สนธิสัญญาพอร์ตสมัท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สนธิสัญญาพอร์ตสมัท
สนธิสัญญาสันติภาพแห่งญี่ปุ่น-รัสเซีย
Japan Russia Treaty of Peace 5 September 1905.jpg
หน้าลงตราประทับและลายมือชื่อ
ประเภท สนธิสัญญาสันติภาพ
วันลงนาม
- ณ
5 กันยายน ค.ศ. 1905
อู่ต่อเรือพอร์ตสมัท, รัฐนิวแฮมป์เชียร์, สหรัฐอเมริกา
วันประทับตรา 5 กันยายน ค.ศ. 1905
วันใช้บังคับ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1905
ผู้ลงนาม จักรวรรดิรัสเซีย Serge Witte
จักรวรรดิรัสเซีย Roman Rosen
จักรวรรดิญี่ปุ่น Komura Jutarou
จักรวรรดิญี่ปุ่น Takahira Kogorou
ภาคี จักรวรรดิญี่ปุ่น จักรวรรดิญี่ปุ่น
จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิรัสเซีย
ภาษา อังกฤษ

สนธิสัญญาพอร์ตสมัท (อังกฤษ: Treaty of Portsmouth) เป็นสนธิสัญญาสันติภาพ ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ในปี 1904-1905 จบลงโดยที่มีจักรวรรดิญี่ปุ่นเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ โดยสนธิสัญญานี้มีการลงนามและประทับตรา ณ อาคารในอู่ต่อเรือพอร์ตสมัทของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 กันยายน 1905 และคณะองคมนตรีแห่งสมเด็จพระจักพรรดิได้ให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1905

สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นในปี 1904-1905 ถือเป็นสงครามครั้งใหญ่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในศตวรรศที่ 20 ฝ่ายหนึ่งมีกองทัพบกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจักรวรรดิรัสเซีย และฝ่ายที่มีกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกอย่างจักรวรรดิญี่ปุ่น

การเจรจา[แก้]

การเจรจาสนธิสัญญาพอร์ตสมัท โต๊ะที่ใช้จัดการเจรจา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภันฑ์เมจิ-มุระ ในจังหวัดไอชิ

การเจรจามีขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีธีโอดอร์ โรสเวลต์แห่งสหรัฐฯ ได้เชิญทั้งสองชาติมาจัดการเจรจากันที่สถานที่ที่เป็นกลาง อย่างรัฐนิวแฮมป์เชียร์ อันเป็นผลมาจากความพยายามของผู้ว่าการ แมคเลน ที่อยากจะให้พอร์ทสมัธเป็นสถานที่ที่มีการลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก

ผู้แทนในการลงนามครั้งนี้ ได้แก่ เซียร์เก วิตเต (Серге́й Ви́тте) และ โรมัน โรเซ็น (Роман Розен) จากฝ่ายรัสเซีย กับ โคะมุระ จุตะโร และ ทะกะฮิระ โคะโงะโร จากญี่ปุ่น และมีเหล่าทูตานุทูตจากนิวแคสเซิลในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการเจรจานั้น มีขึ้นที่อาคาร General Stores ในฐานทัพเรือ ซึ่งบรรดาเฟอร์นิเจอร์ไม้มะฮอกกานีในการเจรจาครั้งนี้ ถูกจัดไว้แบบเดียวกับห้องประชุมรัฐบาลในทำเนียบขาว และถูกส่งมาจากวอชิงตัน ดี.ซี.

สำหรับข้อตกลงร่วมกันในสนธิสัญญา ทั้งญี่ปุ่นและรัสเซีย ต่างตกลงที่จะปล่อยแมนจูเรีย คืนแก่เจ้าของที่แท้จริงคือจีน แต่ญี่ปุ่น ขอเช่าคาบสมุทรเหลียวตง (ประกอบด้วยเมืองพอร์ตอาเธอร์ และ ต้าเหลียน) ตลอดจนเช่าทางรถไฟของรัสเซียในภาคใต้ของแมนจูเรีย เพื่อการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญทางยุทธศาสตร์ และญี่ปุ่น ยังได้ครอบครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งทางใต้ของเกาะซาฮาลินจากรัสเซีย ทั้งหมดนี้ในทางพฤติการณ์ เท่ากับว่าจักรวรรดิญี่ปุ่นได้เข้าปกครองดินแดนแมนจูเรีย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]