ศึกสเปญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศึกสเปญ  
ศึกสเปญ.jpg
ภาพปกฉบับพิมพ์ครั้งแรก
ผู้ประพันธ์ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
ประเภท นวนิยายสงคราม
ผู้เผยแพร่ ชาร์ลสคริบเนอร์สัน
วันเผยแพร่ ค.ศ. 1940
ชนิดสื่อ พิมพ์ (ปกแข็งและปกอ่อน)
จำนวนหน้า 471 หน้า
ISBN 978-0-684-83048-3 (ฉบับจัดพิมพ์ใหม่ของสคริบเนอร์)
หมายเลข OCLC 34475606
ระบบดิวอี้ 813/.52 20
ระบบ LC PS3515.E37 F6 1996
ฉบับก่อนหน้า เดอะฟิฟท์คอลัมน์ แอนด์ เดอะเฟิร์ส ฟอร์ตี้-ไนน์ สตอรี่
ฉบับถัดมา อะครอสเดอะริเวอร์แอนด์อินทูเดอะทรี

ศึกสเปญ (อังกฤษ: For Whom the Bell Tolls) เป็นนวนิยายที่ประพันธ์โดยเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ตีพิมพ์ในค.ศ. 1940 ซึ่งเล่าเรื่องราวของโรเบิร์ต จอร์แดน ชายหนุ่มชาวอเมริกันที่มีความเกี่ยวกันกับหน่วยรบ หน่วยการรบแบบกองโจร ในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้วัตถุระเบิด เขาถูกมอบหมายให้ระเบิดสะพานในช่วงการโจมตีเมืองเซโกเบีย คนเขียนชีวประวัติเฮมิงเวย์ที่มีชื่อว่าเจฟฟรี่ เมเยอร์ ได้เขียนว่าเป็นหนึ่งในนวนิยายที่ดีที่สุดของเฮมิงเวย์ ร่วมกับ แล้วดวงตะวันก็ฉายแสง, เฒ่าผจญทะเล และ รักระหว่างรบ[1]

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

นวนิยายเรื่องนี้มุ่งเล่าเรื่องราวผ่านทางความคิดและประสบการณ์ของโรเบิร์ต จอร์แดน โดยตัวละครดังกล่าวเกิดจากแรงบันดาลใจที่มาจากประสบการณ์ของตัวเฮมิงเวย์เอง โรเบิร์ต จอร์แดนเป็นชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เดินทางไปสเปนเพื่อต่อต้านกองกำลังชาตินิยมของฟรันซิสโก ฟรังโก

สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นคือได้มีคำสั่งให้เขาเดินทางติดตามศัตรูและทำลายสะพาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มการรบแบบกองโจรที่ได้อาศัยอยู่ในเทือกเขาบริเวณใกล้เคียง ในค่ายของพวกเขา โรเบิร์ต จอร์แดน ได้พบกับมาเรีย ซึ่งเป็นหญิงสาวพื้นเมืองชาวสเปน ซึ่งใช้ชีวิตอย่างขมขื่นจากการปะทุของสงคราม ความเด็ดเดี่ยวของเขาในการทำหน้าที่ปะทะผู้นำทั้งสองที่มีความเอนเอียงในทางสาธารณรัฐ ที่ปาโบลหวาดหวั่น และไม่เต็มใจจะกระทำแบบดำเนินการแอบแฝงที่จะส่งผลกระทบต่อตัวเขาและความรักครั้งใหม่ที่มีต่อมาเรีย ซึ่งนวนิยายดังกล่าวได้อธิบายถึงความโหดร้ายของสงครามกลางเมืองไว้อย่างชัดเจน

ตัวละครหลัก[แก้]

  • โรเบิร์ต จอร์แดน – อาจารย์มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และมีความเชี่ยวชาญด้านการรื้อถอนและวัตถุระเบิด

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Southam, B.C., Meyers, Jeffrey (1997). Ernest Hemingway: The Critical Heritage. New York: Routledge. pp. 35–40, 314–367. 

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]