิตแบบแพลงก์ตอน จึงเป็นไปได้ว่าในน่านน้ำไทยมีหมึกสกุลนี้มากกว่า 1 ชนิด หรืออาจเป็นชนิดใหม่ในทางวิชาการ
ด้วยความสวยงามประกอบกับความที่ตัวเล็ก จึงทำให้ หมึกสายวงน้ำเงินเป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบในการเลี้ยงปลาสวยงาม และสัตว์แปลกๆ แต่ทว่าด้วยพิษอันร้ายแรงนี้ จึงทำให้กรมประมงไม่อนุญาตให้นำเข้าหมึกชนิดนี้ในประเทศ แต่ทว่าก็ยังคงมีการลักลอบนำเข้าและเลี้ยงดู ในหน่วยงานราชการก็ยังคงมีการเลี้ยงหมึกสกุลนี้อยู่เพื่อการศึกษา เช่น คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ้างอิง [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Hapalochlaena |
- ↑ Discovery.com
- ↑ พันตำรวจตรี วิเชียร ตั้งธนานุวัฒน์ พิษหมึกบลูริงและปักเป้า ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มศว.
- ↑ Caldwell, Roy, Dr (1996-2000). "What makes blue-rings so deadly?". สืบค้นเมื่อ 2007-03-19.