รัฐสวัสดิการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รัฐสวัสดิการ (อังกฤษ: Welfare state) เป็นระบบทางสังคมที่รัฐให้หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี หลักประกันด้านการศึกษา ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตามความสามารถโดยได้รับทุนการศึกษาฟรีจนทำงานได้ตามความสามารถในการเรียน หลักประกันด้านการว่างงาน รัฐต้องช่วยให้ทุกคนได้งานทำ ใครยังหางานไม่ได้รัฐต้องให้เงินเดือนขั้นต่ำไปพลางก่อน หลักประกันด้านชราภาพ รัฐให้หลักประกันด้านบำนาญสำหรับผู้สูงอายุทุกคน หลักประกันด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน เป็นต้น

ประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการจะใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า คือเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราต่อรายได้สูงกว่าคนจนมาก เก็บจากชนชั้นกลางในระดับพอประมาณ และเก็บจากคนจนน้อยหรือไม่เก็บเลยถ้าจนมาก นอกจากนั้นอาจมีการเก็บเบี้ยประกันสังคมจากคนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้ทั้งหมดรัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบรัฐสวัสดิการ ระบบนี้จึงเป็นการ ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ คนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า

นอกจากนี้จะเน้นไปที่ภาษีทางตรง คือเก็บจากรายได้ มากกว่าภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะอย่างหลังจะถูกบวกในราคาสินค้า รวมถึงสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนรวยคนจนก็บริโภคสิ่งจำเป็นพอๆกัน ทำให้คนจนเสียภาษีทางอ้อมในอัตราที่มากกว่าคนรวย

องค์ประกอบหลักของรัฐสวัสดิการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า (Progressive Income Tax) 2.การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) 3.รูปแบบของสวัสดิการหลากหลาย ทั้งด้านการศึกษาและสุขภาพ (Welfare Programs)

จากหลักฐานผ่านงานวิจัยเชิงประจักษ์พบว่ารัฐสวัสดิการมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม

อ้างอิง[แก้]

1.สรุปจากข้อมูลบางส่วนในหนังสือ "รัฐสวัสดิการ ทางเลือกที่ดีกว่าประชานิยมของไทยรักไทย" โดย ใจ อึ๊งภากรณ์ และเก่งกิจ กิติเรียงลาภ

2.วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์. (2554). การปฏิรูปประเทศไทยเข้าสู่รัฐสวัสดิการ. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เข้าถึงได้จาก [1]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]