ยูเอสเอส นิมิตซ์ (CVN-68)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
USS Nimitz (CVN-68).jpg
USS Nimitz ขณะเดินทางในทะเลใกล้กับซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย
ประวัติ (สหรัฐอเมริกา) Flag of the United States.svg
ชื่อเรือ:
ตั้งชื่อตาม: Fleet Admiral Chester W. Nimitz
ผู้ดำเนินการ: Flag of the United States Navy.png กองทัพเรือสหรัสอเมริกา
ต่อขึ้นที่: Newport News Shipbuilding
วางกระดูกงู: 22 มิถุนายน ค.ศ. 1968
ปล่อยลงน้ำ: 13 พฤษภาคม 1972
ขึ้นระวาง: 3 พฤษภาคม 1975
ประจำการที่: ฐานทัพเรือ Everett
คำขวัญ: Teamwork, a Tradition
ชื่อเล่น: "Old Salt"
สถานะ: ประจำการจนถึงปี 2012
สัญลักษณ์: USS Nimitz CVN-68 Crest.png
ลักษณะเฉพาะ
ชั้น: เรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์
ประเภท: เรือบรรทุกอากาศยาน
ขนาด (ระวางขับน้ำ): 100,000 ตัน
ความยาว: 1,040 ฟุต (317 เมตร) (เส้นน้ำลึกของเรือ)
1,092 ฟุต (322.8 เมตร) (กว้างสุด)
ความกว้าง: 132.8 ฟุต (40.5 เมตร) (เส้นน้ำลึกของเรือ),
257.2 ฟุต (78.4 เมตร) (กว้างสุด)
กินน้ำลึก: 37 ฟุต (11.3 เมตร)
ใบจักร: 2 × 2 × Westinghouse A4W nuclear reactors
4 × 4 × steam turbines
4 × shafts
260,000 shp (194 MW)
ความเร็ว: 31.5 น็อต (58.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
ระยะปฏิบัติการ: ไม่จำกัด เดินทางได้ตลอดนาน 20 - 25 ปี
อัตราเต็มที่: Ship's company: 3,200
Air wing: 2,480
ระบบตรวจการและปฏิบัติการ: AN/SPS-48E 3-D air search radar
AN/SPS-49(V)5 2-D air search radar
AN/SPQ-9B target acquisition radar
AN/SPN-46 air traffic control radars
AN/SPN-43C air traffic control radar
AN/SPN-41 landing aid radars
4 × Mk 91 NSSM guidance systems
4 × Mk 95 radars
สงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง: SLQ-32A(V)4 Countermeasures suite
SLQ-25A Nixie torpedo countermeasures
ยุทโธปกรณ์: 2 × 21 cell Sea RAM
2 × Mk 29 Sea Sparrow
เกราะ: เป็นความลับ
อากาศยาน: 90 ลำที่ถูกแก้ไขปีกและเฮลิคอปเตอร์

ยูเอสเอส นิมิตซ์ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาและเป็นเรือนำในชั้นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ นิมิตซ์เป็นหนึ่งในเรือรบที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในตอนนิมิตซ์วางกระดูกงู ปล่อยลงน้ำและขึ้นระวางได้ใช้รหัสเรือ CVAN-68 แต่ได้เปลี่ยนเป็น CVN-68 ในวันที่ 30 มิถุนายน 1975

ชื่อเรื่อ ยูเอสเอส นิมิตซ์ ได้มาจากผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคพื้นแปซิฟิกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง Chester W. Nimitz โดยนิมิตซ์เป็นเรือลำเดียวในชั้นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ที่ใช้นามสกุลเป็นชื่อเรือ

ยูเอสเอส นิมิตซ์ได้ประจำการที่ฐานทัพเรือนอร์ฟอล์คจนกระทั่งปี 1987 ได้ย้ายไปยัง Puget Sound Naval Shipyard ในวอชิงตัน ในปี 2001 นิมิตซ์ได้ย้ายไปยัง NAS North Island ในซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย และได้ย้ายครั้งสุดท้ายปีค.ศ. 2010 ได้ย้ายไปยังฐานทัพเรือ Everett ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของกองทัพเรือลงไปได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การก่อสร้าง[แก้]

กระดูกงูของนิมิตซ์ได้ถูกวางลงในวันที่ 22 มิถุนายน 1968 โดย Newport News Shipbuilding ที่ Newport News,เวอร์จิเนีย ยูเอสเอส นิมิตซ์ถูกตั้งชื่อในปี 1972 โดย แคทเทอรีน นิมิตซ์ เลย์ลูกสาวของเชสเตอร์ วิลเลี่ยม นิมิตซ์ ยูเอสเอส นิมิตซ์ถูกส่งไปยังกองทัพเรือในปี 1975 และขึ้นระวางที่ Naval Station Norfolk ในวันที่ 3 พฤษภาคม 1975 โดยประธานาธิบดี เจอร์รัล ฟอร์ด

กองเรือจู่โจมนิมิตซ์[แก้]

นิมิตซ์เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือจู่โจมที่ 11 (CSG-11) กับ Carrier Air Wing Eleven (CVW-11) นิมิตซ์เป็นเรือธงของกองเรือจู่โจมและฐานบัญชาการหน่วย Destroyer Squadron 23

Ships of DESRON-23[แก้]

ประวัติ[แก้]

1970s[แก้]

นิมิตซ์ เทียบเรือข้างๆกับ HMS Ark Royal ที่ Norfolk Naval Station ในเดือนสิหาคมปี 1978

ยูเอสเอส นิมิตซ์ได้ถูกส่งไปปฏิบัติการครั้งแรกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในวันที่ 7 กรกฎาคม 1976 กับ Carrier Air Wing 8 ร่วมกับ USS South Carolina และ USS California ในเดือนพฤศจิกายน 1976 นิมิตซ์ได้รับเหรียญ The Battle E จากผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐภาคพื้นแอตแลนติกสำหรับการเป็นผู้ให้บริการเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพที่สุดและสำคัญที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติกและกองเรือได้กลับสู่นอร์ฟลอค เวอร์จิเนียในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1977

ปฏิบัติการครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นอีกครั้งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 1977 ถึง 20 กรกฎาคม 1978 และครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 กันยายน 1979 นิมิตซ์ได้ออกจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเคลื่อนไปยังมหาสมุทรอินเดียเพราะเกิดเหตุการณ์ตัวประกันอิหร่านในสถานทูตสหรัฐประจำกรุงเตหะรานมีตัวประกันทั้งหมด 52 คน 4 เดือนต่อมาปฏิบัติการ Evening Light ได้เริ่มขึ้นบนดาดฟ้าเรือนิมิตซ์เพื่อเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันแต่ต่อมาภารกิจนี้ถูกยกเลิกเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ได้ตกที่จุดเติมเชื้อเพลิงในทะเลทรายอิหร่าน นิมิตซ์ได้กลับสู่อเมริกาในวันที่ 26 พฤษภาคม 1980 หลังจากอยู่ในทะเลอิหร่านถึง 144 วัน


1980s[แก้]

เอฟ/เอ-18 ฮอร์เน็ทกำลังจอดบน ยูเอสเอส นิมิตซ์

ในวันที่ 26 พฤษภาคม 1981 EA-6B Prowler ได้ตกกระแทกดาดฟ้าเรือนิมิตซ์ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 14 นายและบาดเจ็บอีก 45 นาย EA-6B Prowler ถังเชื้อเพลิงเสียหายอย่างหนักหลังจากภารกิจ bolter จึงตกกระแทก เกิดเพลิงไหม้และระเบิดบนดาดฟ้าเรือสร้างความเสียหายแก่เครื่องบินที่จอดอยู่บนดาดฟ้าเรือถึง 11 ลำ (ทั้งถูกทำลายและเสียหาย)